วันนี้ (6 ส.ค.2569) ที่อาคารรัฐสภา นพ.จักร์ ช่วยบำรุง ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานคลินิกบัตรทอง พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร
เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงข้อสงสัยความไม่โปร่งใสใน 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ การอนุมัติโครงการฮอร์โมนข้ามเพศ วงเงิน 145 ล้านบาท และโครงการให้บริการระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ของ Clicknic Health คลินิกเวชกรรม
เปิด 3 ประเด็นร้องเรียน
นพ.จักร์ ระบุว่า ข้อเรียกร้องหลักของสหภาพแรงงานฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก ขอให้ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณโครงการฮอร์โมนข้ามเพศ มูลค่า 145 ล้านบาท ของ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกลุ่มผู้ร้องเรียนมองว่าไม่ใช่โครงการที่มีความจำเป็นหรือเร่งด่วนในสภาวะปัจจุบัน แต่กลับได้รับการอนุมัติในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่งบประมาณด้านการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กลับถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่สอง ขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการ Telemed ของ Clicknic Health คลินิกเวชกรรม (รหัสหน่วยบริการ 42969) ซึ่งให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Clicknic หลังพบพฤติการณ์สงสัยว่าอาจมีการไซฟอนเงินและทุจริตเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่จัดตั้ง สปสช. โดยพบข้อมูลการโอนเงินสูงผิดปกติถึง 2–8,000,000 บาท/สัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าหน่วยบริการ Telemedicine รายอื่นและคลินิกทั่วไปหลายเท่าตัว แต่กลับไม่เคยถูกชะลอการจ่ายเงิน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ
นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบการนำระบบ Telemed ไปใช้ในห้องพยาบาลโรงเรียนมัธยม ที่มีการอ้างเบิกจ่ายยาแต้มสิวและน้ำตาเทียม ซึ่งอาจส่งผลให้นักเรียนเสียโอกาสในการได้รับการตรวจรักษาจริงจากแพทย์
ประเด็นที่สาม ขอให้ตรวจสอบการปรับลดงบประมาณ และการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ของคลินิกบัตรทองนวัตกรรม ที่ดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งสะท้อนถึงการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ
สปสช. ปรับเกณฑ์ซ้ำซ้อน ลดค่าตรวจเหลือ 180 บาท ทำขาดทุนหนัก
ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานฯ เล่าถึงความเป็นมาว่า เดิมคลินิกของตนเป็นคลินิกเอกชนทั่วไป ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมเป็น "คลินิกบัตรทองนวัตกรรม" เมื่อเดือน ก.พ.2568 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความแออัดในโรงพยาบาลและรองรับผู้ป่วย ที่ไม่ได้รับยาจากคลินิกปฐมภูมิ ซึ่งประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจนบางแห่งจ่ายยาไม่ครบหรือต้องปิดกิจการ โดยในแรกเริ่ม สปสช. ชี้แจงว่าจะจ่ายค่าบริการในอัตรา 320 บาท/ครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น สปสช. ได้มีการเปลี่ยนแปลงประกาศ และเงื่อนไขการจ่ายเงินหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2568 ได้เริ่มเรียกเก็บเงินประกันและจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้บริการเหลือเพียง 2 ครั้ง/เดือน
และต่อมาเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 ได้ปรับเงื่อนไขซ้ำอีก โดยบังคับให้ผู้ป่วยต้องจองโควตาก่อนเข้ารับบริการ พร้อมลดอัตราจ่ายค่าตรวจรักษาจาก 320 บาท เหลือเพียง 180 บาท/ครั้ง
ระบบโควตาดังกล่าวส่งผลให้บางคลินิกได้รับสิทธิ์ดูแลผู้ป่วยเพียง 5 ราย/สัปดาห์ เกิดภาพสะเทือนใจที่ผู้สูงอายุจำนวนมาก ต้องเดินทางกลับบ้านโดยไม่ได้รับยา และร้องไห้เนื่องจากเข้าไม่ถึงการรักษา ขณะที่อัตราค่าบริการ 180 บาท ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงของคลินิกซึ่งอยู่ที่ประมาณ 340 บาท/ราย (ยังไม่รวมค่ายาและค่าบริหารจัดการ) จนทำให้ผู้ประกอบการคลินิกนวัตกรรมต้องแบกรับภาวะขาดทุนอย่างหนัก
เส้นตาย 31 ส.ค. หากไร้คำตอบขู่ปิดคลินิกทั่ว กทม.
จากปัญหาที่สั่งสม กลุ่มแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จึงรวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานคลินิกบัตรทอง เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และขอคำชี้แจงว่างบประมาณที่ถูกตัดลดลงไปนั้นถูกนำไปใช้ในส่วนใด พร้อมเสนอข้อเรียกร้องให้ สปสช. ยกเลิกการจำกัดโควตาผู้ป่วย ชดเชยรายได้ที่คลินิกสูญเสียไป ปรับอัตราค่าตรวจรักษากลับมาที่ 320 บาท/ครั้ง และคืนสิทธิ์การเข้ารับบริการเดือนละ 2 ครั้งให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ นพ.จักร์ ประกาศหากภายในวันที่ 31 ส.ค.2569 สปสช. ยังคงละเลยและไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง สหภาพแรงงานฯ จะยกระดับการเคลื่อนไหวใน 2 มาตรการ ได้แก่ การรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อยื่นถอดถอนผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช.
พร้อมกันนี้ จะประกาศหยุดให้บริการผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ในคลินิกนวัตกรรมทั่วเขตกรุงเทพมหานครทันที โดยขอเตือนให้กรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ อาทิ รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.รามาธิบดี เตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวนมหาศาล ที่จะต้องทะลักกลับเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"รักชนก" รับลูก นัดถกใหญ่ 20 ส.ค.นี้
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า ประเด็นปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณของ สปสช. ทั้งหมด จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ในเช้าวันที่ 20 ส.ค.2569
โดยระหว่างนี้ ทาง กมธ. จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและข้อร้องเรียนเพิ่มเติม ทั้งจากคลินิกนวัตกรรม คลินิกประเภทอื่น ๆ รวมถึงงบประมาณการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของ สปสช. เพื่อนำมาพิจารณาและสอบถามผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดในวาระเดียวกัน
อ่านข่าว :
ตร.เผย "อดีตอธิบดี สถ." ปฏิเสธทุกข้อหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น-เตรียมสู้คดี
สรรพสามิตเปิดสถิติปราบบุหรี่เถื่อน ยึด 4.8 ล้านซองในรอบ 10 เดือน
"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี









