วันนี้ (25 เม.ย.2569) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติยกเลิก MOU 44 ว่า ในส่วนของพรรคพูดมานานแล้ว ว่าเป็น MOU ที่ไม่ได้ใช้งานจริง และมีปัญหาเรื่องแผนที่มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นการเดินหน้าหรือยกเลิกไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาอะไรในเชิงหลักการ เพราะการเดินหน้าตาม MOU น่าจะมีปัญหา เพียงแต่ขั้นตอนและวิธีการทางกฎหมายจะต้องรัดกุม เราต้องดูว่าทางฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหวอย่างไร แต่โดยรวมตั้งแต่การเลือกตั้งเราก็พูดชัด MOU 44 สามารถยกเลิกได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ไทยและกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่า ด้วยกฎหมายทางทะเล พ.ศ.1982 จะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ เพราะกัมพูชามักจะไม่ปฏิบัติตาม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายถือเป็นหลักสากล แต่ในกรณีที่ต้องเจรจา ก็ต้องมาทำข้อตกลงกันใหม่ เพราะข้อตกลงเดิมไม่ได้เดินอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาหลายอย่าง
ส่วนการยกเลิกจะเป็นผลดีหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้คงต้องดูว่าการดำเนินการ จะต้องทำอย่างรัดกุมตามหลักกฎหมาย และต้องดูการเคลื่อนไหวของกัมพูชาประกอบกัน
ส่วนกรณีการแต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดีใจว่าอย่างน้อยรัฐบาลเดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะได้ท้วงติงไปในช่วงแถลงนโยบาย เพราะไม่ได้ระบุถึงประเด็นการพูดคุย และระบุถึงการรายงานในสภาความมั่นคง ในการนำเสนอนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ยังพูดถึงการพูดคุยอยู่ แต่ก็ติงถึงน้ำหนักที่ให้กับเรื่องนี้มีน้อยลง ทั้งที่จริงแล้วเป็นกระบวนการที่มีโอกาสมากที่สุด ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
"ส่วนการตั้งคณะพูดคุยผมเองไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล ซึ่งจริงๆแล้วการเป็นพลเรือนก็มีส่วนช่วย แต่ก็มีข้อสังเกตไปแล้ว ว่าการทำงานในด้านการข่าว จะต้องสร้างความมั่นใจหรือไว้วางใจ ในกระบวนการพูดคุยให้ดี เพราะที่ผ่านมา เมื่อเกิดความหวาดระแวงกัน มักจะกังวลในฝ่ายความมั่นคง และกังวลว่าการพูดคุยเป็นการไปหาข่าว เพราะฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังตรงนี้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ตนอยากเห็น คือเริ่มทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศ ว่าการพูดคุยที่จะนำไปสู่ความสงบ คำตอบทางการเมืองคงหนีไม่พ้น เรื่องการกระจายอำนาจ ว่าควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งเงื่อนไขชัดเจนแล้วว่า อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นราชอาณาจักรที่แบ่งแยกไม่ได้ แต่การกระจายอำนาจหรือการจัดระบบ จะทำอย่างไรให้ผู้ที่มีความหลากหลายอยู่กันอย่างกลมกลืน
สามารถรักษาอัตลักษณ์ของตัวเอง นั่นคือหัวใจของความสงบ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีข้อแนะนำ จึงอยากให้คณะพูดคุยให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และให้มั่นใจว่า คนที่เข้ามาพูดคุยด้วย สามารถคุมสภาพในพื้นที่ได้ และฉายภาพให้เห็นว่า เดินไปสู่อะไร มากกว่าการพูดคุยไปเหมือนกับว่า อยากให้มีความสงบ แต่ไม่ได้มีคำตอบที่จะได้ข้อยุติของกระบวนการนี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวอีกว่า ในพื้นที่เองมี 2 เรื่องที่ต้องเร่งสะสาง คือเรื่องตัวคดีที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร สส.นราธิวาส โดยเฉพาะเมื่อมีการจับกุมได้แล้ว ควรจะต้องขยายผลไปถึงผู้บงการ และที่สำคัญที่สุดมีการตั้งคำถามถึงการใช้รถยนต์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของราชการ และบุคลากรไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งต้องทำให้โปร่งใส
ไม่เช่นนั้นจะเป็นเงื่อนไขที่สร้างความหวาดระแวง ขณะเดียวกันอีกหนึ่งปัญหาที่ใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือ IO กับผู้เห็นต่าง แม้กระทั่งกับสื่อมวลชน ถือว่าไม่เป็นผลดี มีแต่จะสร้างความขัดแย้งและความเกลียดชังมากยิ่งขึ้น
อ่านข่าว
ปชป.เตรียมชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. เล็งเปิดตัวผู้สมัครภายในต้น พ.ค.นี้
"อนุทิน" ประชุมพรรคภูมิใจไทย พร้อมดัน "คนละครึ่งพลัส" เข้า ครม.เดือนหน้า
ปชป.ประชุมใหญ่สามัญ เดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่
