กมธ.กฎหมายฯ แนะเปิดผลตรวจสารพิษในพืชผัก ชาวบ้านท่าตอน จ.เชียงใหม่ กินผักปนเปื้อนเกือบ 2 ปี

ภูมิภาค
14:08
จำนวนผู้ชม 85
Thai PBS
กมธ.กฎหมายฯ แนะเปิดผลตรวจสารพิษในพืชผัก ชาวบ้านท่าตอน จ.เชียงใหม่ กินผักปนเปื้อนเกือบ 2 ปี
ผู้ช่วย AI

เมื่อวันที่ 10-11 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานและคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้ลงพื้นที่ อบต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการแก้ปัญหายาเสพติด การปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก และปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน ของประชาชนในพื้นที่ อ.แม่อาย โดยมีหน่วยงาน เช่น ตัวแทนจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอแม่อาย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล ภาค 1 สำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล

ประเด็นสารพิษในแม่น้ำกกถูกหยิบยกมาหารือเป็นวาระแรก ที่ประชุมได้ให้มูลนิธิร่มโพธิ์ ตัวแทนภาคประชาชนนำเสนอปัญหาในพื้นที่และข้อเสนอทางออกแก้ปัญหา ข้อเสนอภาคประชาชนในประเด็นหลักๆ คือ การปิดเหมืองในประเทศเมียนมา จัดหาแหล่งน้ำสะอาด และจัดทำแผนที่ความเสี่ยงในพื้นที่เกษตรกรรม ฯลฯ ก่อนที่จะให้ นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ (สคพ. 1) บรรยายสถานการณ์และผลตรวจพบสารพิษในแม่น้ำกก และแม่น้ำสายต่างๆที่ปนเปื้อนสารพิษ จากปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเมียนมา ต่อจากนั้นกรรมาธิการฯได้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อเรียกร้องของภาคประชาชน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ข้อเรียกร้องของภาคประชาชน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ตรวจพบสารพิษในผัก และเปิดเผยข้อมูล ?

ประเด็นที่มีการนำเสนอข่าวและเอกสารรายงานตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนจากพืชบริเวณแม่น้ำกกในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ถูกเผยแพร่ กลายเป็นคำถามที่กรรมาธิการฯให้ความสนใจ โดยนายรังสิมันต์ ได้สอบถามไปยังเกษตรอำเภอแม่อายให้ชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ซึ่งมีรายละเอียด การเก็บตัวอย่างมีทั้งหมด 6 ครั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.69 ซึ่งมีรายละเอียดเอกสารที่เผยแพร่ ดังนี้

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 1  ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 1 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 1 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สังเกตในรายงานมีการเก็บตัวอย่างพืช 11 ตัวอย่าง พบแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน ใน ดอกหอม พริกขี้หนูผลใหญ่ ข้าวโพดหวาน แตงร้าน เสาวรส และพบสารหนูเกินค่า ในกะหล่ำดอก

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 2  ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 2 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 2 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เก็บพืช 11 ตัวอย่างพบตะกั่วเกินค่ามาตรฐานใน พริกขี้หนูผลใหญ่ ผักกาดเขียวปลี ถั่วพุ่ม และมะเขือม่วง ส่วนแคดเมียม พบเกินค่ามาตรฐานใน พริกขี้หนูผลใหญ่ ผักกาดเขียวปลี

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เก็บ 11 ตัวอย่าง พบว่าตะกั่วเกินค่ามาตรฐานใน สับปะรด มะเขือม่วง ข่า กระเทียม ส่วนแคดเมียม พบเกินค่ามาตรฐานใน กระเทียม สับปะรด มะเขือม่วง พริกขี้หนูผลใหญ่ มะเขือยาว ข้าวโพดหวาน

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 4  ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 4 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 4 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เก็บ 11 ตัวอย่าง พบมีการตรวจพบตะกั่ว เกินค่ามาตรฐาน พริกขี้หนูผลใหญ่ ส่วนแคดเมียม เกินค่ามาตรฐาน ในข้าวโพดหวาน แตงกวา พริกขี้หนูผลใหญ่ ฝรั่ง มะม่วง มันเทศญี่ปุ่น กระเทียม

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 5  ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 5 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 5 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตรวจพืช 4 ตัวอย่าง พบตะกั่วเกินค่ามาตรฐานใน กระเทียม ส่วนแคดเมียม พบเกินค่ามาตรฐานในทุกกลุ่มตัวอย่าง ใน กระเทียม มะม่วง ถั่วฝักยาว และมันเทศ

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 6  ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 6 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

รายละเอียด : เอกสารรายงานผลตรวจพืช ครั้งที่ 6 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตรวจพืช 4 ตัวอย่าง พบแดคเมียมเกินค่ามาตรฐานใน แตงกวา มะเขือเปราะ บวบ และมะม่วง ส่วน สารหนู เกินค่ามาตรฐานใน แตงกวา

นักวิชาการเกษตร ตัวแทนเกษตรอำเภอแม่อาย กล่าวรายงาน ยืนยันกับคณะกรรมาธิการฯว่ารายงานที่ปรากฎเป็นรายงานจริง ซึ่งปกติรายงานดังกล่าวจะถูกนำเสนอติดไว้ที่บอร์ดริมแม่น้ำกก เพื่อรายงานสถานการณ์เป็นปกติอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็มีความระมัดระวังการนำเสนอข้อมูล เพราะกังวลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่อาจขายไม่ได้ เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูล

กมธ.กฎหมายฯ แนะเปิดผลตรวจสารพิษในพืชผัก ชาวบ้านท่าตอน จ.เชียงใหม่ กินผักปนเปื้อนเกือบ 2 ปี

กมธ.กฎหมายฯ แนะเปิดผลตรวจสารพิษในพืชผัก ชาวบ้านท่าตอน จ.เชียงใหม่ กินผักปนเปื้อนเกือบ 2 ปี

นักวิชาการเกษตรอำเภอแม่อาย กล่าวถึง การเก็บข้อมูลพืชผลทางการเกษตร ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา ก่อนจะลงพื้นที่จะประสานผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชน ให้ชี้เป้าอยากให้เก็บพื้นที่ไหน

เพราะเข้าใจว่าเกษตรกรอาจไม่เต็มใจ ที่จะให้ผลผลิตเพราะทุกอย่างนำออกมาเป็นเงินของเขา(ชาวบ้าน) เช่น เก็บฝักทอง จะมีค่าใช้จ่ายตรงนั้น เกษตรกรที่ให้ความร่วมมือตลอดจะพยายามไม่ให้ซ้ำเพราะไปขออยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็ซื้อในนามตัวเอง

เมื่อมีผลกระทบออกมา ผลเป็นแดง (ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ) เสียงสะท้อนออกมาเป็นอีกฝั่งทันที ว่าจะให้เก็บอีกหรือไม่ เพราะขึ้นว่าหมู่บ้าน และตำบล คนในหมู่บ้านรู้แล้ว่าใครปลูกอะไร จะกระทบราคาพืชผล ถูกมองภาพรวม

สำนักงานเกษตรฯพยายามเข้าหาพื้นที่ตลอด ทำอย่างไรเก็บตัวอย่าง เปิดเผยได้บางส่วน

นักวิชาการเกษตรอำเภอแม่อาย ระบุว่าแคดเมียมสามารถพบในปุ๋ยฟอสเฟตได้ด้วย ยังไม่ทราบว่าสาเหตุจะมาจากปุ๋ยด้วยหรือไม่ ปัจจุบันมีการเก็บตัวอย่างที่ไกลจากแม่น้ำกก 1-2 กิโลเมตรขึ้นไปเพื่อนำมาเทียบจะพบหรือไม่ หรือจากสาเหตุอะไร และเมื่อเดือนกรกฎาคมเก็บห่างเพิ่มขึ้นอีก 3 กิโลเมตร

ด้านนายธีระ สุธีวรางกูร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ กล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลผลตรวจในประเด็นที่จะไม่กระทบผู้ผลิตและผู้บริโภค จากสาเหตุปัญหาพืชปนเปื้อนสารพิษ ย้ำว่ากังวลถึงการตัดสินใจจะเปิดข้อมูลมากน้อยขนาดไหน เกษตรฯตัดสินใจเอง หรือปรึกษาหารือหน่วยงานเพื่อประกอบการตัดสินใจ แจ้งหรือไม่แจ้งมากน้อยขนาดไหน เพราะการประกาศหรือไม่ประกาศจะมีผลกระทบโดยตรงกับการแก้ปัญหาและผู้บริโภคด้วย

น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ กล่าวว่าที่ผ่านมาปัญหาข้อมูลกรณีตรวจพบแคดเมียม และสารหมู ไม่ได้ถูกนำมาแก้ปัญหา ส่วนมาจากไหนตัวเองมองว่าไม่ใช่ประเด็น เบื้องต้นเมื่อตรวจพบคำถามต่อไปจึงตรวจสอบว่าสารพิษมาจากแม่น้ำหรือไม่ แต่เมื่อเจอกินเข้าไปและเข้าไปอยู่ในร่างกาย ส่วนตัวมองว่าเป็นข้อมูลที่ประชาชนต้องรับทราบ หน่วยงานต่างๆในจังหวัดและท้องถิ่น ต้องแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังตัวเองได้

แสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ ยิ่นหนังสือกับ นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ เร่งแก้ปัญหาสารพิษ

แสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ ยิ่นหนังสือกับ นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ เร่งแก้ปัญหาสารพิษ

ด้าน น.ส.แสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวว่าตอนนี้ชาวบ้านมีความกังวลอย่างมาก การตรวจผักเพิ่มหลายชนิดมีการพบขึ้นเรื่อยๆกังวลว่ากินเข้าไปจะสมสมในร่างกาย ที่ผ่านมายังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนการแก้ปัญหา ส่วนในพื้นที่เรียกร้องการทำแผนที่ความเสี่ยงจนปัจจุบันยังไม่ได้รับการตอบสนอง หน่วยงานไหนจะมาดูแล และเริ่มดำเนินการแผนที่ความเสี่ยง

ชาวบ้านยังกินผัก ข้อมูลในพื้นที่ยังไม่ชัดเจนมีสารปนเปื้อน หรือไม่ จากข้อมูลแม้บางส่วนยังไม่เกินค่ามาตรฐานยังลังเล ชาวบ้านยังปลูก ผักชนิดไหนดูดสารพิษ หรือไม่ ชาวบ้านยังไม่มีความรู้ ชาวบ้านยังต้องกินสะสม เพราะไม่มีพื้นที่เกษตรกรรมที่อื่น

ส่วนพื้นที่เกษตรกรรม ผลผลิตที่ออกขายตอนนี้ถูกเหมารวมส่งขายไม่ได้ ชาวบ้านยังกินผักของตัวเองปลูก ถึงแม้จะรู้แต่สถานทางเศรษฐกิจไม่สามารถมีรายได้เสริมจากทางอื่นได้ยังต้องเก็บกินผักของตัวเอง

ข้อเรียกร้องประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าตอน ยังเป็นเรื่องปิดเหมือง แหล่งน้ำปลอดภัย อาหาร การกิน ยังเป็นข้อเรียกร้องหลักน้ำปลอดภัยเป็นพื้นฐานสุขภาพ ระหว่างรอแก้ปัญหาต่างๆ

นายบุญโรจน์ กองแก้ว นายก อบต.ท่าตอน กล่าวว่าเกือบสองปีที่ผ่านมารัฐมนตรี(สุชาติ ชมกลิ่น) ลงพื้นที่ชาวบ้านยังนำผักให้กิน เมื่อตรวจพบสารพิษขนาดนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจง ผลกระทบทั้งหมด

ชาวบ้านยังคิดว่าไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ถ้าฟังวันนี้น่าจะไม่ใช่แล้ว เป็นปัญหาที่มาช่วยกันดู คนแกข้างบ้านยังบอกว่ากินได้บางอยู่ บางทีชาวบ้านไม่ได้เข้าใจเรื่องสารพิษจะกระทบอะไรบ้างในระยะยาว

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ประธานและคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หลังการหารือเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหา โดยแบ่งเป็นสองแนวทางแก้ปัญหา คือ ต้นเหตุ(เหมืองแร่) และปลายเหตุ (บรรเทาผลกระทบ)

พื้นที่ลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งเพาะปลูกผัก ผลไม้หลายชนิดส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันเผชิญการตรวจพบการปนเปื้อนสารพิษในพืชผัก และผลไม้

พื้นที่ลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งเพาะปลูกผัก ผลไม้หลายชนิดส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันเผชิญการตรวจพบการปนเปื้อนสารพิษในพืชผัก และผลไม้

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าการแก้ต้นเหตุปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่เขตปกครองของว้า ที่ผ่านมามีความพยายามพูดคุยทั้งตัวแทนรัฐบาลไทย หรือตัวแทนทหารเมียนมา หรือกลไกผ่านกองทัพ ผ่าน ทีบีซี ในการพูดคุย

ต้องยอมว่าถ้าสำเร็จ หรือมีประสิทธิภาพได้ผลมานานแล้ว ไม่ต้องรอให้ชาวบ้านมีสารพิษสะสมผ่านอาหารการกินต่างๆนานขนาดนี้ ต้องยอมรับกลไกที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพ

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวอีกว่า ทุกฝ่ายทราบดีว่ากองทัพเมียนมาไม่สามารถความคุมฝ่ายว้าได้ และเรื่องปัญหาสารพิษยังมีความสลับซับซ้อน คือบริษัทที่มาลงทุนในพื้นที่ว้าที่ทำเหมืองเปิดเป็นบริษัทของจีน แม้จะมีการยื่นเรื่องผ่านสถานทูตจีนแต่ยังไม่เห็นการตอบรับว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ในเชิงระดับชาติที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ต้องยอมรับว่ากลไกที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ประเทศไทยยังไม่ได้รับความร่วมมือจากใครเลยการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งกลไกหนึ่งที่ยังขาดหาดไปจากการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ กลไก สมช. มาพิจารณาภาพรวมว่าจะดำเนินการอย่างไร

นี่ไม่ใช่ปัญหาสารพิษธรรมดา คือปัญหาความมั่นคงคนไทย กำลังขยายไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ

นายรังสิมันต์ ตั้งคำถาม ถ้าพืชผักทางการเกษตรไทย พื้นที่เพาะปลูกไม่มีความเชื่อมั่นเต็มไปด้วยสารตกค้าง ความมั่นคงทางอาหาร กำลงเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงไม่ใช่เฉพาะคนภาคเหนือเท่านั้น พืชผักจะส่งกระจายไปทั่วประเทศและต้องส่งออกไปประเทศอื่น

เราต้องการมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ต้องหาทางทำความเข้าใจกับว้า ร่างข้อตกลงที่ทำกับทางการเมียนมา ไม่มีทางนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ ต้องการมาตรการที่เด็ดขาดมากกว่านี้ เข้มข้นมากกว่าเดิมแก้ปัญหา

ส่วนการแก้ปัญหาปลายเหตุ มีข้อเสนอจากชาวบ้าน เช่น การขุดบ่อบาดาล แก้ปัญหาที่ดินที่อยู่ในพื้นที่ป่า หนึ่งแนวทางที่กำลังพูดคุยกันอยู่ความเป็นไปได้หรือไม่ คือ การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อให้จังหวัดมีอำนาจพิจารณางบประมาณ แก้ไขปัญหาขั้นตอนที่ล่าช้า ปัญหารสารพิษเป็นเรื่องรอไม่ได้เพราะชาวบ้านรอมานานแล้ว คณะกรรมาธิการกฎหมายฯ จะทำหนังสือถึงหน่วยงานทุกระดับเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะจังหวัดที่มีหน้าที่สนับสนุนกลไกให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเวทีหารือวันนี้ สะท้อนว่าแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้

ทุกวันนี้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าพืชผลทางการเกษตรมีการปนเปื้อนสารโลหะหนัก และไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร และไม่ควรไปแนวทางว่าไม่ตรวจอีกแล้ว จะต้องนำความจริงมาคุยพร้อมวิธีการแก้

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ