"พริษฐ์" ห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหมือนหว่านแห จับตา ครม.เคาะร่าง กม.สำคัญ

การเมือง
10:51
จำนวนผู้ชม 467
"พริษฐ์" ห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เหมือนหว่านแห จับตา ครม.เคาะร่าง กม.สำคัญ
Botnoi Voice
"พริษฐ์" เผย กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เยียวยาประชาชนไม่พุ่งเป้า เหมือนหว่านแห สอดไส้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเหมือนการตีเช็คเปล่า เลี่ยงการตรวจสอบของสภา พร้อมชวนประชาชนจับตาโครงการแลนด์บริดจ์ อาจไม่โปร่งใส

วันนี้ (5 พ.ค.2569) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ว่า อยากชวนประชาชนจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีมติยืนยันว่าจะมีกฎหมายฉบับใดบ้างที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วได้ไปต่อ ซึ่งตนเห็นว่ามีหลายฉบับที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เช่น ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ,ร่าง พ.ร.บ. การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือ PRTR ที่มีส่วนทำให้อากาศของเราบริสุทธิ์ และสามารถแก้ไขปัญหา PM 2.5 และมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้

ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลสามารถใช้แก้ไขปัญหาการผูกขาด หรือส่งเสริมการแข่งขันในตลาดได้ ถ้าตลาดมีการแข่งขันหรือการผูกขาดที่น้อยลงก็จะแปรมาเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้นให้กับประชาชน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่มีส่วนทำให้สิทธิของผู้ใช้แรงงานใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลมากขึ้น ทั้งชั่วโมงทำงาน วันลา และสัญญาจ้างที่เป็นธรรม ซึ่งก็ต้องรอดูว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติยืนยันกฎหมายฉบับใดบ้าง

"ซึ่งเมื่อวานนี้ทางวิปรัฐบาล ยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นหนึ่งในกฎหมายที่จะถูกยืนยัน ซึ่งฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากร่างกฎหมายฉบับใดที่คณะรัฐมนตรีไม่มีมติยืนยันในวันนี้ และฝ่ายค้านเห็นว่า คณะรัฐมนตรีควรจะยืนยัน เราก็จะซักถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทำคำชี้แจงกลับไปให้คณะรัฐมนตรีทบทวนการตัดสินใจ เพราะหากไม่ยืนยันวันนี้ ก็จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้า ซึ่งก็จะยังอยู่ในกรอบ 60 วัน" นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านให้ความสนใจ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ โดยวงเงินดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 2 แสนล้านบาท ใช้ในการเยียวยาประชาชนจากวิกฤติพลังงาน อีก 2 แสนล้าน เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งพรรคประชาชนมีความกังวลใจ เพราะครึ่งหนึ่งเป็นการเยียวยาแบบหว่านแห สุ่มเสี่ยงตกหล่น

ซึ่งเรื่องของการเยียวยาเราเห็นตรงกันว่า ด้วยวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่มีความกังวลในรายละเอียด คือ แม้ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะพูดมาโดยตลอดว่า ต้องการเยียวยาแบบพุ่งเป้า แต่โครงการที่เห็นโดยเฉพาะไทยช่วยไทยพลัส ที่ต่อยอดมาจากคนละครึ่ง เป็นโครงการในลักษณะหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากขั้นตอนในการลงทะเบียนเป็นใครลงก่อนได้ก่อน ก็เป็นการสุ่มเสี่ยงว่าไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประชาชนที่เดือดร้อนที่สุด

และแม้จะมีโครงการดังกล่าว แต่ก็เห็นว่าอาจจะมีบางกลุ่มที่ตกหล่นจากมาตรการต่างๆ อยู่ เช่นภาคขนส่ง ภาคประมง ซึ่งทั้งสองภาคจะเข้าพบทีมคณะรัฐมนตรีเงาในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพมาตรการของรัฐบาล และถ้ารัฐบาลเดินหน้าด้วยโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในลักษณะที่ประชาชนต้องออกส่วนหนึ่ง 40% ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับเป้าหมายหลัก ที่ต้องการเยียวยาและลดค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งโครงการที่มีลักษณะให้ประชาชนช่วยออก ที่ผ่านมามักจะใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่า แต่ปัญหาที่เราเผชิญอยู่เป็นปัญหาเรื่องต้นทุนและค่าครองชีพ จึงคิดว่าการออกโครงการในรูปแบบนี้อาจจะไม่เหมาะสมที่สุด

ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการตีเช็คเปล่า ที่พยายามจะหลีกหนีการตรวจสอบของสภา ก็ตั้งคำถามว่าเหตุใดก้อนนี้ ถึงไปรวมอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะออกเป็น พ.ร.ก.ต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงานน่าจะจัดเป็น พ.ร.บ.เพื่อเสนอเข้าสภาจะเหมาะสมกว่า ซึ่งการออกเป็น พ.ร.บ.ไม่ได้ทำให้ล่าช้าจนเกินไป ทำให้สภาได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้ จึงกังวลใจว่าเป็นการฉวยโอกาส เอาก้อนที่สองนี้ ไปรวมใน พ.ร.ก.เงินกู้ เป็นการตีเช็คเปล่า หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาหรือไม่

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องของกลไก แต่ในเชิงหลักการมองว่าก้อนที่สอง เป็นก้อนที่มีความสุ่มเสี่ยง จะไม่เข้านิยามคำว่าเร่งด่วน ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและมองว่าขั้นตอนที่เหมาะสมกว่าคือการเอาก้อนนี้มาเสนอเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่ตรวจสอบได้

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ฝ่ายค้านยังกังวลเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจมีความไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด โดยชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น

คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี ที่เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี โดยพรรคประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจาก พ.ร.บ.อีอีซี ขึ้นซ้ำรอยกับ พ.ร.บ.เอสอีซี จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี เพื่อประกอบวิเคราะห์กับร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ 2. จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี เข้าที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน

อ่านข่าว :

ถก ครม. “สีหศักดิ์” ยันยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา

ครม.เตรียมเคาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วันนี้

ศธ.อนุโลมใช้ชุดนักเรียนเดิม-ชุดลูกเสือเนตรนารี ไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ