“รังสิมันต์” จี้ “ปปง.” ตรวจสอบฟอกเงิน -อายัดทรัพย์สิน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น

การเมือง
12:27
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
“รังสิมันต์”  จี้ “ปปง.” ตรวจสอบฟอกเงิน -อายัดทรัพย์สิน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
"รังสิมันต์" เดินหน้าตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เรียกร้อง ปปง.เร่งตรวจเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง ป้องกันการยักย้ายทรัพย์สิน

วันนี้ (6 ส.ค.2569) เวลา 09.30 น.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า กรณีดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ข้อเท็จจริง วันนี้ข้อมูลที่มีการยืนยันกันมาคือรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 รายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดร์ฟและอยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) แล้ว แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต มีเพียงแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นทำเป็นขบวนการแน่นอน

ส่วนที่ 2 คือ อะไรที่ทำให้กระบวนการทางกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ขณะนี้อาจจะเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหารวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่

ต้องรอให้มีการยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ ค่อยมายึดอายัดไปทีหลัง ซึ่งถ้าทำแบบนั้นประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่

ดังนั้น มาตรการในเรื่องของการฟอกเงินต้องการเห็นความเข้มข้นของการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะยักย้ายถ่ายโอนได้ และหากสุดท้ายถูกตัดสินว่า มีความผิดจนทำให้ทรัพย์สินต้องตกเป็นของแผ่นดิน แผ่นดินก็จะได้รับทรัพย์สินกลับสู่แผ่นดิน ในปริมาณที่สมควรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

สำหรับของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้ยังไม่ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน แต่วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง.จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะได้กระตุ้น ปปง.หลายครั้งแล้ว

คาดหวังว่า ปปง. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะตาม กฎหมายของ ปปง. ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง ในการที่จะช่วยทำให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าตรวจสอบดี ๆ เราจะเจอร่องรอยไม่มากก็น้อย เช่น การยื่นภาษีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็จะเห็นได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีแหล่งรายได้มาจากไหน ดังนั้น ปปง. มีเขตอำนาจที่กว้างขวาง ที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลยเพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้นผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัวและนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์ อยากให้มองว่า เรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้ว หรือ ตกลงฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย

ปัญหาของประเทศนี้ ที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเวรกรรมของประเทศชาติ ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองไปเกี่ยวข้องจริงหรือ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้อย่าให้เป็นไปตามที่เขากล่าวหากันว่า ตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่า เป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งวันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อย่างน้อยกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) บางคน เคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย แน่ ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ TOR หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่จึง เป็นสิ่งที่อยากฝากไปถึงนายอนุทิน

เวลาบอกว่ารับผิดชอบ รับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) รวมถึง มศว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมี 2 อย่าง คือ 1.การขยายผลไปถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบันแต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย 2. ต้องมองไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร

คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าท่านบอกว่า วันนี้ท่านแค่แจ้งความดำเนินคดี อันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ ท่านอย่าลืมว่า นายกฯ ไม่ได้เป็นแค่ รมว.มหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกฯ ที่มีบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจด้วย

ดังนั้น ถ้าหากยังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ตนเองคิดว่าน่ากังวลเพราะสุดท้ายอาจจะเป็นการช่วยกัน และแม้ว่าท่าน จะบอกว่าส่งเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว แต่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าองค์กร ป.ป.ช.ก็ถูกตั้งคำถามในเรื่องในเรื่องของความเป็นอิสระ ถูกตั้งคำถามในเรื่องของความโปร่งใส ในการทำงานอยู่มากเหมือนกัน ฉะนั้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ต้องติดตามต่อไป ว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.กำลังดำเนินการช่วยกันเป็นการช่วยกันหรือไม่ หรือเป็นการปฎิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

อ่านข่าว :

"ธีรุตม์" เข้ารับทราบ 6 ข้อหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น อีก 7 คน นัด 10 ส.ค.

สถ.สรุป 5,925 คนแก้ไขคะแนนสอบท้องถิ่น เตรียมเพิกถอนบรรจุ 3,404 คน

กสถ. ชี้ 12,000 คนสอบผ่านจริง กลุ่มทุจริตเตรียมเพิกถอนพร้อมแบล็กลิสต์

กสถ.ลุยล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น เชือด 5,925 คน แนวทางปฏิบัติชัด ส.ค.นี้