วันนี้ (4 พ.ค.2569) นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) รายงานข้อเท็จจริงต่อ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ถึงแผนปฏิรูปการเรียนรู้ 3 ด้านหลัก เร่งยกระดับมาตรฐานการศึกษาตลอดชีวิตให้มีประสิทธิภาพ
สกร.ชี้แจงถึงความล่าช้าในการเปลี่ยนหลักสูตรว่า ปัจจุบันยังมีผู้เรียนในหลักสูตรปี 2551 ค้างอยู่มากกว่า 60% เนื่องจากระเบียบการถ่ายโอนที่ซับซ้อน และลักษณะการเรียนที่เป็นแบบเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ต้องรอให้ผู้เรียนกลุ่มเดิมจบการศึกษาก่อน
สกร.ปรับหลักสูตรการเรียน ยกระดับตำรา-แก้ปัญหาพื้นที่เรียนทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม สกร. ได้วางโรดแมปการเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรปี 2567 โดยปัจจุบันนำร่องไปแล้ว 22 จังหวัด และตั้งเป้าว่าภายใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 จะยุติการรับผู้เรียนใหม่ในหลักสูตรปี 2551 และเปลี่ยนมาใช้หลักสูตรปี 2567 อย่างเต็มรูปแบบทั่วประเทศ
นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาหนังสือเรียนไม่ได้มาตรฐาน สกร. เตรียมปรับระบบกำกับดูแลใหม่ให้ใกล้เคียงกับ สพฐ. โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการถึง 3 ชุด เพื่อดูแลครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่
1.คณะกรรมการตรวจรับ ดูแลด้านกายภาพ เช่น คุณภาพกระดาษ การออกแบบ และความคุ้มค่าของราคา
2.คณะกรรมการตรวจสอบเนื้อหา รับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ
3.คณะกรรมการกำหนดมาตรฐาน (ชุดใหม่) ทำหน้าที่วางเกณฑ์กลางเพื่อให้ผู้ผลิตหนังสือดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกันอย่างโปร่งใส
ส่วนประเด็นด้านข้อจำกัดของสถานที่เรียน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ต้องเช่าพื้นที่สูงถึง 45 เขต สกร. ได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยการประสานขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ และหน่วยงานราชการอื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึง สพฐ. เพื่อขอใช้พื้นที่โรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบรวมแล้วจำนวน 153 แห่ง เพื่อเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดการเรียนรู้ ช่วยลดภาระงบประมาณค่าเช่าและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้เรียนในชุมชน
อธิบดี สกร.ระบุว่า การดำเนินงานทั้ง 3 ด้านนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการจัดการเรียนรู้ของประเทศให้เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และตอบโจทย์การพัฒนาทักษะชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
อ่านข่าว :
วิศวกรแนะตรวจสอบ "โครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี" หลังรถขนแบตฯ ระเบิด
อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน "แลนด์บริดจ์" ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน
นักวิชาการชี้ชัด ฟันผุเกิดจากแบคทีเรีย ไม่ใช่ "แมงกินฟัน"
