กรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ ที่ถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ปล่อยคลิปเสียงร้องเรียน อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งในเรือนจำ ทำให้เสียสิทธิต่อสู้คดี โดยเฉพาะการยื่นฎีกาที่อ้างว่าถูกทำให้ "ขาดสิทธิ" จนต้องยื่นเรื่องใหม่ ร้องขอย้ายไปเรือนจำอื่น และขอให้หน่วยงานไปตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ และอ้างว่าภายในเรือนจำปล่อยให้ผู้ต้องขัง ที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด ใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ ล่าสุดอธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น
วันนี้ (25 เม.ย.2569) แหล่งข่าวระดับสูงของกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เรือนจำกลางบางขวาง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น และรายงานมายังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตามที่มีการกล่าวหาทั้ง 3 ประเด็น โดยรายละเอียดทั้งหมดนี้ จะถูกใช้พิจารณาในชุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่จะมีผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เตรียมลงนามคำสั่งแต่งตั้ง จากร่างเสนอคำสั่งในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้
และเมื่อลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น ภายในวันจันทร์ดังกล่าว คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่ไปยังแดน 10 เรือนจำกลางบางขวาง เพื่อพูดคุยและสอบถามข้อมูลโดยตรงจาก นายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้งนาโหนด เพื่อให้ความเป็นธรรม จากกรณีที่นายเชาวลิต รู้สึกว่าตนถูกกระทบสิทธิผู้ต้องขัง โดยจะมี ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง ให้ความอำนวยสนับสนุนเรื่องข้อมูล ต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย
แหล่งข่าวระบุว่า เรื่องคลิปเสียงสนทนาระหว่างญาติและนายเชาวลิต ขณะที่เยี่ยมญาติทางวิดีโอคอลไลน์ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการที่ญาติแอบบันทึกเสียงสนทนาดังกล่าว ออกมาเผยแพร่ เนื่องด้วยบริบทและสภาพห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำกลางบางขวาง จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 16 เครื่อง
สำหรับให้ผู้ต้องขังได้เยี่ยมญาติออนไลน์ ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับความเป็นส่วนตัวจากกัน ด้วยการใส่หูฟังเวลาสนทนา และจะมีผู้คุมคอยเดินตรวจตราความเรียบร้อย โดยหากพบว่ามีการนัดแนะแอบส่งของผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยง เป็นการพูดคุยลักษณะพิรุธ เจ้าหน้าที่จะตัดสัญญาณทันที
อย่างไรก็ตาม กรณีของญาตินายเชาวลิต ที่ญาติลักลอบแอบบันทึกเสียงสนทนาออกมาเผยแพร่ ถือเป็นการละเมิดกฎของเรือนจำ ที่ห้ามบันทึกภาพและเสียง แต่อย่างไรก็ดี การที่เรือนจำฯ จะมีมาตรการงดเยี่ยมญาติในส่วนของนายเชาวลิต หรือปรับลดชั้น หรือย้ายแดนขังทันที หรือดำเนินคดีอาญากับญาตินั้น อาจยังไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะว่าโดยปกติแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ที่มีการละเมิดกฎของเรือนจำฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในชั้นเรือนจำฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อน
และยิ่งในกรณีข้อร้องเรียน 3 ประเด็นของนายเชาวลิต ก็ยิ่งต้องรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่จะลงนามโดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อนเช่นเดียวกัน จึงจะมีคำสั่ง หรือมาตรการต่อการเยี่ยมญาติของนายเชาวลิตต่อไป เพราะต้องย้ำว่า ในข้อร้องเรียนของผู้ต้องขัง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการถูกกระทบสิทธิ ดังนั้น กรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรม ด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องด้วย
ส่วนเรื่องกรณีที่นายเชาวลิตอ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางกลั่นแกล้ง ไม่ส่งเอกสารเรื่องการต่อสู้คดีที่สามารถให้ผู้ต้องขังยื่นฎีกาได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางจริง เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ลืมส่งเอกสารแจ้งแก่นายเชาวลิต เป็นเหตุให้กระทบสิทธิของนายเชาวลิตโดยตรง
ซึ่งขณะนี้ทางเรือนจำฯ แก้ปัญหาโดยการส่งเอกสาร หารือกับทางศาลฎีกาเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากศาลฎีกา ซึ่งในความบกพร่องส่วนนี้ของเจ้าหน้าที่ ทางเรือนจำฯ ก็ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ การปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ประเด็นที่นายเชาวลิต ประสงค์ย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อขอไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น ผลการตรวจสอบจากเรือนจำกลางบางขวาง รายงานมาว่า นายเชาวลิต มีพฤติกรรมสร้างตัวเป็นอิทธิพลในแดน บ้างมีปากเสียงทะเลาะกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่น ๆ
บ้างทำร้ายร่างกายเพื่อนผู้ต้องขังด้วยการเตะ ทำให้นายเชาวลิตถูกลงโทษแยกขังที่แดน 10 ของเรือนจำกลางบางขวาง จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเครียดจากการถูกควบคุมเข้มงวด และเข้าใจคลาดเคลื่อนไปอีกว่า ตนเองถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลั่นแกล้ง ตัดสิทธิเรื่องยื่นอุทธรณ์ฎีกาคดี แต่ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า บกพร่องเรื่องการแจ้งเอกสารจริง แต่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน เพราะมีเอกสารจำนวนมากเข้ามา เมื่อรวบรวมไว้จึงลืมว่าฉบับใด เป็นขั้นตอนใดของผู้ต้องขังรายใดบ้าง
ส่วนจะถึงขั้นต้องอนุญาตให้นายเชาวลิต ย้ายเรือนจำหรือไม่นั้น อย่างไรก็ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติก่อน เพราะพฤติกรรมของนายเชาวลิต หากต้องย้ายเรือนจำฯ ก็ต้องไปคุมขังอยู่ในเรือนจำระดับซุปเปอร์แม็ก หรือเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เช่น เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา เรือนจำกลางระยอง จ.ระยอง หรือเรือนจำกลางพิษณุโลก จ.พิษณุโลก
เพราะที่ผ่านมา ผู้ต้องขังรายใดก็ตาม ที่กระทำผิดวินัยผู้ต้องขังในเรือนจำทั่ว ๆ ไป ก็มักจะถูกส่งตัวมาที่เรือนจำกลางบางขวาง เพราะเรือนจำกลางบางขวาง ถือเป็นเรือนจำที่ค่อนข้างเข้มงวดในการดูแลสวัสดิภาพ และพฤติกรรมนิสัยของผู้ต้องขังอยู่แล้ว
ฉะนั้น ระหว่างนี้นายเชาวลิต จะยังอยู่ในความดูแลของเรือนจำกลางบางขวางเช่นเดิม และย้ำว่านายเชาวลิต จะไม่ถูกเพ่งเล็งจากการเรียกร้อง และร้องเรียนเรือนจำฯ อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ผู้คุม มีหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกราย ให้ประพฤติตนอยู่ในระเบียบของราชทัณฑ์
"นาโต" ปฏิเสธเรื่องขับชาติสมาชิก หลังมีรายงานสหรัฐฯ กดดันให้ไล่สเปนออก
เตือนกิน "กุ้ง-หอยดิบ" เสี่ยง "พยาธิ" ไชตา-สมอง แม้พบน้อยแต่รุนแรงถึงตาบอด
เตรียมชง "แลนด์บริดจ์" เข้า ครม. "พิพัฒน์" ตั้งงบ 1 ล้านล้าน เชื่อไทยได้ประโยชน์
