วันนี้ (4 พ.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้แถลงถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ระบุว่าขณะนี้รัฐบาลได้จัดทัพการทำงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
โดยได้ลงนามแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อพิจารณาโครงสร้างในทุกมิติอย่างละเอียด ทั้งในด้านรูปแบบการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และมิติทางสังคม โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้เร่งสรุปผลการศึกษาให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน
นายอนุทิน ได้ชี้แจงเหตุผลเบื้องหลังการปรับปรุงแนวทางการศึกษาโครงการในครั้งนี้ว่า เนื่องจากผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ที่เคยมีมาในอดีตนั้น จัดทำขึ้นภายใต้บริบทโลกในรูปแบบเก่า ซึ่งมีความแตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "ภูมิรัฐศาสตร์โลก" ที่มีความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่อย ๆ
นายกฯ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่เป็นของตนเองเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการขนส่ง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสากลเพียงเส้นทางเดียว ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยต้องอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า "กินน้ำใต้ศอก" หรือต้องยอมรับเงื่อนไขที่เสียเปรียบจากการปิดช่องแคบสำคัญของโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ
หรือความพยายามในการเรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ โครงการแลนด์บริดจ์จึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างท่าเรือและรถไฟ แต่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคงในอนาคต
ในมิติของความคุ้มค่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า หากมองเพียงตัวเลขการขนส่งตู้สินค้าหรือคาร์โกเพียงอย่างเดียว ผลตอบแทนอาจจะดูเหมือนอยู่ในระดับหนึ่ง แต่หากมองภาพรวมถึงเรื่องความสะดวก ความรวดเร็ว และความมั่นคง โดยเฉพาะการชูจุดขายเรื่อง "ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) จะพบว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบมหาศาล
โครงการนี้จะช่วยให้สินค้าเกษตรและเสบียงอาหารจากประเทศไทยสามารถกระจายไปยังปลายทางทั่วโลกได้รวดเร็วกว่าเส้นทางเดิมอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันเรื่องอาหารกลายเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลกไปแล้ว
ต่อกรณีข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีการมองว่ามีความเห็นต่างระหว่างรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย นายกฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้มีการ "เกาเหลา" หรือความขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลในมุมมองที่ต่างวาระกันเท่านั้น ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ส่วนข้อกังวลเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนใหญ่ นายอนุทินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนทำงานการเมืองมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จนทุกวันนี้แทบจะไม่มีเพื่อนฝูงนอกวงการเหลืออยู่แล้ว เพราะตนไม่เคยตามใจกลุ่มทุนหรือบุคคลใดหากสิ่งนั้นขัดต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลและประชาชน
นอกจากนี้นายกฯ ยังได้อ้างถึงข้อมูลจาก นิด้าโพล ที่สะท้อนว่าประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ส่วนใหญ่เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่ายังมีประชาชนบางส่วนที่ยังขาดความเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึก ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะต้องเร่งสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องภายในกรอบเวลา 90 วันนี้
โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงคัดค้านและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริงทางวิชาการและผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศเป็นหลัก
นายกฯ ทิ้งท้ายว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 และรัฐบาลชุดปัจจุบันเห็นพ้องว่านี่คือโอกาสทองที่ประเทศไทยจะยกระดับตนเองขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยไม่ยอมให้ปัจจัยความขัดแย้งของโลกมาปิดกั้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
อ่านข่าวอื่น :
อิหร่าน ออกโรงเตือน สหรัฐฯ หลังประกาศพาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
สิริพงศ์ยัน "แลนด์บริดจ์" คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน
ตรวจพบทุเรียนอ่อนกว่า 500 ลูกในล้งจันทบุรี สั่งรื้อห้ามส่งออก
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
