พ่อเลี้ยงเกียวโตสารภาพฆ่าลูกเลี้ยงวัย 11 ปี หลังจัดฉากเด็กหายตัวนาน 3 สัปดาห์

ต่างประเทศ
13:23
จำนวนผู้ชม 1,944
พ่อเลี้ยงเกียวโตสารภาพฆ่าลูกเลี้ยงวัย 11 ปี หลังจัดฉากเด็กหายตัวนาน 3 สัปดาห์
ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตสังคมครั้งใหญ่ หลังคดีฆาตกรรม ยูกิ วัย 11 ปี โดยพ่อเลี้ยง เผยให้เห็นช่องโหว่ของระบบตรวจสอบความรุนแรงในครอบครัว ขณะที่สถิติทั่วประเทศระบุยอดการทารุณกรรมเด็กพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการปฏิรูป กม.คุ้มครองสิทธิเด็กที่เข้มข้นขึ้น

เหตุฆาตกรรม ด.ช.อาดาจิ ยูกิ วัย 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ใน จ.เกียวโต ได้กลายเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนทั้งในญี่ปุ่น และต่างประเทศอย่างกว้างขวาง

คดีนี้เริ่มต้นจากการเป็นเหตุคนหายที่ไร้เบาะแส แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการฆาตกรรม โดยฝีมือของคนในครอบครัว ซึ่งสร้างความตื่นตัวอย่างมาก เกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กในสถาบันครอบครัว ที่ดูเหมือนปกติ เนื่องจากครอบครัวนี้ไม่มีประวัติการแจ้งเหตุทารุณกรรม หรือการขอคำปรึกษาเรื่องความรุนแรงมาก่อน

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ จากการหายตัวลึกลับสู่คำสารภาพ

  • 23 มี.ค.2569 เวลา 08.00 น. นายยูกิ (Yuuki) อาดาจิ พ่อเลี้ยงวัย 37 ปี พนักงานบริษัทเอกชน อ้างกับตำรวจว่า เขาขับรถไปส่งลูกเลี้ยงที่หน้าโรงเรียนประถมโซโนเบะ และเห็นเด็กเดินเข้าโรงเรียนไปแล้ว
  • 23 มี.ค.2569 เวลา 12.00 น. ครูประจำชั้นโทรแจ้งแม่ของ ด.ช.ยูกิ (Yuki) ว่า เด็กไม่ได้มาเรียน นายยูกิจึงดำเนินการแจ้งความคนหายเพื่อเริ่มการจัดฉากลวงโลก
  • 29 มี.ค.2569 ลุงของ ด.ช.ยูกิ พบกระเป๋าเป้สีเหลืองของ ด.ช.ยูกิ ในป่าห่างจากโรงเรียน 3 กิโลเมตร ในจุดที่เจ้าหน้าที่เคยค้นหาไปแล้ว สร้างข้อสงสัยว่าเป็นการนำมาทิ้งภายหลัง เนื่องจากกระเป๋าเป้ไม่มีร่องรอยคราบสกปรกใด ๆ
  • 12 เม.ย.2569 ตำรวจพบรองเท้าเด็กในพื้นที่ภูเขา หลังจากการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) และข้อมูลในสมาร์ตโฟนของนายยูกิ พบเส้นทางการเดินทางที่ผิดปกติ
  • 13 เม.ย.2569 เจ้าหน้าที่พบร่างที่ไร้วิญญาณของ ด.ช.ยูกิ ในพุ่มไม้ป่าเมืองนันทัง สภาพศพเน่าเปื่อย สอดคล้องกับผลชันสูตรว่าเสียชีวิตตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.
  • 16 เม.ย.2569 เวลา 00.30 น. ตำรวจออกหมายจับนายยูกิในข้อหาทิ้งศพ และเขาสารภาพในเวลาต่อมาว่า "เป็นคนทำเอง" ระหว่างการให้ปากคำพ่อเลี้ยงได้บอกเป็นนัยว่าเขาฆ่าลูกชายด้วยการบีบคอ แต่ยังไม่บอกถึงสาเหตุที่ลงมือ พร้อมยอมรับข้อหาฆาตกรรมเพิ่มเติมในเวลาต่อมา

ความสลดใจของคดีนี้ยังถูกตอกย้ำด้วยชื่อของทั้งคู่ที่ออกเสียงว่า "ยูกิ" เหมือนกัน แต่เมื่อพิจารณาตามอักษรคันจิกลับมีความหมายต่างกันสิ้นเชิง โดยชื่อของลูกเลี้ยง 結希 แปลว่า "สายใยแห่งความหวัง" ขณะที่ชื่อของพ่อเลี้ยง 優季 แปลว่า "ฤดูกาลที่แสนอ่อนโยน" ซึ่งขัดกับพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง

ภัยเงียบ "ทารุณกรรมทางอารมณ์" อันดับ 1 ละเมิดสิทธิเด็กญี่ปุ่น

คดีที่เกียวโตเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาทารุณกรรมเด็กในญี่ปุ่น ข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ล่าสุดระบุว่า ในปี 2567 ตำรวจญี่ปุ่นทำคดีทารุณกรรมเด็กถึง 2,649 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 จากปี 2566 และมากกว่าปี 2558 ถึง 3 เท่า ประเภทที่พบมากที่สุดคือ การทารุณกรรมทางอารมณ์ คิดเป็นร้อยละ 59.1 ของกรณีทั้งหมด

การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมเด็กปี 2543 และการแก้ไขในปี 2547 ที่ขยายคำนิยามให้ครอบคลุมถึงการที่ "เด็กเห็น" เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวด้วย

เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา พบว่า ญี่ปุ่นมียอดการแจ้งเหตุพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 309 ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ มียอดลดลงร้อยละ 32.1อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากการทารุณกรรมในสหรัฐฯ ยังสูงกว่าญี่ปุ่นถึง 9 เท่า

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของญี่ปุ่น และการกำหนดให้มีการเข้าเยี่ยมเด็กแรกเกิดถึงบ้าน ภายใน 4 เดือนแรก เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้รัฐสามารถตรวจพบ และรักษาชีวิตเด็กไว้ได้ดีกว่า

ในอดีต ญี่ปุ่นผูกติดกับความเชื่อที่ว่า "ไม่ให้กฎหมายเข้าบ้าน" ทำให้การแทรกแซงของรัฐทำได้ยาก แต่ปัจจุบันได้มีการให้อำนาจศูนย์แนะแนวเด็ก สามารถขอหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านได้ แม้ผู้ปกครองไม่ยินยอม นอกจากนี้ยังมีการขยายเกณฑ์อายุของระบบบุตรบุญธรรม จากไม่เกิน 6 ปี เป็นไม่เกิน 15 ปี เพื่อให้เด็กที่เผชิญความรุนแรงสามารถเข้าสู่ครอบครัวใหม่ที่ปลอดภัยได้รวดเร็วและมั่นคงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทารุณกรรมยังคงผูกโยงกับสถาบันครอบครัว โดยพบว่า "แม่" เป็นกลุ่มผู้กระทำผิดสูงสุด (ร้อยละ 48.3-55.2) เนื่องจากแรงกดดันจากการเลี้ยงลูกเพียงลำพังและความยากจน การแก้ปัญหาจึงต้องไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่ต้องรวมถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตและการนำแนวคิด Trauma-Informed Care (TIC) มาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อหยุดยั้งวงจรความรุนแรงและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงสำหรับอนาคตของชาติ

ที่มาข้อมูล : Exploring Gaps in Child Maltreatment Trends: A Narrative Review from the U.S. and Japan, Legal Measures to Prevent Child Abuse in Japan, NHK

อ่านข่าว :

"สอบสวนกลาง" ทลายขบวนการผงชูรสปลอม ผลิตนานกว่า 2 ปี ของกลาง 6,000 ซอง

เมาแล้วขับ 7 วันสงกรานต์ พุ่ง 5,806 คดี สถิติลดลงจากปีก่อน 4.82%

ประกันสังคมเพิ่มสิทธิทันตกรรม ฟันปลอม-รากฟันเทียม เริ่ม 1 พ.ค.69