วันนี้ (9 พ.ค.2569) นายพบพุทธ อินปัน หรือ "มหาหนึ่ง พระเครื่อง" นำพวงมาลัยมาขอขมา น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ เศรษฐีนีเก่ง คู่กรณีนายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระที่ถูกฟ้องร้องคดีฉ้อโกงทรัพย์
นายพบพุทธ เปิดเผยว่า ข้อมูลเรื่องการถูก น.ส.ดรณ์ สั่งอุ้มทวงหนี้ไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากความวิตกกังวลและระแวงไปเอง เนื่องจากตนเองมีหนี้สินกับเจ้าหนี้หลายคน ประกอบกับเกรงว่าจะมีชื่อเป็น 1 ใน 9 เซียนพระแบล็กลิสต์ ที่จะถูกตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดี ทั้งที่ใช้หนี้ไปเป็นจำนวนมากแล้ว จึงให้สัมภาษณ์ไปในรายการหลายแห่ง สร้างความเสียหายให้กับ น.ส.ดรณ์
ด้าน น.ส.ดรณ์ ยืนยันว่า ไม่เคยส่งคนไปข่มขู่หรืออุ้มใคร และนายพบพุทธก็ไม่ใช่บุคคลใน 9 รายชื่อเซียนพระที่กำลังดำเนินคดีด้วย โดยตนเชื่อว่านายพบพุทธอาจถูกบุคคลบางกลุ่มให้ข้อมูลผิดจนเกิดความเข้าใจผิด ส่วนที่มีกลุ่มคนไปปรากฏตัวหน้าบ้านคู่กรณีนั้น ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะยกหนี้ที่เหลืออีก 7 ล้านบาทให้ทั้งหมด
น.ส.ดรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีคดีเช็ก 65 ล้านบาทที่มีคนกล่าวหาว่าถูกศาลสั่งฟ้องคดีเช็กเด้งและมีหมายจับจากการหลบหนี ว่า เหตุการณ์เกิดจากการเสนอซื้อขายพระเครื่อง 53 องค์ มูลค่า 65 ล้านบาท ระหว่างตนกับกลุ่มเซียนพระ 3 คน โดยตนเซ็นเช็กส่วนตัวเพื่อค้ำประกัน แต่ภายหลังพบความผิดปกติว่ามีพระบางส่วนถูกนำไปจำนำไว้กับบุคคลอื่น เมื่อเจรจาขอไถ่ถอน แต่คู่กรณีไม่ยินยอม จึงตัดสินใจอายัดเช็กและถูกแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ
เบื้องต้นยอมรับว่าตนเคยถูกออกหมายจับจริง แต่มาจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากตนย้ายที่อยู่ไป จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ไม่ได้รับหมายเรียกตามที่อยู่เดิม เมื่อทราบเรื่องจึงได้นำหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 ล้านบาทเข้าประกันตัวเพื่อสู้คดีทันที
นอกจากนี้ น.ส.ดรณ์ ได้โชว์หลักฐานบันทึกประจำวันยืนยันว่าเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการพิจารณาแล้วว่ามีคำสั่ง "ไม่ฟ้องเด็ดขาด" ในคดีดังกล่าว ส่วนที่คู่กรณียื่นฟ้องต่อศาลเองนั้นถือเป็นสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งตนพร้อมนำหลักฐานเข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้
อ่านข่าว
ตร.เตรียมเรียก "คนกลาง" สอบปมเศรษฐีนีเก่ง-โทน บางแค
ตร.เผย "เฉิงเจ้า หวู" ได้สัญชาติไทยถูกต้อง เจ้าตัวยันไม่รู้จักชายจีนซุกอาวุธ
ทบ.แจงปมพบทหารกัมพูชาล้ำแดนไทย ชี้เป็นคนไทยพูดภาษากัมพูชา
