วันที่ 29 เม.ย.2569 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 และปรับปรุงอัตราการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
รวมถึงเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมฯ ในรูปแบบ Net Billing โดยกำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 MW ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
เสียงสะท้อนต่อมาตรการปรับขึ้นค่าไฟ
ล่าสุดมีเสียงสะท้อนหลากหลายจากประชาชนถึงการปรับมาตรการการคิดค่าไฟแบบขั้นบันได เพราะบางส่วนมองว่า อัตราใหม่อาจซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ ธุรกิจ SME ที่ต้องอาศัยไฟฟ้าครัวเรือนใช้เป็นต้นทุนผลิตสินค้าและบริการ มองว่า หลังจากนี้ อาจจะต้องรับสภาพจ่ายค่าไฟฟ้าแพงมากขึ้น
อรวีร์ ชาวชุมชนราชนิกุล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นตัวอย่างของกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ที่ใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 200 หน่วย และจะได้ประโยชน์จากโครงสร้างค่าไฟใหม่
ภายในบ้านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่อย่าง เช่น พัดลม หม้อหุงข้าว ตู้เย็น ซึ่งปกติ ที่บ้านจะใช้ไฟเฉลี่ยเดือนละเกือบ 800 บาท แต่ถ้าคิดในอัตราใหม่ จะเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 600 บาท ซึ่งจะทำให้มีเงินเหลือต่อเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 200 บาท
อีกตัวอย่างที่ จ.นครสวรรค์ นางสุรีพร ชาวบ้านหมู่ 11 ต.บ้านมะเกลือ อ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตรา ประมาณหน่วยละเกือบ 4 บาท ใช้เฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 200 หน่วย จ่ายค่าไฟเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,000 บาท คาดว่า ค่าไฟใหม่ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง
หากดูตามโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ กลุ่มที่ผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย จะคิดอัตราค่าไฟ ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ค่าไฟจะลดลงประมาณร้อยละ 20 จากที่เคยจ่าย แต่กลุ่มที่ใช้ไฟมาก จะยิ่งต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นตามลำดับ เริ่มในรอบบิลเดือน มิ.ย.2569 เป็นต้นไป
สุกัลยา ชาวบ้านใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วยต่อเดือน เตรียมปรับลดการใช้ไฟฟ้าลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายพร้อมมองว่า โครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได อาจจูงใจให้ประชาชนลดการใช้ไฟลง
ค่าไฟอัตราใหม่ ซ้ำเติม SME จ่ายแพงขึ้น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าช่วง 400 หน่วยขึ้นไป ที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย อาจได้รับผลกระทบจากอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ส่วนที่เพิ่มมากว่า 5 บาท/หน่วย
มีการตั้งคำถาม อาจเป็นดาบสองคมต่อภาคธุรกิจ SME ที่ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะยังต้องอาศัยไฟบ้าน เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงงานบริการต่าง ๆ เช่น ร้านทำผม คาเฟ่ หรือ ร้านค้าในอาคารพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มนี้มีความน่าเป็นห่วงที่สุด
ปาริยา เจ้าของร้านขายของชำใน จ.ตรัง ที่ใช้พื้นที่บ้านเปิดกิจการร้านค้าขนาดเล็ก มีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตู้เอทีเอ็มหน้าบ้าน ตู้ไอศกรีม ตู้แช่สินค้า ที่ผ่านมา แม้จะประหยัดทุกวิถีทาง แต่ค่าไฟก็ยังสูง เฉลี่ยประมาณเดือนละ 2,800-3,000 บาท หรือประมาณ 600-700 กว่าหน่วย เฉลี่ยหน่วยละ 4.50 บาท
นภาพร ผู้ประกอบการร้านค้าในชุมชน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดมองว่า เป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะร้านค้าหรือผู้ประกอบการรายย่อย จะใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต่อเดือนอยู่แล้ว เนื่องจากมีตู้เย็นหรือตู้แช่สินค้า ที่ต้องเสียบปลั๊กไฟไว้ตลอด
ด้าน รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า หนึ่งในมาตรการที่ กพช. ออกมา คือการที่ภาครัฐ สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือ โซลาร์รูฟท็อป จะช่วยทำให้ลดปริมาณการใช้ LPG เพื่อผลิตไฟฟ้า และจะทำให้ค่าไฟฟ้าภาพรวมของประเทศ ถูกลงไปด้วย
เพราะหากเปรียบเทียบจากผลการศึกษา หากสามารถสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้ได้ทุก ๆ จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ จะช่วยทำให้ค่าไฟฟ้าภาพรวมของประเทศ ลดลง 1.8 สตางค์
อ่านข่าว :
กพช.ไฟเขียวค่าไฟ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 2.20 บาท
"อรรถวิชช์" ไม่เห็นด้วย แนวคิดค่าไฟขั้นบันได ผลักภาระให้ประชาชน
ครม.เห็นชอบค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เริ่มรอบบิล มิ.ย.นี้
