เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2569 กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างพิจารณาการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการให้กับแพลตฟอร์มเรียกรถ Bolt ซึ่งใบอนุญาตจะสิ้นสุดลงในเดือน พ.ค.นี้ หลังเกิดเหตุการณ์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการ และสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้โดยสารซึ่งเป็นนักเรียนหญิงต้องกระโดดลงจากรถบริเวณแยกเพชรเกษม 81 หลังผู้ขับขี่ไม่จอดส่งตามจุดหมายที่ระบุไว้ในระบบ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่แล้ว แต่การตรวจสอบพบว่า ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง และใช้บัญชีของบุคคลอื่นในการรับงานผ่านแอปพลิเคชัน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างร้ายแรง เนื่องจากเป็นการเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาให้บริการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
นอกจากนี้ จากข้อมูลในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่าการกระทำผิดกฎระเบียบของแพลตฟอร์มดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มลดลง หากไม่มีการปรับปรุงมาตรฐานการคัดกรองและควบคุมผู้ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ อาจนำไปสู่การพิจารณาไม่ต่ออายุใบอนุญาต
ด้านนายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย ตัวแทนแพลตฟอร์มชี้แจงว่า ได้ดำเนินการระงับบัญชีผู้ขับขี่ที่เกี่ยวข้องแล้ว และพร้อมยกระดับมาตรการตรวจสอบตัวตนให้เข้มงวดมากขึ้น โดยระบุว่าได้คัดกรองและนำผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายออกจากระบบไปแล้วกว่า 40,000 ราย
ขณะที่นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางแก้ไข โดยเน้นให้ทุกแพลตฟอร์มต้องพัฒนาระบบยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ให้รัดกุมและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับแพลตฟอร์มเรียกรถรวมกว่า 6,776 คดี โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีประเด็นล่าสุดมีจำนวนคดีสูงถึง 2,193 คดี ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมนี้อย่างจริงจัง
อ่านข่าวอื่น :
เสียงสะท้อนมาตรการปรับขึ้นค่าไฟ ซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อย
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนฝนสูงสุด 60% พื้นที่ ระวังฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง
เปิดพฤติกรรม 22 สงฆ์ศรีลังกา ขนกัญชาออกจากไทย
