อุตฯ ฉะเชิงเทรา จ่อเอาผิดโรงงานปลายทาง ปมแบตฯ ลิเธียมไฟลุกกลางถนน

อาชญากรรม
19:20
จำนวนผู้ชม 916
อุตฯ ฉะเชิงเทรา จ่อเอาผิดโรงงานปลายทาง ปมแบตฯ ลิเธียมไฟลุกกลางถนน
จนท.เร่งขยายผลไฟไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมบน ถ.บางนา-ตราด พบเป็นขบวนการลักลอบขนส่งวัตถุอันตรายเถื่อน โดยโรงงานปลายทางอ้างถูกนายหน้าชาวจีน ยัดไส้แบตเตอรี่มากับเศษอะลูมิเนียม สั่งอายัดซากวัตถุอันตรายและเตรียมดำเนินคดีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (5 พ.ค.2569) จากเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุกขณะขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมเก่าบน ถ.บางนา-ตราด ช่วง จ.ฉะเชิงเทรา จนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ล่าสุดความคืบหน้าทางคดีและการตรวจสอบเชิงลึกได้เผยให้เห็นถึงช่องโหว่และการลักลอบขนส่งกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายอย่างผิดกฎหมาย โดยมีตัวละครสำคัญคือ "นายหน้าสัญชาติจีน" เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะคนกลางผู้ประสานงาน

พ.ต.อ.บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผกก.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด ทั้งคนขับรถบรรทุกและเจ้าของโรงงานต้นทาง เนื่องจากต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นพบพิรุธที่น่าสนใจ

โดยโรงงานรีไซเคิลปลายทางใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจดทะเบียนในชื่อ บริษัท ไฮ เอฟฟิซิเอ็นซี่ จำกัด (High Efficiency) มีกรรมการเป็นชาวจีน ให้การอ้างว่า ได้รับการติดต่อจากนายหน้าชาวจีนรายหนึ่งว่า จะส่งแผ่นอะลูมิเนียมมาให้รีไซเคิล แต่เมื่อสินค้ามาถึงกลับพบว่า มีการยัดไส้แบตเตอรี่ลิเธียมรวมมาด้วยในกระสอบ ทำให้โรงงานปฏิเสธการรับสินค้า และสั่งให้รถขนส่งนำกลับไปคืนต้นทางที่ จ.สมุทรสาคร จนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นระหว่างทาง

น.ส.นวพร สงวนหมู่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ข้อมูลเชิงเทคนิคว่า ซากแบตเตอรี่ลิเธียมที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย บัญชี 5.2 ลำดับ 2.17 ซึ่งกฎหมายระบุชัดเจนว่าผู้ครอบครองและผู้ขนส่งต้องมีใบอนุญาตเฉพาะทาง (ใบครอบครองวัตถุอันตรายเพื่อการขนส่ง)

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว นอกจากนี้ในระบบแจ้งการขนส่งกากอุตสาหกรรมยังไม่พบการแจ้งขนส่งอะลูมิเนียมหรือแบตเตอรี่ในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด เป็นการรับซื้อผ่านนายหน้าแบบนอกระบบซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง

ด้าน น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผวจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมเก็บตัวอย่างดินและน้ำไปตรวจวัดค่ามลพิษ เนื่องจากสารเคมีจากแบตเตอรี่ลิเธียมอาจรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม

เบื้องต้นได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา เตรียมดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องในข้อหาขนย้ายวัตถุอันตรายโดยผิดกฎหมาย แม้บริษัทปลายทางจะมีใบอนุญาต รง.4 ประเภท 60 (หลอมอะลูมิเนียม) แต่ไม่มีสิทธิ์ในการจัดการหรือครอบครองแบตเตอรี่ลิเธียมเหล่านี้

ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมขยายผลตรวจสอบโรงงานใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดต้นทางที่อ้างว่ามีการรวบรวมแบตเตอรี่ โดยปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตรวบรวมแบตเตอรี่เพียงไม่กี่แห่งและส่วนใหญ่เป็นประเภทตะกั่ว-กรด หากพบว่ามีการลักลอบจัดการแบตเตอรี่ลิเธียมโดยผิดกฎหมายจะดำเนินการสั่งปิดและดำเนินคดีถึงที่สุด

เนื่องจากกระบวนการกำจัดแบตเตอรี่ลิเธียมในไทยมีความซับซ้อน ต้องผ่านวิธีคลายประจุเพื่อป้องกันการระเบิดก่อนส่งออกไปสกัดลิเธียมในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น การลักลอบขนส่งแบบไร้มาตรฐานจึงเปรียบเสมือนการนำระเบิดเคลื่อนที่มาไว้บนท้องถนนสาธารณะ

อ่านข่าว :

มือปืนบุกประชิดทำเนียบขาว ก่อนถูก จนท.อารักขา ยิงสวนเจ็บสาหัส

"สุริยะ-ราเชน" เจ็บ (ไม่) จบ เพื่อไทย-กล้าธรรม "ทางใครทางมัน"

ปชน.เปิดตัว "ดร.โจ ชัยวัฒน์" ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เปิด 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ