ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉม "พลังงานไทย" 

เศรษฐกิจ
14:37
จำนวนผู้ชม 528
ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉม "พลังงานไทย" 
Botnoi Voice

ร้อนแรงทั้งยิ่งกว่าแดดยามนี้ คงหนีไม่พ้นปัญหาใหญ่ “รัฐบาล” เตรียมใช้โครงสร้างปรับค่าไฟ 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย หวังลดภาระประชาชน 20 ล้านครัวเรือน โดยจะเริ่มในรอบบิลเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่ผู้ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย อาจมีแนวโน้มต้องจ่ายแพงขึ้น ทำมีเสียงวิพากษ์กระหึ่มเมืองว่า ไม่ยุติธรรม

รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การปรับโครงสร้างของรัฐบาลในครั้งนี้ ปัจจัยมาจากราคาพลังงานที่กำลังสูงขึ้น และอาจจะไม่มีให้ซื้อในอนาคต อีกทั้งต้องการใช้สถานการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ผู้คนประหยัดพลังงาน หากมองในกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ก็คือต้องใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย

ส่วนกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้า 200-400 หน่วย ถือว่าได้ประโยชน์บ้าง หากใช้อย่างประหยัด แต่กลุ่มผู้ที่ใช้ไฟ 400-500 หน่วยขึ้นไป ได้รับผลกระทบตามการปรับราคาขั้นบันได และคนกลุ่มนี้หากพอมีกำลังก็อาจจะไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่นอกจากเป็นผู้ใช้ยังเป็นผู้ร่วมผลิตไฟฟ้า

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

หากมองประโยชน์ในระยะยาว จะทำให้ผู้คนพยายามที่จะประหยัดพลังงานเพื่ออยู่ในขั้นบันไดล่างสุด และหากติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้น ก็จะลดการนำเข้าก๊าซ LNG ในราคาสูงจากต่างประเทศซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า

โครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ “ลดค่าไฟต้นทาง”

ในระยะยาวอาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุนในทุกกลุ่ม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ จะสามารถที่จะได้ประโยชน์ไปด้วย รศ.ชาลี กล่าวว่า ราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยถือว่าเป็นแหล่งพลังงานที่ถูกที่สุด แต่กลับถูกขายไปให้กับโรงแยกก๊าซ เพื่อไปแยกเป็นวัตถุดิบให้กลุ่มปิโตรเคมีเครือ ปตท. ในราคาที่ถูกเกินไป

ถูกเกินไป หมายความว่า ตัวเนื้อก๊าซมีมูลค่าเยอะเป็นก๊าซหนักมีคุณภาพดี แต่นำไปขายในราคาถูกเพียงแค่ 100 กว่าบาท ต่อล้านลูกบาศก์ฟุตเท่านั้น ในขณะที่ประชาชนที่ผลิตไฟฟ้าจะต้องนำเข้าก๊าซ LNG ในราคา 655 บาท ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

การปรับโครงสร้างราคาก๊าซเคยทำมาในอดีต ไม่ได้เป็นเรื่องยากหากมีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช. ) สามารถดำเนินการได้ทันที ก่อนขยับไปเจรจาค่าพร้อมจ่ายจากโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาระยะยาว ให้ยืดเวลาการจ่ายพร้อมจ่าย หรือลดค่าพร้อมจ่ายต่อหน่วยให้น้อยลง

ถามว่าจะยกเลิกไปเลยได้หรือไม่ เป็นเรื่องยาก เนื่องด้วยในเชิงธุรกิจ การลงทุนการสร้างโรงไฟฟ้านับว่าเป็นค่าใช้จ่ายลงทุนก้อนแรก ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จะถูกดึงกลับและจ่ายกลับด้วยค่าพร้อมจ่าย ส่วนการผลิตไฟฟ้าแต่ละหน่วยก็จะมีค่าเชื้อเพลิงเสริมเข้าไปจากค่าพร้อมจ่าย

ดังนั้นหากโรงไฟฟ้ายังไม่ได้คืนทุน แต่ยังไปตัดค่าพร้อมจ่ายของเอกชนก็จะทำให้เราเสียเครดิตอย่างมาก และการไม่มีค่าพร้อมจ่ายในโรงไฟฟ้าที่ได้สร้างไปเรียบร้อยแล้ว เป็นไปได้ยาก แต่ในโรงที่กำลังยังไม่ได้เซ็นสัญญาสามารถเจรจาให้ไม่มี หรือทำสัญญาให้ไม่มีค่าพร้อมจ่ายได้ แต่แน่นอนค่าพร้อมจ่ายก็จะถูกไปบวกอยู่กับค่าพลังงาน หรือค่าไฟฟ้าอยู่ดี

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ทางเลือกที่ดีคือ ต้องตั้งโรงไฟฟ้า หรือเซ็นสัญญาโรงไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะโรงงานพลังไฟฟ้าหมุนเวียนไม่มีค่าพร้อมจ่ายอยู่แล้ว สามารถนำเข้าระบบได้ตามจำนวนที่ผลิตได้จริง ท้ายที่สุด ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน

“แผนพัฒนาฯผลิตไฟฟ้า” เหตุหลักค่าไฟแพง?

“การตัดสินใจในอดีตของรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ในบางยุคจะเห็นว่ามีการอนุมัติโรงไฟฟ้าไปตามแผน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) โดยเชื่อว่าเป็นแผนพัฒนาที่ดีที่สุด แต่ปรากฏว่าเป็นแผนพัฒนาที่ไม่อัพเดท ซึ่งปี 2026 ไทยยังใช้แผน PDP ฉบับปี 2018 อยู่”

รศ.ชาลี อธิบายว่า ท้ายสุดแล้วการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาลผิดทิศทาง จากแผน PDP ที่ไม่ได้ถูกอัพเดท ยังคงเซ็นสัญญาโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ไฟฟ้าล้นเกินระบบถึง 40-50% กลายเป็นต้นทุนที่ถูกผลักภาระให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็นตั้งแต่ต้น

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่พัฒนาในระยะหลัง ล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานก๊าซ ต้นทุนอาจถูกลงหากใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยอย่างเดียว แต่เมื่อถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีด้วยทำให้ต้องนำเข้าก๊าซ LNG จากต่างประเทศ มีราคาผันผวนตามราคาตลาดโลก และสถานการณ์สงคราม ยิ่งทำให้ประเทศไทยมาผิดทิศผิดทาง และกฟผ. ต้องแบกรับเอาไว้เป็นแสนล้านแม้ก๊าซราคาจะลง แต่ราคาไฟก็ไม่ลง และปัจจุบันก็ยังชำระหนี้ไม่หมด

ค่าไฟจากแหล่งพลังงานชนิดต่าง ๆ มีราคาต่างกัน ดังนั้น กฟผ. จะเลือกซื้อไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงราคาต่ำก่อนคือ โรงไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ และถ่านหิน ส่วนโรงไฟฟ้าที่มีราคาแพงจากก๊าซ LNG จะถูกเลือกเข้ามาเป็นลำดับสุดท้าย

ยิ่งผลิตไฟฟ้ามาก ก็ต้องจ่ายราคาต่อหน่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหน่วยหลัง ๆ มีราคาแพง ไม่แปลกหากคนที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่าค่าเฉลี่ยกำลังทำให้ประเทศต้องผลิตไฟฟ้าด้วยหน่วยที่แพงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รศ.ชาลี บอกว่า เห็นด้วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างราคาไฟฟ้าแบบขั้นบันได แต่เรื่องของความชันขั้นบันได ใครจะจ่ายมากจ่ายน้อย ต้องไปเถียงกันต่อเพื่อไม่ให้ภาระอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของคนใช้ไฟ และพฤติกรรมของการติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้อย่างแน่นอน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี

“รัฐบาลอนุทิน” แผนพัฒนาพลังงาน ตอบโจทย์หรือยัง?

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ พ.ศ.2569-2593 ที่จะออกมาในอีกไม่กี่เดือน โดยในแผนนี้จะมีการจัดทำสมาร์ทกริด (Smart Grid) ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของไทย ซึ่งถือเป็นความพยายามของกระทรวงพลังงาน

ดังนั้นหากเป็นไปได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ การขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดของไทยก็พอไปได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวล เนื่องด้วยไทยยังยังติดกับดักเรื่องความมั่นคง แม้จะมีการส่งเสริมความมั่นคงไฟฟ้ามาโดยตลอด พยายามสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ พยายามพึ่งพาแหล่งพลังงานจากฟอสซิล โดยหลงไปว่ามันเป็นแหล่งเดียวที่ทำให้เกิดความมั่นคง ลืมไปว่าไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนก็สามารถทำให้เกิดความมั่นคงได้

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ "แบบขั้นบันได" พลิกโฉมพลังงานไทย

ทิศทางเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงานยุคปัจจุบัน หากทำได้ตามแนวทางที่กำหนดไว้ จะถือเป็นการพลิกโฉมพลังงานไทย

ถ้าถามว่าการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์ คิดเป็นสัดส่วนของครัวเรือนในประเทศไทยเท่าไหร่ ถึงจะมองว่าเข้าใกล้ยุคใหม่ของพลังงาน

รศ.ชาลี ทิ้งท้ายว่า ในปี 2035ไทยควรจะมีพลังงานหมุนเวียน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และในปี 2040 ไม่ต่ำกว่า 75% และถ้าไปถึงปี 2050 ควรจะเข้าใกล้ 100% เพราะหากไม่ทำจะไม่มีทางบรรลุเป้าหมาย NetZero-Carbon เพราะภาคพลังงานไฟฟ้าถือเป็นการลดคาร์บอนได้ง่ายที่สุด และยังเป็นต้นน้ำของภาคขนส่ง ท้ายสุดก็จะเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนรถยนต์ ขับเคลื่อนรถไฟ ซึ่งภาคไฟฟ้าเองก็ต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นศูนย์ โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นภาคอื่น ๆ ก็จะไม่สามารถลดลงมาเป็นศูนย์ ได้

อ่านข่าว :

รัฐส่งเสริมติด "โซลาร์เซลล์" ลดค่าไฟ แถมขายคืนพลังงานให้รัฐได้

เสียงสะท้อนมาตรการปรับขึ้นค่าไฟ ซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อย

กพช.ไฟเขียวค่าไฟ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 2.20 บาท