วันนี้ (25 เม.ย.2569) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรค โดยมีกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจังหวะที่นายอนุทิน กำลังจะเดินเข้าไปในห้องประชุมนั้น ห้องประชุมเปิดเพลง "พูดแล้วทำ" ต้อนรับ ทำให้นายอนุทินยิ้ม แล้วชูมือขึ้นโยกตามจังหวะเพลง และร้องตามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะปิดท้ายทำท่าพลัส ตามนโยบายพรรคภูมิใจไทย สร้างบรรยากาศคึกคักก่อนเริ่มการประชุม
"อนุทิน" ประชุมพรรคภูมิใจไทย
หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อรับรองรายงานการประชุมตามปกติ และมีการเปลี่ยนระเบียบข้อบังคับบางส่วน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเน้นย้ำความเป็นปึกแผ่นกับสมาชิกด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว เราต้องเน้นย้ำ เนื่องจากพรรคมีการขยายตัว จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงต้องเน้นให้ทุกรับทราบ รักษาเอกลักษณ์ของพรรคที่มีความเป็นปึกแผ่นภายในพรรค และมีความตั้งใจที่จะทำงานให้กับประเทศและประชาชน
เมื่อถามว่า "มุ้งภูมิใจไทย" ที่กำชับไว้ตั้งแต่แรก ยังมีอยู่หรือไม่นั้น นายอนุทิน ยิ้มก่อนระบุว่า "มุ้งในพรรคภูมิใจไทย มีมุ้งผมนี่แหละ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมพรรคครั้งนี้ เป็นวาระตามกฎหมาย อาทิ เรื่องรับทราบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคภูมิใจไทยปี 2568 งบการเงินของพรรคภูมิใจไทยปี 2568 และร่างข้อบังคับพรรคภูมิใจไทยพ.ศ.2561 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2569 ที่ต้องสรุปส่ง กกต.ประจำปี
นายอนุทิน กล่าวถึงการเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน มิ.ย.2569 ดังนั้นจึงน่าจะเสนอโครงการเข้าที่ประชุม ครม.ได้ภายในเดือน พ.ค.2569 โดยนโยบายนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียง ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะขณะนั้นมีเวลา 4 เดือน จึงต้อง "Quick Win"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เมื่อดำเนินการไปแล้วเกิดประโยชน์มากมาย เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนทั่วไป แต่พอจะเริ่มเฟส 2 ก็มีการยุบสภาไปก่อน ดังนั้นเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ขณะนี้มีสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน เราจึงได้พลัส โดยไม่ใช้คำว่าคนละครึ่ง แต่เปลี่ยนเป็น "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยพยายามจัดสรรเงินมาช่วยประชาชน แต่ไม่ใช่ 50-50 แล้ว เปลี่ยนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้มีเม็ดเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจ เพิ่มระยะเวลาจาก 2 เดือนเป็น 4 เดือน
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง บอกแล้วว่าจะจ่ายเดือนละ 1,000 บาท รวมเป็น 4,000 บาท ถือว่ามากกว่าเดิม ส่วนการเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้เมื่อไหร่นั้น ต้องถามนายเอกนิติ
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอทำความเข้าใจด้วยว่า จะมาถามรายละเอียดลงลึกเลยคิดว่า ไปถามผู้ปฏิบัติ หรือผู้รับผิดชอบเลยดีกว่า เพราะถ้าตนพูดไป คนอื่นจะไม่พูดอะไรเลย ในส่วนของตนพร้อมให้การสนับสนุนโครงการ หรือการดำเนินการต่างๆ ของรัฐมนตรีทุกกระทรวง ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะถามตน ขอให้ถามว่า เห็นชอบในหลักการหรือยัง พร้อมให้การสนับสนุนหรือไม่ แต่ในรายละเอียด ถ้าถามตน คนอื่นไม่ต้องทำงานพอดี
อ่านข่าว
ปชป.ประชุมใหญ่สามัญ เดินหน้าวางรากฐานพรรคใหม่
"อนุทิน"ยันสัมพันธ์ดี "กองทัพ" ยอมรับกดดัน แม้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
10 สส. ปชน. ไปต่อ ข้อดีต่อ "สีส้ม-ฝ่ายค้าน"
