เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 สำนักข่าวเอพีรายงาน เรือลำหนึ่งที่จอดทอดสมออยู่ห่างจากท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 70 กิโลเมตร ถูกยึดและถูกควบคุมไปทางอิหร่าน ซึ่งเป็นไปได้ว่า ฝ่ายอิหร่านเป็นผู้ยึดเรือลำดังกล่าว หลังจากมีรายงานว่า UAE ติดต่อกับอิสราเอล ซึ่งร่วมกับสหรัฐฯ ทำศึกกับอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2569 แม้จะอยู่ในช่วงหยุดยิง
เอพีอ้างอิงข้อมูลดังกล่าวจากศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งระบุด้วยว่า ท่าเรือฟูไจราห์อยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งพลังงานราว 1 ใน 5 ของตลาดโลก และถูกอิหร่านปิดกั้นการสัญจรทางเรือตั้งแต่ศึกสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านเปิดฉากขึ้น
รายงานระบุว่า เหตุยึดเรือลำนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เบนจามิน เนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลได้พบหารือกับ โมฮัมเหม็ด บิน เซเอด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีของ UAE ระหว่างการเยือน UAE อย่างลับ ๆ ของเนทันยาฮูในช่วงที่ทำศึกกับอิหร่านโดยไม่ได้ระบุวันที่
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงด้วยว่า ความสัมพันธ์อิสราเอล-UAE มีพัฒนาการสำคัญอย่างเป็นประวัติการณ์โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องจะขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เชื่อมโยงกับอิหร่านก่อนหน้านี้ สื่อของ UAE ก็รายงานว่า ผู้นำหลายคนในตะวันออกกลาง รวมถึงเนทันยาฮู โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดี UAE
อย่างไรก็ตาม UAE ปฏิเสธข้อมูลนี้ โดยยืนยันว่า ความสัมพันธ์ UAE-อิสราเอลเป็นไปอย่างเปิดเผย ดังนั้น แผนการเยือนของผู้นำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ UAE และอีกหลายชาติอาหรับร่วมสรุปข้อตกลง Abraham ว่าด้วยการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลโดยมีสหรัฐฯ รับบทบาทไกล่เกลี่ยเมื่อเดือนก.ย. 2563
รายงานชี้ว่า หลังจากนั้น UAE และอิสราเอลมีพัฒนาการความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ฝ่ายผู้นำปาเลสไตน์ประณามข้อตกลงฉบับนี้ว่า เป็นข้อตกลง "แทงข้างหลัง" ฝ่ายปาเลสไตน์ ส่วนอิหร่านก็วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงฉบับนี้ และกล่าวหาหลายครั้งว่า มีฝ่ายทหาร และหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลประจำการอยู่ใน UAE
รายงานยังชี้ว่า มีฝ่ายผู้นำอิสราเอลเดินทางเยือน UAE เป็นครั้งคราวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากอิสราเอล และกลุ่มชาติอาหรับร่วมสรุปข้อตกลง Abraham และว่าเหตุยึดเรือนอกชายฝั่ง UAE ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อยู่ระหว่างเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจีนเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ไม่มีชื่อเรือที่ถูกยึดระบุอยู่ในข้อมูลของ UKMTO โดยระบุเพียงว่า UKMTO อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม อีกทั้งยังไม่มีฝ่ายใดประกาศความรับผิดชอบ และว่าในช่วงศึก อิหร่านยึดเรือมาแล้วหลายลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน Ocean Koi ซึ่งถูกยึดในอ่าวโอมานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ข้อมูลจากสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านระบุว่า อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมัน Ocean Koi ซึ่งบรรทุกน้ำมันของอิหร่านคืนจากฝ่ายตรงข้ามที่จู่โจมเข้ายึดเรือลำดังกล่าวเพื่อพยายามขัดขวางการส่งออกน้ำมันที่เป็นผลประโยชน์ของอิหร่าน รายงานระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน Ocean Koi ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อเดือน ก.พ.2569 ฐานลักลอบขนส่งน้ำมันให้อิหร่าน
รายงานระบุด้วยว่า ท่าเรือฟูไจราห์เป็นท่าเรือหลักของ UAE นอกอ่าวอาหรับ และเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญที่ใช้ส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลก ส่วนในอิสราเอลก็มีรายงานว่า อิสราเอลถูกกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน โจมตีทางอากาศในวันเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นวันเปิดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่อิสราเอล-เลบานอนที่สหรัฐฯ
สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น เหนือ-กลาง-ใต้ ตกหนักบางแห่ง
"คอร์รัปชันภาครัฐ" ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด
