"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

การเมือง
17:51
จำนวนผู้ชม 972
"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"
Botnoi Voice

วันที่ 25 พ.ค.นี้ "ราเชน ศิลปะรายะ" อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งถูกโยกเป็น “ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และจะบวชยาวจนถึง 23 มิ.ย.2569 วันที่หนังสือลาออกจากราชการมีผล

โดยระบุอยากจะอยู่เงียบๆ ไม่ขอพูดอะไรแล้ว เพราะครอบครัวบอบช้ำมาก ขณะที่ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รมว.เกษตรฯ บอกเพียงสั้น ๆว่า "ขอให้จบเรื่องนี้" โยกย้ายไม่เกี่ยวกับหลานและเพิ่งมารู้เรื่องหลังโยกย้าย

นัยทางการเมืองอาจถือเป็นการตัดจบแบบ "ทางใคร ทางมัน" แม้ก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมฝนหลวงฯ จะถูกฝ่ายการเมืองอีกฟากฝั่งแก้เกี้ยวว่า เป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง เพราะภูมิลำเนาจ.สกลนคร บ้านเกิดนั้น "ราเชน" อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่นโดยตรง แต่ทางอ้อม "ณภัชชา ศิลปะรายะ" คือ หลานสาวของอธิบดีกรมฝนหลวง ซึ่งเคยเป็นสจ. และเป็นผู้สมัครสส. เขตสอง พรรคภูมิใจไทย

โดย "ณภัชชา" เป็นลูกสาวของ "กัญญาภัค ศิลปะรายะ" หรือ เจ้จ๋า จำปาอีสาน น้องสาวของอธิบดี "ราเชน" อีกทั้งยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษาส่วนตัว "ทรงศักดิ์ ทองศรี" ตั้งแต่ครั้งเป็น รมช. มหาดไทย

หลังเกิดปัญหาเด้งอธิบดีราเชน "กัญญาภัค" โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า “นี่คือข่าวที่ไม่กรอง...จากหลานกลายเป็นลูก...จากน้องสาวกลายเป็นเมีย ท่านอธิบดีราเชนเป็น ลุงของ อดีต สจ.หนูเล็ก ณภัชชา ศิลปะรายะ..." ก่อนจะตบท้าย "ขอยุติเรื่องนี้ เพราะพี่ชายจะถูกเป็นเครื่องมือการเมือง พูดมาก..เจ็บคอ"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งคือ หากดูความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการและนักการเมือง ที่เข้ามากำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล้วนหนีกันไม่พ้น ในยุค "เฉลิมชัย ศรีอ่อน" อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรมว.เกษตรฯในขณะนั้น "ราเชน" มีตำแหน่งผู้อำนวยการชลประทาน จ.สกลนคร และค่ายสีฟ้า ไม่มีสส.ในพื้นที่เลย

ต่อมาปี 2566 "บ่าวตี๋ เมืองสกลนคร" หรือ ชาตรี หล้าพรหม อดีตผู้สมัครพรรคประชาชาติ ย้ายมาลงสมัครในพื้นที่เดิมอีกครั้ง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยเอาชนะ นิยม เวชกามา อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ได้เพียง 706 คะแนน และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ศ.2538 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ชนะการเลือกตั้งในจ.สกลนคร

ภายใต้ร่มเงาการเมืองท้องถิ่นของ ตระกูลศิลปะรายะ ทำให้ "ชาตรี" ชนะการเลือกตั้ง ส่งผลให้ "ราเชน" ได้รับการโปรโมทให้นั่งเป็นหัวหน้าสำนักงานรมต.(เฉลิมชัย) ที่กระทรวงเกษตรฯ แต่หลังจากการเมืองเปลี่ยนขั้ว "พรรคกล้าธรรม" มาคุมกระทรวงพระพิรุณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรี ยาวต่อเนื่องยุค "นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" อดีตรมว.เกษตรฯ

อธิบดีราเชน ขยับเป็นรองอธิบดีกรมฝนหลวง และหลังจากอธิบดีฝนหลวงคนก่อนเกษียณอายุราชการ "ราเชน" ได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงคนต่อมา จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ข้าราชการมักจะถูกมองว่า "เป็นเด็ก" นักการเมือง

แม้ "ณภัชชา"อดีตสจ.และผู้สมัครสส.พรรคภูมิใจไทย จะถูกจับจ้องว่า เป็นคนค่ายสีน้ำเงิน เนื่องจาก "ทรงศักดิ์ ทองศรี" เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เขตอีสานเหนือ แต่หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า หลัง "เฉลิมชัย" และกลุ่มเพื่อนย้ายจากประชาธิปัตย์เข้าสังกัด "กล้าธรรม" โดยเฉพาะ "ชาตรี" สส.สกลนคร เมื่อพื้นที่ชนกันจึงทำให้ "ณภัชชา" ต้องเปลี่ยนไปอยู่ค่ายครูใหญ่ บุรีรัมย์

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดับเครื่องชน "สุริยะ" อาจมีสาเหตุเบื้องหลัง เพราะการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา มีการระดมสรรพกำลังจากเครือข่ายรุ่งเรืองกิจแบบ "จัดเต็ม" ยกเว้น "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของพรรคประชาชน และการของาน” ซ่อมเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ เมื่อปี 2568 จึงเกิดขึ้น โดยเฉพาะการโยกย้าย เพื่อล้างบางข้าราชการในเครือ ข่ายสีเขียว

"ปัญหาจริง ๆ เกิดขึ้น จากบริษัทที่รับซ่อมเครื่องบินของกรมฝนหลวง เป็นบริษัทในเครือข่ายของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่หลานชาย รมว.สุริยะ มีทีมซ่อมอยู่แล้ว ก็อยากได้งานนี้ เพราะเห็นว่ามีเงินเหลืออีก 200 กว่าล้าน แต่ข้อเท็จจริงมีการตกลงกับบริษัทแห่งนี้ และมีการจ่ายเงินกันไปแล้ว จึงให้ไม่ได้ และไม่ยอมพบ เมื่อมีการเป็นปฏิปักษ์ อีกฝ่ายเห็นว่าก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ก็โดนล้างบางไป" แหล่งข่าวระบุ

ย้อนกลับมาที่กระทรวงพระพิรุณ ทรงนาค วันนี้ (5 พ.ค.2569) "สุริยะ" ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้ไปอยากขอให้จบเรื่องนี้ จะขอเดินหน้าทำงานในภารกิจหลักโดยต้องการผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ ตอบสนองวิกฤตเศรษฐกิจ และต้องหาคนที่เข้ามาผลักดันงานกระทรวงให้ได้

แม้โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ฯเป็นของพรรคเพื่อไทย "ไร้คนนอก" นอกจาก “สุริยะ”ในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงแล้ว ยังมี รมช.อีก 2 คน คือ “วัชระพล ขาวขำ” ลูกชายบ้านใหญ่แดงอุดร "วิเชียร ขาวขำ" และ "ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" ลูกสาวบ้านใหญ่แม่จัน "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ทั้งหมดเป็นทีมทำงานและที่ปรึกษาจากค่ายแดง

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

ล่าสุดมีรายงานระบุว่า เพื่อไทยยุคบุกเบิก "รากหญ้า" มีการดึง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" เข้ามาเป็นเงาบริหาร และกวาดเครือข่ายสีเขียวของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” อดีตรมว.เกษตรฯ ให้ตกขอบ เพื่อปูเส้นทางสีแดงเดินต่อ "รัฐมนตรีโฮม" ปิยะรัฐชย์ มี "ยงยุทธ ติยะไพรัช" บิดา เป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง

ขณะเดียวกัน หากส่องเฟซบุ๊ก "รัฐมนตรีโฮม" ปิยะรัฐชย์ ก็จะเห็นภาพสส.รุ่นใหม่ภาคเหนือตอนล่าง จ.สุโขทัย "ณัฐธิดา เทพสุทิน" และ "ณัคนางค์ กุลนาถศิริ" ลูกสาวและหลาน "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ผนึกกำลังลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและเดินตลาดคูหาสุวรรณ จ.สุโขทัย

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

นอกจากนี้ "กลุ่มสามมิตร" เพื่อไทยยังมีการปูนบำเหน็จ เครือข่ายข้าราชการการเมือง ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย โดยเฉพาะ "สายตรง"ของ "สุริยะ-สมศักดิ์"ประเดิมที่ "ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย" อดีต สส.นครสวรรค์ เป็นที่ปรึกษารมว.เกษตร ฯ และสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต สส.ชลบุรี เลขานุการ รมว.เกษตรฯ

ส่วน "จเด็ศ จันทรา" อดีต สส.พิษณุโลก อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อดีตประธานสโมสรฟุตบอลพิษณุโลก ยูนิตี้ อดีตที่ปรึกษา สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีเกษตรฯ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ(ไม่)จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

ส่วน ธีระชัย แสนแก้ว อดีตสส.อุดรธานี เป็นที่ปรึกษา "วัชระพล ขาวขำ" รมช.เกษตรฯ ลูกชายของ "วิเชียร ขาวขำ" อดีตนายก อบจ.อุดรธานี และมี "ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช" ลูกชายของ "สาโรจน์ หงษ์ชูเวช" อดีตผอ.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีเกษตรฯ

นอกจากนี้ยังส่ง "นพพล เหลืองทองนารา" สส.พิษณุโลก มานั่งเก้าอี้ประธานกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ และชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สส. สุโขทัย เป็นรองประธาน กมธ.ทั้งคู่ถือเป็นสายตรง บ้านใหญ่เทพสุทิน เมืองสุโขทัย

หลังมีรายงาน "ปลอดประสพ สุรัสวดี" อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯและปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โดยได้รับมอบ หมายให้ทำงานถนัด คือดูแลงานด้านกรมประมงและสำนักงานปฏิรูปที่ดิน

ขณะที่บ่ายวันนี้ (5 พ.ค. 2569) "สมศักดิ์ เทพสุทิน" สส.พรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรี เดิน ทางเข้าพบ "สุริยะ"รมว.เกษตร ฯ โดยมี "สรวุฒิ เนื่องจำนงค์"เลขาฯรมว.เกษตรฯ มารับไปห้องรับรอง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองความเคลื่อนไหวของ "กลุ่มสามมิตร" เด็ดขาด แม้จะบอกเพียงว่า มาพบปะตามประสาคนรู้จักคุ้นเคยก็ตาม

อ่านข่าว

พรรคเพื่อไทย ไม่ส่งผู้สมัคร สก. แต่ให้ใช้โลโก้ และหาเสียงในนามพรรคได้

รมช.เกษตรฯ เรียกกรมประมงแจงแอปฯ ปลา AI 9.1 ล้าน หากไม่คุ้มค่าเดินหน้าสอบ

ยูเออี ถูกอิหร่านโจมตีอีกระลอก หลังสหรัฐฯ พยายามฝืนเปิดทางช่องแคบฮอร์มุซ