ปชน.เปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เปิด 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ

การเมือง
17:55
จำนวนผู้ชม 1,982
ปชน.เปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เปิด 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
พรรคประชาชนเปิดตัว "ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร" แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เปิด 4 ฉากทัศน์ "กรุงเทพง่าย ๆ" ยกระดับศูนย์เด็กเล็ก-ดูแลผู้สูงวัย ค้าขายง่ายไร้ส่วย สร้างอาชีพให้คนตกงาน สร้างเมืองที่เดินเท้าได้ แก้ระบบขนส่ง

วันนี้ (5 พ.ค.2569) พรรคประชาชน เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่องาน "กรุงเทพฯ ง่าย ๆ BY ผู้ว่าประชาชน" โดยมีแกนนำพรรคประชาชน อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงานเปิดวีดิทัศน์แนะนำตัวผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต รวมถึงปัญหาที่ สส.กทม. สะท้อนออกมา เช่น การคมนาคม สิทธิการส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล

นายวิโรจน์ กล่าวว่า 4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากวันที่ 22 พ.ค.2565 หลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีโอกาสพูดคุยกับคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ตนมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าทำนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯ ต่อ และตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะสร้างทีมบริหาร เพื่อลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ ในปี 2569 ซึ่งตนมีความตั้งใจจะเริ่มเดินหน้าทำทีมในปี 2567

ตั้งแต่ต้นปีวันที่ 31 ม.ค.2567 ก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า การใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยสุจริตของพวกตนทั้ง 44 คนในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งตอนนั้นศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ และเพียงแค่ไม่กี่วันต่อมา วันที่ 2 ก.พ.2567 ก็มีคนรับลูกไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ทันที ว่าตนและเพื่อนของตนละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แต่ตนยังมีความตั้งใจอยู่ สามารถถามทุกคนได้ว่าตนไม่เคยยุติความมุ่งมั่นที่ดีต่อกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งวันที่ 7 ส.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอีกครั้งให้ยุบพรรคก้าวไกล แล้วคดีของพวกตนก็เดินหน้ามาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน

ในวันนั้นตนรู้ตัวดีและตระหนักดีว่า ความฝันของตนที่ต้องการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเท่ากัน ต้องยุติลงชั่วคราวจนกว่าความตั้งใจดี และความสุจริตของตนจะได้รับการพิสูจน์และข้อกล่าวหาทั้งหมดทั้งปวงจะผ่านพ้นไป

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ตนคุยกับนายพิจารณ์ว่า พรรคมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะความฝันของพรรคจะหยุดลงพร้อมกับความฝันของตนไม่ได้ ตั้งแต่ปี 2567 ตนบอกกับนายพิจารณ์ว่าพรรคจำเป็นต้องเดินหน้าคัดสรรผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ได้แล้ว เพื่อให้ความฝันของพรรค ซึ่งก็คือพวกเราทุกคนทั้งที่อยู่ที่นี่ อยู่ที่บ้าน และอีกหลาย ๆ คนต้องเดินหน้าต่อ และก้าวข้ามตนไปข้างหน้า แต่ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกังวล

ยืนยันว่าตนจะยังเป็นคนที่ช่วยเหลือพรรค และเป็นลมใต้ปีก เป็นเครื่องจักร เป็นเครื่องยนต์ เป็นไม้ค้ำ ให้ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน ตลอดจนผู้สมัคร สก. ทุกคนเพื่อเดินหน้าความฝันของคนกรุงเทพฯ ให้เป็นจริงให้ได้ และขอเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ในนามพรรคประชาชน คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ

"ชัยวัฒน์" เปิด 4 ฉากทัศน์ กรุงเทพฯ ง่ายๆ ยกระดับศูนย์เด็กเล็ก-ดูแลผู้สูงวัย

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคประชาชน กล่าวแสดงวิสัยทัศน์บนเวที โดยเริ่มต้นคำถามถึงชาวกรุงเทพฯ มหานคร ว่าใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้าง เพราะมีคนเคยกล่าวว่า การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สบายที่สุดถ้ามีเงินมากพอ เพราะมีทุกสิ่งสุดยอด

แต่ถ้าไปถามคนขายข้าวแกง ไรเดอร์ พนักงานออฟฟิศ ไม่มีใครตอบได้ว่าชีวิตเขาง่ายเลย เพราะชีวิตในกรุงเทพฯ มันยาก ทั้งการเดินทางที่ยากลำบาก การเลี้ยงลูก หรือเลี้ยงพ่อแม่ก็ยากลำบาก บางคนอาจต้องเสียสละลาออกจากงาน หางานยากในยุคที่คนตกงาน มีเทคโนโลยี AI เข้ามาทดแทน

ดังนั้นจะเห็นว่าการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ นั้นยากจริง ๆ แต่คนกรุงเทพฯ เหมือนจะชาชินแล้ว มีเป้าหมายเพียงหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตต่อ จนลืมไปแล้วว่าจริง ๆ เมืองกรุงเทพฯ จะทำให้ชีวิตของเขาดีกว่านี้ได้ ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ควรยากขนาดนี้

โดยพูดในฐานะคนกรุงเทพฯ ที่เติบและโตมาในย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรี อยู่ในห้องแถว ต้องช่วยที่บ้านขายของเก็บเงิน เพื่อมาซื้อของที่อยากได้ การเดินทางตั้งแต่เรียนจนถึงทำงานที่ย่านลาดพร้าว ต้องต่อรถ ต่อเรือหลายต่อ นี่คือสิ่งที่ตนเผชิญมาตั้งแต่เกิด

จึงอยากชวนคนกรุงเทพมาร่วมฝันถึงชีวิตคนกรุงเทพที่ดีกว่านี้ ว่ามีอะไรที่เราจะทำร่วมกันได้บ้าง ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะถึงนี้ ที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินการถกเถียงว่า ใครจะลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครแล้วจบแค่นั้น แทบไม่เคยมีการพูดถึงวาระเมืองกรุงเทพฯ จะเป็นแบบไหน จะมีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้นได้อย่างไร จึงอยากชวนทุกคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า กรุงเทพฯ ดีแค่นี้พอแล้วจริงๆ หรือ ซึ่งตนมั่นใจว่ากรุงเทพฯ ต้องดีกว่านี้ได้ คนกรุงเทพฯ ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ได้

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ถ้าติดตามการทำงานของเรา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน จะเห็นความตั้งใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมาโดยตลอด ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนไม่ได้เสนอแค่ผู้ว่ากรุงเทพมหานครให้ท่านเลือกเพียง 1 คนเท่านั้น แต่ยังเสนอวาระว่ากรุงเทพฯ ควรจะเป็นเมืองหลวงอย่างไร คนควรจะมีชีวิตอย่างไร

"ผม โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าประชาชน คนกรุงเทพฯ มีวาระที่จะมานำเสนอ เพราะผมต้องการเห็นกรุงเทพฯ มีคุณภาพระดับมหานครชั้นนำของโลก กรุงเทพฯ ควรเป็นหลังพิงและลมใต้ปีก เป็นเมืองที่คอยโอบอุ้มเวลาที่ลำบาก เป็นเมืองที่ให้โอกาสในวันที่อยากก้าวกระโดด กรุงเทพฯ ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน"

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนมีโอกาสไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น และเห็นว่าที่นั่นมองคนเป็นขุมทรัพย์ จึงนำข้อนี้กลับมาว่าเราจะต้องมองคนเป็นขุมทรัพย์ของเมือง

ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าการบริหารงานของกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งอำนาจและงบประมาณ แต่ก็ต้องพัฒนาให้ได้กว่าข้อจำกัดของกรุงเทพฯ เพื่อที่จะให้ไปถึงจุดนั้นต้องทำให้เมืองพัฒนาคน และคนกลับไปเป็นพลังพัฒนาเมือง ซึ่งการพัฒนาคนสิ่งสำคัญคือเวลา ที่ผ่านมาการใช้ชีวิตทำภารกิจต้องเสียเวลา 3-4 ชั่วโมง ฉะนั้นเราจะต้องคืนเวลาเหล่านี้ ให้คนกรุงเทพฯ ผ่าน 4 ชุดนโยบายของพรรคประชาชน เพื่อชีวิตง่าย ๆ ของคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย

1.การเลี้ยงครอบครัวง่าย กรุงเทพฯ ต้องช่วยให้คนเลี้ยงลูกง่าย ต้องเป็นเมืองที่ช่วยให้คนกล้าที่จะมีลูก โดยกรุงเทพฯ ต้องลงทุนพัฒนาเด็กเล็กให้พ่อแม่เชื่อมั่น ฝากเลี้ยงมั่นใจ นอกจากนี้สังคมไทยกำลังเป็นสังคมสูงวัย กรุงเทพฯ มีผู้สูงวัย 1.4 ล้านคน เริ่มติดบ้าน 2 หมื่นคน ติดเตียง 1.5 หมื่นคน ดังนั้น กรุงเทพฯ จะต้องมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และมีนักดูแลผู้สูงอายุ ผู้ติดบ้าน ติดเตียง สำหรับเรื่องหาหมอ การที่ต้องรอใบส่งตัว กรุงเทพฯ สามารถช่วยตรงนี้ เราเพิ่มศักยภาพศูนย์บริการสาธารณสุขเหล่านี้ เพื่อรองรับสิทธิบัตรทอง แก้ไขปัญหาใบส่งตัว

2.ค้าขายง่าย ไม่ต้องจ่ายส่วย กรุงเทพฯ ต้องให้โอกาสค้าขาย ใช้พื้นที่ของ กทม.และของรัฐ การพัฒนาย่านท่องเที่ยวโดยประชาชนในย่านนั้นเอง ตลอดจนการสร้างงานสร้างอาชีพ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเพิ่งเผยแพร่งานวิจัยว่า ปีนี้คนไทยเฉลี่ยถูกเลิกจ้างเดือนละ 4 หมื่นคน ดังนั้น กทม.ซึ่งมีโรงเรียนฝึกอาชีพอย่างน้อย 10 แห่ง เป็นโอกาสอันดีที่จะเปลี่ยนโรงเรียนฝึกอาชีพเหล่านี้ ให้เป็นศูนย์ Re-Skill พร้อมกับการจ้างงาน ของนายจ้างที่ต้องการหาคนงานมาฝึกทักษะ พร้อมหางานให้คนทำไปพร้อม ๆ

3.เดินทางง่าย สิ่งที่คนไม่มีรถต้องการจากเมืองนี้คือ เราต้องการ กทม.ที่สามารถเดินเท้า เพราะการเดินเท้าได้ เอื้อให้เราหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อของขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ ท่าเรือ ทุกการเชื่อมต่อเหล่านี้ ถ้าทำให้เป็นการเดินทางที่เดินเท้า คนจะใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น

รวมถึงมีระบบติดตามการขนส่งสาธารณะผ่านพิกัด GPS เรียลไทม์ ทำให้วางแผนการเดินทางได้ ซึ่ง กทม.มีอำนาจจำกัด แต่มีเส้นทางเดินรถที่กรมการขนส่งทางบกออกใบอนุญาตแล้ว แต่ไม่มีเอกชนมาวิ่งจำนวนมาก กรุงเทพฯ สามารถไปดำเนินการให้มีประสิทธิภาพได้ รวมถึงเส้นทางเดินเรือเมล์ใน 3 คลอง เป็นสิ่งที่ทำได้ทันที การทำให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเดินทางง่าย โดยไม่ต้องมีรถ เป็นการคืนเวลาบนท้องถนนให้คนกรุงเทพฯ

4.ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องทนกับกลิ่นขยะ ไม่ทนกับการติดต่อราชการอย่างไม่ตรงไปตรงมา การกำจัดขยะต้องมีมาตรฐาน โรงกำจัดขยะกลางเมือง หากปล่อยกลิ่นเหม็น จำเป็นต้องหยุดดำเนินการทันที และปรับปรุงให้เป็นระบบปิด ที่ไม่ส่งกลิ่นเหม็น เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข การติดต่อราชการ การขอใบอนุญาตต่าง ๆ ทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ อาจมีทางเลือก 2 ทาง 1.รอ 2.จ่ายใต้โต๊ะ ระบบแบบนี้ ไม่ควรต้องมีอีกต่อไป คนกรุงเทพฯ ควรได้รับการบริการโปร่งใส ตรงไปตรงมา กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองเรื่องที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ง่าย ไม่สร้างภาระให้คนที่ต่อสู้

"ผมรักกรุงเทพฯ และภูมิใจที่เป็นคนกรุงเทพฯ การเลือกตั้งที่จะมาถึงใน กทม.ครั้งนี้ พวกเราทุกคนมีทางเลือก ภายใต้งบ 1.2 แสนล้านบาทต่อปี บุคลากรกว่า 1 แสนคนของ กทม. เราไม่ได้เลือกแค่ผู้ว่าฯ แต่เราจะเลือกเมืองกรุงเทพฯ ที่ดีกว่านี้ได้หรือเปล่า เลือกวาระเมืองกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เราไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง เลือกวาระเมืองกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองหลังพิงเมื่อล้ม และเป็นลมใต้ปีก เมื่อเราพร้อมไปข้างหน้า นี่คือวาระที่ผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ ประชาชนของคนกรุงเทพฯ ขอนำเสนอให้คนกรุงเทพฯ เลือก" นายชัยวัฒน์ กล่าว

อ่านข่าว :

หัวหน้า ปชน.ปัดทาบ "ชัชชาติ" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ยันไม่มีดีลการเมือง

"ชัยวัฒน์" อุบตอบพรรคประชาชนส่งชิงผู้ว่าฯ กทม.บอกรอวันที่ 5 เดือน 5

พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัคร สก. แต่ให้ใช้โลโก้ และหาเสียงในนามพรรคได้