ปชป.ประชุมใหญ่สามัญ เดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่

การเมือง
10:50
จำนวนผู้ชม 618
ปชป.ประชุมใหญ่สามัญ เดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่
พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี พร้อมเดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่ และเน้นย้ำการทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างเต็มกำลัง แต่ยังไม่มีวาระการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค แทน วีรพงษ์ ประภา ที่ลาออก

วันนี้ (25 เม.ย.2569) ที่พรรคประชาธ​ิ​ปัตย์​ มีการประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี​ 2569 โดยมีกรรมการบริหารพรรค และสมาชิก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนาย​อภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ ​หัวหน้า​พรร​ค,​ นายกรณ์​ จาติก​วณิช​, นาง​การดี​ เลียว​ไพโรจน์​, นาย​เมฆินทร์​ เอี่ยม​สะอาด​ และนายชัยวุฒิ​ บ​รร​ณวัฒน์​ เลขาธิการ​พรรค​ ขณะเดียวกันก็มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์​ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา​ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์​วิกฤต​น้ำมันในปัจจุ​บัน

ทั้งนี้ การประชุมใหญ่สามัญ​ตามกฎหมายพรรคการเมือง​ และตามข้อบังคับของพรรคซึ่ง จะต้องจัดประชุมสามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง​ ภายในเดือนเม.ย.ของทุกปี สำหรับองค์ประชุม​ตามกฎหมายและตามข้อบังคับขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้ว คือมีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 299 คน อยู่ในที่นี้ 51 คน​ และอยู่ในระบบออนไลน์ 248 คน

นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า ประการแรกต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา​ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี จากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้ อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการ และเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัครทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี

ส่วนการเลือกตั้งที่ออกมา ตนก็คิดว่าในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อนั้น ไม่ได้ห่างจากเป้าหมาย และความคาดหมายที่เรามี โดยคะแนนของบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่า​ หากคิดเป็นสัดส่วนเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้

"ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้ง ยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง และผมก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งจากทุกภาค ในประเทศนี้ที่มาพูดถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมด และเราก็มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จมา และเดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่าง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังเน้นย้ำการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง​ แต่เสียงของเรา ก็เป็นสิ่งที่ดังพอสมควร​ สส.ทุกคน ตั้งใจใช้ทุกโอกาสในสภา ไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ​ และต่อไปคือเรื่องของการเสนอกฎหมาย ควบคู่กับการอภิปราย เช่น การอภิปรายนโยบายรัฐบาล ให้เห็นถึงการทำงานของเรา ในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผล มีความพร้อมความสร้างสรรค์ และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึง ฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในทุกๆ เรื่อง

"การทำงานในสภาไม่เพียงพอ แต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นในนอกสภา เพิ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไป คือช่วงเดือน กรกฎาค​ม​ แต่ขณะนี้สิ่งที่ทางผู้บริหารได้ทำ ก็มีทางในเรื่องของความพยายาม ที่จะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากัน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้ และต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกทั้งประเทศ ที่ใช้มีแอพพลิเคชัน และระบบที่ทำให้สื่อสารภายใน รับรู้รับทราบประเด็นข้อห่วงใยและความคิดเห็นของสมาชิก ควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรค ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร สส.สาขาตัวแทนจังหวัด และอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่การระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้สภาได้ข้อยุติแล้ว ในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา มีทั้งสิ้น 35 คณะ แต่เรามีสส.จำนวน 22 ที่นั่ง เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมาธิการว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการ เป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ หรือไม่เป็นทางการ​ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯ​อะไรก็แล้วแต่​ ตามระเบียบของสภา

ซึ่งผมอยากให้สภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีประสบการณ์อดีตรัฐมนตรี​ อดีตสส​. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้​ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ ถึงให้คนในกรรมาธิการหรือในพรรคร่วมฝ่ายค้านในกรรมาธิการ ที่เราไม่มีกรรมาธิการช่วยนำเสนอว่า จะสามารถเข้าไปมีบทบาทหรือส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด สำหรับประธานกรรมาธิการ ได้มา 2 คณะ คือคณะสาธารณสุข และคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เพราะฉะนั้น 2 คณะนี้อย่างน้อย เราน่าจะมีโอกาสที่จะคัดสรรบุคคลหรือบุคลากรเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การประชุมในวันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการรายงานผล การดําเนินงานของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา รวมไปถึงรับรองงบการเงิน ประจําปี 2568 พระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ หรือ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ.2560 แต่ยังไม่มีวาระการพิจารณาแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค​ แทนนายวีระพงษ์ ประภา ที่ลาออกไป ดำรงตำแหน่ง​ผู้แทนการค้า​ไทย​ ในรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล

อ่านข่าว

"อนุทิน"ยันสัมพันธ์ดี "กองทัพ" ยอมรับกดดัน แม้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

10 สส. ปชน. ไปต่อ ข้อดีต่อ "สีส้ม-ฝ่ายค้าน"

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เตรียมเดินทาง เพื่อเจรจาสันติภาพกับ "อิหร่าน" รอบ 2