วันนี้ (24 เม.ย.2569) สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีการจ่ายบำนาญชราภาพ คำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 โดยระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ประกันตน สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในขณะที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว (อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ส่งเงินสมทบ 182 เดือน) ต่อมาอีก 2 เดือน สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และนำส่งเงินสมทบเป็นระยะเวลา 60 เดือน จึงลาออกและมายื่นขอสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพ
กรณีรายดังกล่าวสำนักงานประกันสังคม ได้จ่ายเงินบำนาญชราภาพ โดยคำนวณค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย โดยใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 39 เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริง ผู้ประกันตนยังไม่เคยขอรับเงินในช่วงออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
การพิจารณาของศาลฎีกา มีประเด็นข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่า ผู้ประกันตนไปติดต่อขอรับเงินบำนาญชราภาพแล้ว ประสงค์จะขอยื่นใช้สิทธิรับเงินบำนาญครั้งแรกแล้ว แต่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้สมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 นำส่งเงินสมทบต่อไปก่อน เพื่อให้ได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น ผู้ประกันตนจึงยังไม่ได้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในกรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งที่มีสิทธิได้รับแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 ให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายเงินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ โดยให้จ่ายเงินบำนาญ ในช่วงตั้งแต่ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีสิทธิครบตามเงื่อนไขในการรับบำนาญชราภาพแล้วจำนวน 2 เดือน และหยุดจ่าย เมื่อกลับเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39
และเมื่อลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้คำนวณเงินบำนาญชราภาพใหม่ โดยใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ยเดิม และได้รับอัตราบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ของการนำส่งเงินสมทบทุกๆ 12 เดือน ให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาและอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ.2550
ดังนั้นการพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการทางกฎหมาย เกี่ยวกับการคำนวณประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ของสำนักงานประกันสังคมแต่อย่างไร แต่เป็นการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะรายบุคคล ซึ่งกรณีนี้ที่เกิดจากการสื่อสาร ทำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกันตนที่คลาดเคลื่อน อีกทั้งหากมีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน ผลของคดีย่อมแตกต่างกันไปได้ ยังไม่อาจนำมาเป็นแนวทางการวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมได้
อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ กำชับและแจ้งเวียนแนวปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ให้สื่อสารทำความเข้าใจสิทธิที่ถูกต้อง ครบถ้วน ให้ผู้ประกันตนเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้ผู้ประกันตนรับทราบอย่างชัดเจน เมื่อผู้ประกันตนได้รับทราบข้อมูลแล้ว การตัดสินใจจะสมัครหรือไม่สมัคร เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เป็นสิทธิของผู้ประกันตน ซึ่งอาจมีความจำเป็นที่แตกต่างกันในแต่ละคน
สำหรับกรณีผู้ประกันตนที่สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 หลังออกจากงาน และอายุไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ ยังไม่มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพ แล้วสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เมื่อผู้ประกันตนลาออก และยื่นขอรับสิทธิบำนาญชราภาพ สำนักงานฯ จะคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย และแนวปฏิบัติการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของสำนักงานประกันสังคม
สหรัฐฯ เผย ไทยพ้นข้อกล่าวหา CVD อุดหนุนสินค้าโลหะซิลิคอน
รู้จัก H-FAME พรีเมียมไบโอดีเซล ทางเลือกใหม่ภาคขนส่งท่ามกลางวิกฤตพลังงาน
"บัตรเครดิต" โดนรูด โดยไม่ยินยอม ใครรับผิดชอบ? สิ่งที่ต้องทำทันทีคือ
