พระราชดำรัส ครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

ต่างประเทศ
19:10
จำนวนผู้ชม 551
พระราชดำรัส ครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีกระแสพระราชดำรัสต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ทรงเน้นย้ำถึงสัมพันธภาพพิเศษระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ธำรงความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีไว้โดยตลอด แม้ 2 ฝ่ายอาจมีความไม่เห็นพ้องกันในบางโอกาส

วันนี้ (29 เม.ย.2569) บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งออสเตรเลีย (ABC News) รายงาน อ้างอิงกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการเสด็จเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วันของพระองค์ และสมเด็จพระราชินีคามิลลา

กระแสพระราชดำรัสของพระองค์ ยังครอบคลุมถึง 3 ประเด็นสำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ยุคใหม่ ได้แก่ ความร่วมมือนานาชาติภายใต้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนไตรภาคี ด้านความมั่นคงออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ (AUKUS) และปัญหาโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

เจาะสปีชครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

เจาะสปีชครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

พระองค์ตรัสว่า มาตรา 5 ของ NATO ที่ระบุว่า ถ้าภาคีใดภาคีหนึ่งของ NATO ถูกโจมตีด้วยอาวุธ จะถือเสมือนว่าทุกภาคีถูกโจมตีด้วย และจะร่วมกันรับมือ เป็นหลักการที่มีการใช้ในทางปฏิบัติเป็นครั้งแรก เมื่อครั้งที่สหรัฐฯ ถูกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ โจมตีอาคารแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2544

ในปัจจุบันภาคี NATO จำเป็นต้องใช้หลักการเดียวกันนี้ เพื่อร่วมกันปกป้องยูเครน และประชากรที่กล้าหาญของยูเครน เพื่อให้บังเกิดสันติภาพถาวร และความเป็นธรรมอย่างแท้จริง และว่าหลักการร่วมนี้ และศักยภาพร่วมของกองทัพสหรัฐฯ-ภาคี NATO อื่น ๆ จะช่วยปกป้องพลเรือน และผลประโยชน์ของ NATO ให้ปลอดภัยจากอริได้

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสว่า ภายใต้ข้อตกลง AUKUS รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ก็ได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร ในการประกาศแสนยานุภาพทางทหารไปทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพที่สหราชอาณาจักร มอบให้แก่สหรัฐฯ อีกทั้งสหราชอาณาจักรยังให้การต้อนรับการประจำการของบุคลากรทางทหารสหรัฐฯ รวมหลายพันคน

เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ ให้การต้อนรับการประจำการ ของบุคลากรทางทหารของสหราชอาณาจักรถึง 30 รัฐ ด้วยความภาคภูมิใจเสมอกัน นอกจากนี้ สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ยังพัฒนาเครื่องบินขับไล่ F-35s ร่วมกัน และยังอยู่ระหว่างร่วมกันพัฒนาเรือดำน้ำ พลังงานนิวเคลียร์หลายลำร่วมกับออสเตรเลียด้วย

พระราชดำรัสครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

พระราชดำรัสครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

พระองค์ตรัสด้วยว่า โครงการร่วมพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ไตรภาคีภายใต้ข้อตกลง AUKUS ถือเป็นความร่วมมือที่เป็นความใฝ่ฝันสูงสุดร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ พระองค์ยังได้ตรัสถึงปัญหาโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่ควรเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของประชาคมนานาชาติในปัจจุบัน

รายงานชี้ว่า พระราชประสงค์หลักในกระแสพระราชดำรัส ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ และในการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ขององค์พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักรก็ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ และประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย เพราะก่อนหน้านี้ ทรัมป์ไม่พอใจ ที่นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ไม่ร่วมกับสหรัฐฯ ทำศึกกับอิหร่าน

อีกทั้งทรัมป์ยังประกาศขู่หลายครั้ง ที่จะถอนสหรัฐฯ ออกจาก NATO พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาคี NATO อื่น ๆ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อปกป้องตนเอง ไม่ยินดีสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน และประกาศลดการสนับสนุนแผนการนานาชาติ เพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อนหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ในกระแสพระราชดำรัสส่วนหนึ่ง พระองค์ตรัสว่า การประกาศเอกราชของสหรัฐฯ จากสหราชอาณาจักรเมื่อ 250 ปีก่อน ซึ่งพระราชประสงค์ประการหนึ่งของพระองค์ในการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ก็เนื่องในวโรกาสการประกาศเอกราชครบ 250 ปีของสหรัฐฯ ในปี 2569 ก็เกิดจากความไม่เห็นพ้องกันของทั้ง 2 ฝ่ายในอดีต

อย่างไรก็ดี พระองค์ตรัสว่า ค่านิยมในระบอบประชาธิปไตยที่สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ มีร่วมกันโดยสหรัฐฯ ได้รับการถ่ายทอดจากสหราชอาณาจักร ก็ทำให้สัมพันธภาพของทั้ง 2 ฝ่ายมั่นคงในที่สุด ซึ่งเป็นประโยชน์ไม่เพียงต่อประชากรของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อประชากรโลกโดยรวมด้วย

พระราชดำรัสครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

พระราชดำรัสครั้งประวัติศาสตร์ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า ในช่วงต้น ๆ ของกระแสพระราชดำรัส พระองค์ตรัสถึงเหตุการณ์ที่มือปืนบุกเดี่ยวเข้างานเลี้ยงอาหารเย็น ของสมาคมสื่อมวลชนสายทำเนียบขาว (WHCA) เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมุ่งหวังจะสังหารทรัมป์ และกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ว่า ความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวจะไม่มีทางบรรลุผล

อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงไม่มีหมายกำหนดการ ที่จะให้กลุ่มผู้เสียหายของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนายทุน-นักโทษคดีค้ามนุษย์เพื่อเพศพาณิชย์ และคดีล่วงละเมิดทางเพศชาวอเมริกัน และกลุ่มผู้สนับสนุนพวกเขาเข้าเฝ้าฯ ในช่วงการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ ตามที่มีผู้เสนอ เนื่องจากข้อกังวลว่า อาจกระทบต่อกระบวนการสอบสวนของตำรวจ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สหราชอาณาจักรพระองค์แรก ที่ทรงมีกระแสพระราชดำรัสต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ นับจากปี 2534 ซึ่งสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดาของพระองค์ ทรงมีกระแสพระราชดำรัสต่อสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จเยือนสหรัฐฯ ในปีนั้น

บุกจับ "แพทย์ชาวเกาหลีใต้" ลอบให้คำปรึกษาศัลยกรรมในไทย

ญี่ปุ่นเตรียมใช้ "หุ่นยนต์" ทำงานภาคพื้นสนามบินแทนมนุษย์

เปิดตัวชิงเก้าอี้ "ผู้ว่าฯกทม." ค่ายฟ้า-ส้ม หวังโค่นแชมป์เก่า "ในเงาแดง"