หลังจากที่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการ "โซลาร์ ภาคประชาชน" อย่างเป็นทางการโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าโครงการตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2569 ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนกว่า 56,000 คน แต่ผู้ประกอบการรายเล็กขนาด SME แสดงท่าทีจะถอนตัวจากการร่วมโครงการ หลังจากทราบเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ทั้งที่หน่วยงานภาครัฐ เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนก่อนหน้านี้หลายเดือน
ที่ปรึกษา บริษัท SolarHub เปิดเผยว่า เงื่อนไขในหลักประกันและการประกันภัย กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้ง ต้องวางแบงก์การันตี 50,000 บาทต่องาน หากไม่สามารถส่งมอบงานได้ ภายใน 6 เดือนจะถูกยึดเงินส่วนนี้ไป ซึ่งกว่าที่จะสามารถเชื่อมต่อขนานกับการไฟฟ้าได้ ก็ใช้เวลานาน 3-6 เดือน หรือ อาจนานกว่านั้น โดยเฉพาะหากมีคนขอเชื่อมระบบจำนวนมาก ขณะเดียวกันต้องวางเงินประกัน 10,000 บาท สำหรับรับประกันการชำรุดบกพร่อง ประกันอัคคีภัย การบำรุงรักษาและทำความสะอาดแผงโซลลาร์เซลล์ ระยะเวลา 7 ปี
ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ถอนตัวไม่ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน”
ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการต้องหาเงินก้อน ไปวางเป็นหลักประกัน แม้จะมีศักยภาพ ในการรับงานติดตั้ง แต่หากรับงานติดตั้ง อย่างน้อย 10 หลัง ก็ต้องใช้เงินทุนเพื่อวางหลักประกันหลักแสนบาท อาจจะกระทบต่อสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในธุรกิจ
ส่วนการกำหนดราคามาตรฐาน สำหรับการติดตั้งโซลลาร์เซลล์ 140,000 บาท สามารถติดตั้งได้ ด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน แต่แทบจะไม่เหลือกำไร ที่จะดูแลบริการหลังการขายได้ถึง 7 ปี แม้ในคู่มือจะเปิดช่อง ให้สามารถติดตั้งโซลลาร์เซลล์ ในราคาที่เกินกว่าราคามาตรฐานได้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า ส่วนต่างราคาที่เกินมา ลูกค้าจะต้องจ่าย ในรูปแบบใด
ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ถอนตัวไม่ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน”
นายชัยวัฒน์ วิรุดฐ์ธนกิจ กรรมการ บริษัท ชัยวัฒน์ โซล่าเซลล์ จำกัด ระบุว่า เงื่อนไขการวางหลักประกัน 50,000 บาทต่องาน และวางเงินประกัน บริการหลังการขายอีก 10,000 บาท นาน 7 ปี ต้องสำรองเงินเป็นต้นทุนถึง 60,000 บาท ยังไม่รวมต้นทุนการออกไปให้บริการซ่อมบำรุงแต่ละครั้ง แต่กำไรเฉลี่ยต่องานอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท จึงกังวลว่า หากต้นทุนบริการหลังการขาย สูงกว่าเงินประกัน ผู้ติดตั้งบางรายอาจเลือก สละเงินประกันแทนการให้บริการต่อเนื่องนาน 7 ปี เสี่ยงเกิดปัญหาทิ้งงาน ภาระตกที่ผู้บริโภค
ผู้ประกอบการ จึงมองว่า เงื่อนไขของโครงการนี้ เป็นอุปสรรคต่อ SME ที่มีเงินทุนจำกัด ทำให้การรับงานโครงการนี้ อาจเหมาะกับ บริษัทรายใหญ่ ที่มีทุนหนา ซึ่งมีเพียงไม่กี่รายในไทย
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ขณะที่นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า นโยบายและมาตรการด้านพลังงาน ตั้งใจมุ่งเน้นความยุติธรรมในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน สนับสนุนให้ประชาชนผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เอง และเปิดกว้างตลาดเสรีโซลาร์ ป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่เข้ามาผูกขาด
อ่านข่าว :
การไฟฟ้าฯ ยืนยันผู้ติดตั้งระบบโซลาร์ในลิสต์ผ่านเกณฑ์-ปชช.เลือกได้
รัฐบาลยัน "โซลาร์ภาคประชาชน" ไม่เอื้อทุนใหญ่ ลงทะเบียนแล้ว 56,000 หลังคาเรือน
สรุปสินเชื่อ "Solar ภาคประชาชน" คิดดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี ผ่อนชำระราว 1,200 บาทต่องวด
