ใช่แค่ผู้แทนฯ ในสภาฯ ที่ตั้งคำถามถึงความจริงจังแค่ไหน เมื่อเห็นว่า นโยบายรัฐบาลเขียนไว้แค่ "บรรทัดครึ่ง" ว่า ยึดตามหลักการเข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืน กลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้ แต่กรณีถ้อยแถลงของแม่ทัพภาคที่ 4 ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลไปด้วย
และเป็นเหตุให้ นายกรัฐมนตรี ต้องลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมอบนโยบาย พร้อม ๆ กับการตรวจราชการในวันนี้ หากแต่ว่า ภายใต้ "บรรทัดครึ่ง" ที่เขียนไว้ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ยังคงเป็นไปตามแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2568-2570 ที่เขียนโดย สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.
ผ่านการกำหนดวิสัยทัศน์ มุ่งเน้นการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปราศจากความรุนแรง และการพัฒนาบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วม และแผนปฏิบัติฉบับนี้ ยังเน้นเรื่องการศึกษา เป็นหลักจูงใจให้เด็กที่อยู่นอกระบบ กลับเข้าระบบ มาเรียนต่อ และมีงานทำ มุ่งสู่การเรียนสามัญควบคู่กับศาสนา
ดับปมร้อน ดับไฟใต้ แผนปฏิบัติการ 2568-2570
ขณะเดียวกัน ก็เน้นการพัฒนาที่ต้องเพิ่มมากขึ้น และยังคงบริบทของความมั่นคง ที่ต้องการลดความรุนแรงลง ท่ามกลางเงื่อนไขและปัจจัยต่าง ๆ ในพื้นที่ที่หลากหลาย ซึ่ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวย้ำ ถึงยุทธศาสตร์ที่ยังคงเดิม คือ "การเมืองนำการทหาร" จากฝ่ายนโยบาย ส่งต่อถึงฝ่ายปฏิบัติ
นับแต่ปี 2547 นอกจากยุทธศาสตร์ "การเมืองนำการทหาร" และหลักการที่ยึดปฏิบัติ "เข้าใจ-เข้าถึงและพัฒนา" ก็ถูกขับเคลื่อนมาโดยตลอด มาช่วง 10 ปีให้หลังนี้ กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ เพิ่มขึ้นมา ซึ่งเลขาธิการ กอ.รมน. ก็มั่นใจว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ได้
และนอกจากการปฏิบัติตามแผน ฝ่ายปฏิบัติล้วนยึดการลงพื้นที่จริง เพื่อติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ และปรับแผนรับมืออย่างเท่าทันสถานการณ์ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการปรับกำลังพลเกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยมุ่งเน้นลดเหตุความรุนแรง
นโยบายรัฐบาล เพียงบรรทัดครึ่ง ที่ไร้ความชัดเจน อาจทำให้สังคมไม่คาดหวัง หรือคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาล แต่ด้วยหลักปฏิบัติของทุกองคาพยพ โดยเฉพาะ กอ.รมน. และ สมช. รวมถึงประสบการณ์ของคณะเจรจา ยังคงมุ่งหวังให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับสู่ภาวะปกติสุข
ดับปมร้อน ดับไฟใต้ แผนปฏิบัติการ 2568-2570
แผนดับไฟใต้ ก็มี "พลวัต" ของการรับมือกับสถานการณ์ และการพัฒนาในพื้นที่ ที่แตกต่างหลากหลาย ตามยุคสมัย นับแต่ ปี 2547 ถึง ปีนี้ ก็ร่วม 22 ปี ไม่ว่านายกรัฐมนตรีคนไหน ก็ผ่านการลงพื้นที่ตรวจราชการ มอบนโยบายมาแล้ว แต่ความพิเศษของ นายกฯ อนุทิน ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายในมิติการเมืองด้วย
มิติการเมืองที่ว่า หมายถึง โครงสร้างบุคคลในการทำงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ "แม่ทัพภาคที่ 4" กับคำร้อง จากสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ขอให้มีคำสั่งย้าย แม้นายกรัฐมนตรี จะลั่นวาจา ใช้อำนาจเต็ม สั่งย้ายได้แม้กระทั่ง ข้าราชการระดับซี 11 แต่นั่นก็คือ หลักการ ไม่ใช่ หลักปฏิบัติ ที่จะทำทันที กับการลงพื้นที่ในวันนี้
เพราะยุทธศาสตร์ของการแต่งตั้ง "แม่ทัพภาคที่ 4" ย่อมต้องมีเหตุผลมากกว่าการใช้อำนาจเท่านั้น
รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
การเมืองระอุ “นิติสมรภูมิ” เขย่าขวัญฝ่ายค้าน-รัฐบาล
"อนุทิน" ยกคณะใหญ่ลง จว.ชายแดนใต้ ยอมรับเคลียร์หลายปัญหา
