สืบเนื่องจากที่มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมด้านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ศึกษาติดตามการประเมินผลกระทบของโครงการพัฒนาท่าเรือบริเวณแหลมอ่าวอ่าง อ.เมืองระนอง จ.ระนอง และโครงการพัฒนาท่าเรือบริเวณแหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ มาอย่างต่อเนื่อง
และพบว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งความสูญเสียโดยตรงและโดยอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างกว้างขวางและรุนแรง ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ยื่นส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการกิจการหรือการดำเนินการ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพสิ่งแวดล้อมสุขภาพ อนามัยคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง (รายงาน EHIA) ของโครงการพัฒนาท่าเรือทั้ง 2 โครงการ ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) แล้ว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานของ คชก.
EnLAW เปิดความเห็นทางกฎหมาย กรณี สผ.-สนข. ไม่เปิดเผยรายงาน EHIA "แลนด์บริดจ์"
เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการร่วมติดตามตรวจสอบ และให้ข้อมูลความเห็นประกอบการพิจารณารายงาน EHIA ของ สผ. และคชก. ให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและรัดกุมรอบคอบ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม จึงได้ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ขอคัดถ่ายสำเนารายงาน EHIA โครงการพัฒนาท่าเรือแลนด์บริดจ์ ฉบับที่ สนข. เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. จากทั้ง สนข. และ สผ. แต่กลับได้รับแจ้งคำสั่งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลรายงาน EHIA จาก สนข.
โดยอ้างเหตุผลว่า “เป็นข้อมูลข่าวสารที่จัดอยู่ในประเภทของข้อมูลข่าวสารที่การเปิดเผย จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ เนื่องจากขณะนี้การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำและยังไม่เสร็จสิ้น
และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว อาจทำให้การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ หรือไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมได้ ตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 ประกอบกับตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 กำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” และแจ้งให้มูลนิธิฯ ใช้สิทธิอุทธรณ์หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งปฏิเสธดังกล่าว
และในส่วนของ สผ. แม้มิได้มีคำสั่งปฏิเสธอย่างชัดแจ้ง แต่ก็ไม่ได้จัดทำสำเนารายงาน EHIA ให้ตามคำขอ โดยตอบกลับเพียงว่า ได้รับแจ้งจาก สนข. ว่า ได้จัดส่ง “ร่างรายงาน EHIA ฉบับเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3” ให้กับทางมูลนิธิฯ แล้ว ทั้งที่ร่างรายงาน EHIA ฉบับดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารตามคำขอที่มูลนิธิฯ และภาคประชาชนประสงค์จะได้รับ และเป็นเอกสารคนละฉบับที่แตกต่างกันในสาระสำคัญ
กล่าวคือ รายงาน EHIA ที่ สนข. จัดส่งให้นั้น เป็นฉบับเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ซึ่ง สนข. มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้อยู่เดิมแล้ว แต่เนื่องจากในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ประชาชนและนักวิชาการหลายภาคส่วนได้ทักท้วงตั้งข้อสังเกตไว้ ถึงความบกพร่องผิดพลาดในสาระสำคัญของข้อมูลในร่างรายงาน EHIA หลายประเด็น จึงต้องการตรวจสอบว่า มีการแก้ไขปรับปรุงรายงาน EHIA ตามข้อทักท้วงก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. หรือไม่
EnLAW เปิดความเห็นทางกฎหมาย กรณี สผ.-สนข. ไม่เปิดเผยรายงาน EHIA "แลนด์บริดจ์"
จากข้อเท็จจริงข้างต้น มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมเห็นว่า คำสั่งปฏิเสธการเปิดเผยรายงาน EHIA และการชี้แจงตอบกลับของทั้งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ด้วยเหตุผลดังนี้
1.โดยที่โครงการท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องมีการถมทะเล ทั้งสองฝั่งของ จ.ระนองและชุมพร และจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชนในวงกว้างอย่างรุนแรง
การเปิดเผยข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพฉบับที่ สนข. เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ นักวิชาการและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมกันอ่านข้อมูลในรายงาน เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้อง และสามารถแสดงความคิดเห็นนำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการและต่อ คชก. เพื่อให้พิจารณาตรวจสอบรายงาน EHIA อย่างรอบคอบและรอบด้านด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนที่ย่อมสามารถกระทำได้แม้รายงานจะอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของ คชก.
โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ถึงความรุนแรงของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น กับทั้งประชาชนและนักวิชาการหลายภาคส่วน ได้ทักท้วงตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ถึงความบกพร่องผิดพลาดในสาระสำคัญของข้อมูลในร่างรายงาน EHIA หลายประเด็น และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบว่า มีการแก้ไขปรับปรุงตามข้อทักท้วงหรือไม่
ซึ่งการที่ประชาชนจะสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ ย่อมไม่มีหนทางอื่นใด นอกจากการได้อ่านรายงาน EHIA ฉบับที่ สนข. ยื่นเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. และเป็นการดำเนินการที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นโดยเร่งด่วนก่อนที่ คชก. จะพิจารณาลงมติ ให้ความเห็นต่อรายงาน
การใช้สิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชน ในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EHIA ของ คชก. ถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 58 ที่บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนและกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการตัดสินใจอนุมัติอนุญาตให้ดำเนินโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเอาไว้ว่า
“การดำเนินการใดของรัฐ หรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยา ความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า”
2.การที่ สนข. และ สผ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่ครอบครองข้อมูลรายงาน EHIA ฉบับตามคำขอ ปฏิเสธไม่ให้คัดถ่ายสำเนาข้อมูลรายงานดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชาชน และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ขัดแย้งต่อกฎหมายที่กำหนดให้
EnLAW เปิดความเห็นทางกฎหมาย กรณี สผ.-สนข. ไม่เปิดเผยรายงาน EHIA "แลนด์บริดจ์"
รายงานและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม ในแต่ละขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งรายงานการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในแต่ละขั้นตอนการดำเนินการ
ซึ่งรวมถึงรายงานฉบับที่มีการยื่นต่อ สผ. เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คชก. เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ตามข้อ 1 ของประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่องการกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นข้อมูลข่าวสารต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ประกาศ ณ วันที่ 7 มิ.ย.2553
กับทั้งยังเป็นการขัดแย้งต่อแนวคำวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 164/2559 ลงวันที่ 14 ก.ค.2559
ซึ่งนอกจากจะได้วินิจฉัยวางบรรทัดฐานว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ปัจจุบันตามกฎหมายเรียกว่า รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ) ฉบับที่ยื่นต่อ สผ. เพื่อให้ คชก.พิจารณา ถือเป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยให้ประชาชนตรวจดูได้ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิโต้แย้งตรวจสอบกระบวนการจัดทำรายงานได้แล้วนั้น
EnLAW เปิดความเห็นทางกฎหมาย กรณี สผ.-สนข. ไม่เปิดเผยรายงาน EHIA "แลนด์บริดจ์"
ยังได้วินิจฉัยวางบรรทัดฐานไว้ด้วยว่า ต้องให้ประชาชนสามารถขอคัดสำเนารายงานได้ด้วย เนื่องจากการเปิดเผยโดยให้เข้าตรวจดูแต่ไม่ให้สำเนา ประชาชนไม่อาจนำข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ หรืออาจมีการนำข้อมูลไปสื่อสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริงได้ เพราะในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มีข้อมูลจำนวนมาก และข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทางเทคนิค ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ เป็นผู้ให้คำปรึกษา เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจและนำข้อมูลไปโต้แย้งแสดงความเห็นได้อย่างถูกต้อง
ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลรายงาน EHIA ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ คชก. จึงมิได้เป็นกรณีที่การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่ อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ดังที่ สนข. กล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอยแต่อย่างใด แต่ตรงกันข้ามการเปิดเผยจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้ในการตรวจสอบกระบวนการจัดทำรายงาน และให้ข้อมูลความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาของ คชก. เพื่อทบทวนตรวจสอบการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบรอบด้าน ตามวัตถุประสงค์และหลักการที่แท้จริงของระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โดยที่หน่วยงานรัฐผู้ครอบครองข้อมูล ย่อมสามารถดำเนินการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมายได้ โดยไม่จำต้องปฏิเสธการเปิดเผยรายงานทั้งฉบับ อีกทั้งหน่วยงานรัฐควรตระหนัก และให้ความสำคัญในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกระบวนการตัดสินใจในโครงการ อันจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อไปด้วย
อ่านข่าว :
“รักษ์พะโต๊ะ” ชี้ “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้มค่า แค่จัดสรรทรัพยากรเฉพาะกลุ่มทุน
อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน "แลนด์บริดจ์" ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน
“กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม
สิริพงศ์ยัน "แลนด์บริดจ์" คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน
