เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2569 NHK รายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ จ.เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าของคดีฆาตกรรม เด็กชายวัย 11 ปี ซึ่งพบร่างไร้วิญญาณในเขตป่าของเมืองนันตันเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยล่าสุด นายอาดาจิ ยูกิ ผู้เป็นพ่อบุญธรรมวัย 37 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาสำคัญ และถูกอายัดตัว เพื่อดำเนินคดี ในข้อหาฆาตกรรม เมื่อวันที่ 6 พ.ค. หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาถูกจับกุมในข้อสงสัย เรื่องการอำพรางและทิ้งศพ
จากการสอบสวนเชิงลึกและการสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหายอมรับสารภาพต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า เขาเป็นผู้ลงมือสังหารลูกชายบุญธรรม ด้วยมือของเขาเอง
โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ในวันเกิดเหตุเขาขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียนตามปกติ แต่ในระหว่างทางกลับตัดสินใจไม่ไปส่งที่โรงเรียนตามเป้าหมาย แต่กลับเลี้ยวรถมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่งภายในเมือง ก่อนจะลงมือบีบคอเด็กชาย ด้วยมือทั้ง 2 ข้างจนเสียชีวิตคาที่
สิ่งที่ทำให้สังคมญี่ปุ่นต้องสลดใจคือ แรงจูงใจในการก่อเหตุ นายอาดาจิ ระบุว่า เขาเกิดอาการ "ฟิวส์ขาด" หรือบันดาลโทสะอย่างรุนแรง หลังจากที่ลูกบุญธรรมพูดประโยคที่ทิ่มแทงใจว่า "คุณไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของผม" ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่พบว่า นายอาดาจิเพิ่งจะจดทะเบียนรับรองด.ช.ยูกิ เป็นบุตรบุญธรรม อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปี 2568 หลังจากที่เขาเข้าพิธีวิวาห์กับแม่ของเด็ก
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกียวโต กำลังเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมถึงสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวก่อนหน้านี้ว่า มีประวัติการใช้ความรุนแรงหรือความขัดแย้งสะสมมานานเพียงใด เพื่อหาข้อสรุปว่า แท้จริงแล้วคำพูดนั้น เป็นเพียงชนวนเหตุสุดท้าย หรือเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อกำจัดบุตรบุญธรรมรายนี้
คดีนี้กลายเป็นประเด็นที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาการยอมรับภายในครอบครัวใหม่ และความเปราะบางทางอารมณ์ที่นำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนมาได้
ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของคดีอันน่าสลดนี้ ปริศนาเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2569 เมื่อมีการแจ้งเหตุว่า ด.ช.ยูกิ หายตัวไปอย่างลึกลับ หลังจากที่ไม่ได้เดินทางไปถึงโรงเรียนตามกำหนด จนกระทั่งในช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ความหวังที่จะพบเด็กชายในสภาพมีชีวิต ก็ต้องพังทลายลง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร ออกระดมกำลังค้นหาจนไปพบร่างไร้วิญญาณของ ด.ช.ยูกิ ถูกทิ้งอยู่ในป่ารกชัฏในเมืองนันตัน จ.เกียวโต
สภาพศพในขณะนั้นเริ่มเน่าเปื่อย จนยากจะระบุรูปพรรณสันฐานได้ชัดเจนในทันที นำไปสู่การจับกุม นายอาดาจิ ยูกิ ครั้งแรกในข้อหาทิ้งศพและอำพรางคดี ก่อนที่การสอบสวนจะขยายผลจนพบร่องรอยของการฆาตกรรม ที่ชี้ชัดมายังตัวพ่อบุญธรรมเอง
ข้อมูลจากการสืบประวัติยังพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า นายอาดาจิและแม่ของเด็ก เริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ด้วยความตั้งใจ โดยเขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นกระบวนการรับรองบุตรบุญธรรมตามกฎหมายอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2568 เพื่อหวังจะให้ยูกิ ใช้นามสกุลเดียวกัน และมีสิทธิตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์
ตำรวจระบุว่า ในช่วงการสอบปากคำ ก่อนจะจับกุมครั้งแรก นายอาดาจิแสดงอาการพิรุธและเริ่มให้การซัดทอดถึง "คำพูดแทงใจ" ของลูกชายที่ปฏิเสธความเป็นพ่อของเขา ซึ่งกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ทำให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่า นี่คือฆาตกรรมที่เกิดจากความแค้นส่วนตัวมากกว่าอุบัติเหตุ และนำมาสู่การแจ้งข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาในที่สุด
อ่านข่าวอื่น :
จับ "เครื่องสำอาง"ปลอม 7 แสนชิ้น โกดังย่านสมุทรปราการ
ตร.ท่องเที่ยวเชียงใหม่บุกจับกองถ่าย "ซีรีส์จีน" ไม่ขออนุญาตถ่ายทำ
"ภัทรพงศ์" สั่งซ่อมน้ำรั่วสนามบินตรังด่วน ย้ำความปลอดภัยผู้โดยสารมาก่อน
