“มาลัยรัดเกล้า” หรือ “มาลัยร้อยผม” กลายเป็นเทรนด์ฮิตติดกระแสในกลุ่มวัยรุ่นเจน Z ไปแล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครผ่านไปย่านปากคลองตลาด ก็จะเห็นแม่ค้าแผงมาลัย ขะมักเขม้น “มุ่นมวยผม”ลูกค้าสาว ทั้งไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยมาลัยหลากสีพร้อมชายสะบัด สวยแปลกตา สะกดให้หลาย ๆ คนต้องต่อคิวแน่นขนัด เมื่อ “มาลัย” ไม่ได้อยู่ถูกวางอยู่บนหิ้งพระอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นวัฒนธรรมประยุกต์ที่จับต้องได้และถูกใช้สอยในชีวิตประจำวันผ่านคนรุ่นใหม่
ตามตำนานระบุว่า ไทยรับรับวัฒนธรรม การร้อยพวงมาลัยจากประเทศอินเดีย โดยชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูจะร้อยพวงมาลัยด้วยดอกไม้สด เช่น ดอกมะลิ ดอกกุหลาบเพื่อนำไปบูชาเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยชาวอินเดียจะทำพวงมาลัยขนาดใหญ่ และไม่ใช้เข็มร้อย แต่มักจะนำก้านดอกไม้มามัดต่อ ๆกันจนเป็นพวงมาลัยเพื่อคล้องเทวรูป ส่วนไทยมักจะใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเล็ก
ศิลปะการร้อยมาลัยนั้น แพร่หลายตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ในยุค “ท้าวศรีจุฬาลักษณ์” พระมเหสีเอกของพระมหาธรรมราชาที่ 1 และเป็นที่นิยมต่อเนื่องกันมายาวนาน นับร้อยปี และเฟื่องฟูในยุคขของ “สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ” พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคทองของการร้อยพวงมาลัย
เทรนด์ใหม่มัดผม “มาลัยรัดเกล้า” TiKToKติดลมบน “วัยรุ่นเจน Z”
สืบเนื่องตกทอดจนมาถึงยุคปัจจุบันจนเป็นการร้อยมาลัยเฉพาะกลุ่ม มีการวางจำหน่ายทั่วไปในตลาด และขายในช่วงเทศกาลสำคัญ แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ในพิธีทางศาสนาและงานมงคลและอวมงคลต่าง ๆ เพื่อแสดงความเคารพและความเป็นสิริมงคล
สำหรับดอกไม้หลัก ๆ ที่ใช้ในการร้อยมาลัย มีมากมายหลายชนิด เช่น ดอกมะลิ สีขาวและมีกลิ่นหอม สื่อถึงความบริสุทธิ์นิยมที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นพวงมาลัยเพื่อใช้ในงานมงคลต่าง ๆ ดอกกุหลาบ มีกลิ่นหอม สื่อถึงความรัก มักมีการนำกลีบกุหลาบมาร้อยเป็นมาลัย ดอกรัก ดอกบัว ดอกพุด ดอกรัก ดอกกล้วยไม้ และดอกจำปี
เทรนด์ใหม่มัดผม “มาลัยรัดเกล้า” TiKToKติดลมบน “วัยรุ่นเจน Z”
นุช ก้อย แอม สามสามวัยรุ่น เป็นลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ตั้งใจมาเดินย่านปากคลองตลาด เพื่อให้แม่ค้าร้อยมาลัยรัดผมให้ เด็ก ๆ เล่าว่า ตามกระแสมาจาก TIK TOK และทำตามเทรนด์ ไม่ว่าจะแต่งกายอยู่ในชุดใด แต่ก็สามารถใช้มาลัยสด ซึ่งมีกลิ่นหอมสดชื่อ มัดรอบผมที่เกล้าขึ้นสูงได้
“มาอุดหนุนมาค้า มันน่ารักดี และช่วยสนับสนุนแม่ค้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยด้วย เป้นการประยุกต์ศิลปะจากมาลัยใช้ให้ทันสมัย ที่สำคัญทำให้รู้สึกสดชื่น ...สนุกและชอบมาก คนจีน ฝรั่ง คนไทยก็เข้าคิวทำตาม ๆ กัน แล้วไปถ่ายรูป เป็นเทรนด์ใหม่มาแรงตอนนี้ ” เด็ก ๆ ประสานเสียงเล่า
มาลัยที่วางอยู่บนแผงของแม่ค้า-พ่อค้า ย่านปากคลองตลาด มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ชมพู เหลือง ม่วง แดง มีทั้งทำด้วยดอกกุหลาบและดอกรัก ดอกพุด หากลูกค้าต้องการให้มัดร้อยเกล้าผม ราคาค่าทำผมและพวงมาลัยเฉลี่ยอยู่ที่หัวละ 70-120 บาท ขณะที่บางร้านจะคิดราคาอยู่ที่ 100 บาท พ่อค้าแม่ค้าจำเป็นส่วนใหญ่จะมีการไลฟ์สดโชว์ลีลาการมัดร้อยผมเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ให้เข้ามาทดลองด้วย
เทรนด์ใหม่มัดผม “มาลัยรัดเกล้า” TiKToKติดลมบน “วัยรุ่นเจน Z”
“พวงมาลัย เรามักนำไปไหว้พระ เพราะถือเป็นของสูง แต่การนำมาประดับศีรษะก็ถือว่าเหมาะสม เพราะหัวก็เป็นของสูง ดูแล้วสวยงามอีกแบบหนึ่ง เทรนด์แบบนี้ ช่วยให้พ่อค้า-แม่ค้า มีรายได้เพิ่มด้วย ทำให้ได้ขายของบ้างเศรษฐกิจ อุบะมาติดผม ไม่จำเป็นต้องเกล้าผม ก็ทำได้ ... มาลัยไม่จำเป็นต้องวางไว้บนหิ้งพระอย่างเดียว ใช้กับชีวิตปัจจุบันก็เท่ห์อีกแบบ” แม่ค้ามาลัยระบุ
เทรนด์ใหม่มัดผม “มาลัยรัดเกล้า” TiKToKติดลมบน “วัยรุ่นเจน Z”
เทรนด์การทำมาลัยมารัดเกล้าลงบนมวยผม สามารถนำมาผูกได้ทั้งผู้ที่มีผมสั้นและผมยาว ไม่ได้มีเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวย่านปากคลองตลาดเท่านั้น แต่จุดที่แผงขายพวงมาลัยในจังหวัดอื่น ๆ ก็เริ่มมีลูกค้ามาให้ทำตามรอยโลกโซเชียลกันบ้างแล้ว และปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการใช้ดอกไม้สดเท่านั้น แต่ยังมาลัยที่ทำจากดิน ผ้า และทิชชู ซึ่งให้ความสวยงามไม่ต่างกันเลย
อ่านข่าว
แนะ BEM ตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีตหลังรางรถไฟฟ้า MRT เกิดไฟไหม้
กรมอุทยานฯ เร่งติดตาม "พลายงาบิด" ช้างป่างาหัก-ขาบวม ป่าทึบเป็นอุปสรรคเข้ารักษา
