วันนี้ (9 พ.ค.2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมหลังตรวจพบครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยมีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าประชุมติดตามแนวทางการสืบสวนขยายผล
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธทั้งหมดที่พบมีไว้ในครอบครอง ต้องการนำมาใช้ก่อเหตุทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิต แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายประเด็น เช่น ลักษณะของอาวุธที่ตรวจยึดได้ รวมถึงปริมาณและอานุภาพอาวุธที่มีความรุนแรงสูง จึงรับฟังไว้เป็นเพียงแนวทางการสอบสวน ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจะเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านในทุกมิติ
ผู้ต้องหาให้การอีกว่า เป็นผู้มีความชื่นชอบเกี่ยวกับอาวุธและสั่งซื้ออาวุธทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์ จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง เบื้องต้นยังไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวินาศกรรม หรือเหตุความรุนแรงมาก่อน แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด
ขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายหมิงเฉิน ซัน ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ภรรยาของผู้ต้องหามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือให้การช่วยเหลือหรือไม่
ส่วนการตรวจสอบหนังสือเดินทาง เอกสารทะเบียนราษฎรและประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมกำชับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดคัดกรองและติดตามบุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบวิเคราะห์เชื่อมโยงทางคดี
สำหรับอาวุธปืนพกสั้นที่ตรวจพบในตัวผู้ต้องหา ภายหลังตรวจสอบพบว่า มีชื่อผู้ครอบครองเดิมเป็นของตำรวจนายหนึ่งนั้น จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า อาวุธปืนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือหลายทอด จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า อาวุธปืนตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาได้อย่างไร และกระบวนการซื้อขายเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า หากการสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายอาวุธ ผู้ให้การสนับสนุน หรือผู้ให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น รวมถึงหากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเช่นกัน
หมายเหตุ :
การอ่านชื่อของผู้ต้องหาคดีนี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.2569 (วันเกิดเหตุ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเอกสารกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ผู้ต้องหาชื่อ “นายหมิงเฉิน ซัน” ทำให้สื่อมวลชนใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด แต่ต่อมามีข้อท้วงติงว่า การอ่านชื่อที่ถูกต้องของจีนต้องใช้สกุลขึ้นก่อน โดยภาษาอังกฤษเขียนว่า “Sun Mingchen” ตามอักขระจีน อ่านว่า “ซุน หมิงเฉิน” ไทยพีบีเอสออนไลน์จึงแก้ไขชื่อ “หมิงเฉิน ซัน” เป็น “ซุน หมิงเฉิน” เพื่อความถูกต้อง ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2569 เป็นต้นไป
อ่านข่าว :
แจ้ง 5 ข้อหาหนัก "ชายจีน" ซุกอาวุธสงคราม หาแรงจูงใจก่อเหตุร้าย-ค้าอาวุธ ?
ผบ.ตร.สั่งสอบทุกมิติ หลังจับชาวจีนซุกระเบิดซีโฟร์ อ้างเตรียมพลีชีพ ที่ “พัทยา”
เปิดวงจรปิดบุกยิง "ผู้ใหญ่คู" พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย มือปืนมอบตัว ตร.

