วันนี้ (28 ต.ค.2569) เว็บไซต์ Dictionary.com ประกาศคำศัพท์แห่งปี ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของคำว่า "Maxxing" (แมกซ์ซิง) ซึ่งเป็นคำที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและภาษาที่โดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา
Dictionary.com ให้ความหมายของ Maxxing เป็นการปฏิบัติหรือการแสวงหาทำกิจกรรมใด ๆ ให้เต็มที่ที่สุด หรือการรีดเค้นศักยภาพและปรับปรุงแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตให้ไปถึงขีดสูงสุด
คำ ๆ นี้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบโดดเดี่ยวและนำไปประสมกับคำอื่น ๆ จนเกิดเป็นศัพท์ใหม่นับร้อยคำ จนเกิดเป็นกระแสความตลกขบขันว่า ในปี 2026 นี้มีคำว่า "Maxxing" เกิดใหม่เต็มไปหมด เช่น
- Looksmaxxing การเพิ่มประสิทธิภาพรูปลักษณ์ภายนอก
- Tokenmaxxing การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในการทำงานให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มผลผลิต
- Nonnamaxxing การยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นด้วยการจำลองพฤติกรรมและความอบอุ่นแบบคุณยายชาวอิตาเลียน
จุดกำเนิดของคำว่า Maxxing นั้นมีรากฐานมาจากคำว่า Maximum ที่แปลว่าสูงสุด และคำกริยาอย่าง Maximize หรือ Max ตลอดจนคำศัพท์ในวงการเกมอย่าง "Min-maxing" ซึ่งเป็นกลยุทธ์การปรับแต่งจุดเด่นของตัวละครในเกมจนกระทั่งจุดอ่อนไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
เมื่อกาลเวลาผ่านไป คำว่า Maxing ได้หลุดพ้นจากกรอบเดิม และได้รับตัวอักษร "x" เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัว กลายเป็น "Maxxing" ที่มี เอ็กซ์ 2 ตัว ซึ่งถือกำเนิดและแพร่กระจายตัวในชุมชนออนไลน์อย่าง Reddit และฟอรัมต่าง ๆ ก่อนจะระเบิดกระแสเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียกระแสหลัก จนกลายเป็นหัวข้อบทความวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับสภาพสังคมและภาษาอังกฤษในปีนี้
กระแสความนิยมของคำว่า Maxxing เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมจากคำว่า Looksmaxxing ซึ่งมีหลักฐานการใช้งานมาย้อนหลังไปจนถึงปี 2558 ก่อนที่คำอื่น ๆ เช่น Moneymaxxing เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงิน Statusmaxxing การมุ่งยกระดับสถานะทางสังคม และ Surgerymaxxing ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ศัลยกรรมเพื่อปรับรูปลักษณ์ จะทยอยใช้กันในช่วงปี 2564
จนมาถึงปลายปีที่แล้ว กระแสนี้เริ่มมีแนวโน้มเข้าสู่การใช้งานในวงกว้างมากขึ้น เมื่อสื่อชั้นนำอย่าง The New York Times เริ่มตีพิมพ์บทความสำรวจคำศัพท์สแลง ทั้งคำที่มีความจริงจังระดับปานกลาง เช่น Booksmaxxing สื่อถึงการอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ และ Proteinmaxxing มุ่งเน้นการเพิ่มโปรตีนในอาหาร ขณะเดียวกันก็มีคำที่ตั้งใจให้ดูเกินจริง เช่น Cozymaxxing mujหมายถึงการทำให้ชีวิตสบายและอบอุ่นที่สุด หรือ Salmonmaxxing ที่นำแนวคิดดังกล่าวไปใช้กับการกินปลาแซลมอน
ต่อมาในต้นปี 2569 ยอดการค้นหาคำว่า Maxxing พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามด้วยการเกิดขึ้นของคำใหม่อย่าง Tokenmaxxing ที่สะท้อนยุคสมัยที่องค์กรธุรกิจกระตุ้นให้พนักงานใช้ AI ขั้นสุดยอด
และในขณะเดียวกัน ตัวคำว่า Maxxing เองก็เริ่มถูกใช้งานแบบแยกตัวเป็นอิสระโดยไม่ต้องพึ่งคำอื่นมาประสม เช่น การใช้ประโยคว่า "I'm maxxing everything I can" ที่ทำหน้าที่เป็นคำกริยาสื่อถึงความพยายามในภาพรวมกว้าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องการปรับปรุงตัวเองได้กลายเป็นแนวคิดที่เป็นอิสระในตัวเองไปแล้ว
กลุ่มผู้ใช้งานคำว่า Maxxing ในปัจจุบันได้ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นหรือเฉพาะกลุ่มบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันคำนี้ได้กระจายตัวไปสู่ผู้คนทุกเพศทุกวัยในหลากหลายแวดวง ทั้งวงการความงาม ฟิตเนส สุขภาพ การทำงาน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ประจำวัน
ผู้ใช้บางคนนำคำนี้ไปใช้ด้วยความตั้งใจจริงเพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง ขณะที่บางคนใช้เพื่อความขบขันและประชดประชันแรงกดดันจากสังคมที่บีบให้ผู้คนต้องรีดเค้นศักยภาพในทุก ๆ วินาทีของชีวิต การใช้คำว่า maxxing จึงทำหน้าที่ได้ทั้งการเฉลิมฉลอง การเสียดสี และการผ่อนคลายความตึงเครียดในโลกยุคใหม่
นอกจากคำว่า Maxxing แล้ว ทาง Dictionary.com ยังได้เปิดเผยรายชื่อคำศัพท์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายประจำปีนี้ ซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่
- Affordability-ค่าครองชีพที่ผู้คนต้องแบกรับ หมายถึง ความสามารถในการจ่ายหรือการที่สินค้าและบริการอยู่ในระดับราคาที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหาซื้อสินค้าราคาถูก แต่ครอบคลุมคำถามว่าผู้คนมีรายได้เพียงพอสำหรับสิ่งจำเป็นและสิ่งที่ต้องการหรือไม่
- Data center-โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังการเติบโตของ AI หมายถึง ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามกระแสการบูมของ AI ซึ่งกลายเป็นทั้งหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีและประเด็นถกเถียงเรื่องการใช้พลังงานในชุมชนท้องถิ่น
- Odyssey- ภาพยนตร์ที่ทำให้คำเก่ากลับมาได้รับความสนใจ เป็นคำที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งผ่านภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับปรากฏการณ์อย่าง The Odyssey ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งช่วยกระตุ้นตลาดภาพยนตร์ฤดูร้อนปีนี้ให้ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยพลังสนับสนุนจากคนรุ่น Gen Z
- Unc-คำเรียกคนที่ไม่ทันกระแส Unc เป็นคำย่อจาก Uncle หรือ "ลุง" มีรากจากภาษาอังกฤษแบบแอฟริกันอเมริกัน หรือ African American Vernacular English (AAVE) ถูกนำมาใช้โดยคนรุ่น Gen Z และ Alpha เพื่อเรียกขานผู้ใหญ่หรือคนรุ่นก่อนที่เชย ตกยุค เปรียบเสมือนคำว่า "OK Boomer" ยุคใหม่ ที่บ่งบอกว่าอำนาจนำทางวัฒนธรรมได้เปลี่ยนมือมาสู่คนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว
อ่านข่าว :
ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ถอนตัวไม่ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน”
โลกตื่นตัวรับ "ภัยคุกคามยุคใหม่" แนะ ปชช.เตรียมเสบียง 72 ชม.แรก
คุม "ชัยรัตน์" แอดมิน Godd Dam ค้นห้องพักย่านบางเขน - ฝากขัง 29 ต.ค.
