นายกฯ เผย "หวัง อี้" ระบุกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว

การเมือง
15:36
จำนวนผู้ชม 720
นายกฯ เผย "หวัง อี้" ระบุกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว
Botnoi Voice
นายกรัฐมนตรี เผยจีนพร้อมเป็นตัวกลาง เคลียร์ปัญหาไทย-กัมพูชา ชี้ "หวัง อี้" ระบุ กัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ย้ำไทยตัดสินใจทุกอย่าง ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

วันนี้ (24 เม.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือและร่วมกินอาหารกลางวันกับ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน ว่า ขอให้ทางการจีนช่วยเจรจา ทั้งเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การจัดส่งพลังงานทั้งน้ำมันดิบและแก๊ส โดยขอให้รวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศต่าง มีส่วนที่ผ่านประเทศไทยด้วย ซึ่งทางรมว.ต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ขออย่ากังวล เพราะไทย-จีน ก็เหมือนพี่น้องกัน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การพูดคุยเรื่องของปุ๋ย ตนเรียนว่าเรื่องวิกฤตพลังงาน ไทยสามารถจัดการเรื่องน้ำมันได้ ขณะนี้ค่อนข้างนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคงแล้ว เพราะไม่แน่ชัดว่าสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อไปถึงใด แต่ให้ความเชื่อมั่นว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน หรือมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งตรวจสอบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและโลจิสติกส์แล้วว่า ประเทศไทยจะไม่เกิดปัญหารุนแรง

นายกรัฐมนตรี กล่าวกับนายหวัง อี้ ว่า อยากให้จีนพิจารณาจำหน่ายปุ๋ย หากมีปริมาณเพียงพอ รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เจรจากับทางประเทศรัสเซีย ในการขอซื้อปุ๋ยอีกด้วย หากจีนกับรัสเซีย มีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายให้กับไทยได้ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มาก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นายหวัง อี้ เดินทางไปกัมพูชาก่อนจะมาไทย โดยยินดีเป็นตัวกลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจีนบอกว่าท่าทีของกัมพูชาต่อไทย "เหมือนกับว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว" และทางการจีนแจ้งให้กับไทยทราบ

ขณะที่ไทยยืนยันว่า ไม่อยากมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกภูมิภาค แต่ทุกเรื่องมีขั้นตอนในการพูดคุย และการสร้างกติกาขึ้นมาก่อน เพื่อทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ข้ามคืน และต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อกัน ซึ่งเป็นท่าทีที่ตนแจ้งกับนายหวัง อี้

ส่วนที่ทางการจีนมาบอกกับไทยว่า ทางกัมพูชาไม่อยากสู้แล้วนั้น ถือเป็นการแสดงความเป็นกลางหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งพยายามไปเดาใจอะไร แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่ไทยจะได้จากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100% และไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยและดินแดนก็ยังคงอยู่ ดังนั้นหากรัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะเดียวกันไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ส่วนท่าทีของทหารกัมพูชาที่ดูขัดแย้งกับความต้องการในการยุติสงครามนั้น นายอนุทิน มองว่า ไม่รู้ว่ามีการยั่วยุขนาดไหน แต่ไม่ใช่การยั่วยุจากที่รัฐบาลสั่งมา ตราบใดที่ยังมีการกระทำอยู่ในเขตของกัมพูชา ไม่ล่วงล้ำดินแดนเข้ามา ไทยต้องอดทน ต้องนิ่ง และไม่ยั่วยุกลับ

เมื่อถามว่า จีนเข้าใจบรรยากาศและท่าทีระหว่างไทยและกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า เข้าใจดี เพราะพูดคุยกันลึกพอสมควรว่า ปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรใช้แนวปฏิบัติเช่นไร

"เราไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันความเป็นกลาง แต่จีนบอกว่าไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของจีน ซึ่งผมบอกกับจีนไปว่าไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่จีนบอกว่าไม่ใช่สำหรับจีน เพราะสำหรับจีนแล้ว ไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ ดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันอะไรว่า จีนจะเป็นกลางหรือไม่ แต่เราต้องดูท่าที" นายกฯ กล่าว

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงความสนใจของจีนในการร่วมลงทุนในไทย ว่า มีการมาลงทุนเยอะมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยี AI โดยมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอีกด้วย

อ่านข่าว :

ลอบวางบึ้มทหารพราน เจ็บ 1 นาย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ส่งออกโต 19.3% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำ New High เหนือ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์

"ประกันสังคม" แจงกรณีคำพิพากษาศาลฎีกา "เงินบำนาญชราภาพ"