วันนี้ (14 พ.ค.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569 พบว่า ภาคธุรกิจยังมองปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ผู้ตอบแบบสอบถาม 30.8% ระบุว่าเป็นอุปสรรคมาก และ 28.0% ระบุว่าเป็นอุปสรรคอย่างมาก รวมเป็น 58.8% ขณะที่อีก 30.3% มองว่าเป็นอุปสรรคปานกลาง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เมื่อประเมินแนวโน้มคอร์รัปชันเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ 48.5% เห็นว่าสถานการณ์ “เท่าเดิม” ขณะที่ 27.5% ระบุว่า “แย่ลงมาก” และ 23.7% ระบุว่า “แย่ลง” รวมกลุ่มที่มองว่าสถานการณ์แย่ลง 51.2% ส่วนผู้ที่มองว่าดีขึ้นมีเพียง 0.3% ในด้านความยุ่งยากในการติดต่องานกับหน่วยงานราชการ ผู้ตอบ 51% ระบุว่าเพิ่มขึ้น 42% ระบุว่าคงเดิม มีเพียง 3% ที่มองว่าลดลง และ 4% ไม่ทราบ สะท้อนว่าระบบราชการยังเป็นภาระต้นทุนเวลาและต้นทุนแฝงของภาคธุรกิจ
ส่วนการขออนุญาตหรือใบอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ “ครั้งล่าสุด” มีผู้ตอบ 60.9% ที่เคยพบสัญญาณการสื่อหรือบอกเป็นนัยให้ต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือรวดเร็วขึ้น แบ่งเป็นสื่อเป็นนัยเล็กน้อย 25.4% สื่อเป็นนัยค่อนข้างชัดเจน 10.2% สื่อหรือร้องขออย่างชัดเจน 17.2% และเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ 8.1
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน
ขณะเดียวกัน 45.9% ของผู้ตอบระบุว่า เคยต้องให้เงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ เงินสด 46.6% รองลงมาคือ ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง 23.1% การร้องขอในรูปแบบบริจาคหรือสปอนเซอร์ 18.7% และการให้จ้างผู้รับเหมาช่วงหรือที่ปรึกษารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ 3.8%
สำหรับ“ค่าความสะดวก หรือ เงินหล่อลื่น ผู้ตอบ 29.4% เห็นว่ามีผลปานกลางต่อการทำให้กระบวนการกับหน่วยงานรัฐเสร็จเร็วขึ้น 20.8% เห็นว่ามีผลมาก และ 2.1% เห็นว่ามีผลอย่างมาก ขณะที่ 26.6% ระบุว่าไม่มีผลเลย
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
ในส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผลสำรวจพบว่า ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด สัญญาณที่พบมากที่สุดคือ ไม่พบสัญญาณผิดปกติ 36.4% แต่ยังมีผู้ตอบ 27.3% ระบุว่ามีการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่าสามารถ ช่วยให้ชนะ ได้ และอีก 27.3% ระบุว่าได้รับ ใบ้ ว่าควรใช้ตัวกลางหรือที่ปรึกษาบางราย ขณะที่ 9.1% พบกรณีเปลี่ยนเงื่อนไขหรือกำหนดส่งงานในช่วงท้าย และ 9.1% พบ TOR ระบุคุณสมบัติหรือยี่ห้อเฉพาะเจาะจงจนเหลือผู้แข่งขันน้อย
เมื่อถามถึงช่องทางหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อการเรียกรับเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์พิเศษมากที่สุด อันดับ 1 คือ การขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ 67.3% รองลงมาคือ การตรวจสอบหรือการกำกับดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ 40.2% กระบวนการด้านภาษีหรือการตรวจสอบภาษี 36.9% การต่ออายุใบอนุญาตหรือขอแก้ไขเงื่อนไขต่าง ๆ 26.1% และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือประกวดราคาของภาครัฐ 26.1%
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
เหตุผลหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน อันดับ 1 คือ ขั้นตอนการติดต่อมีความซับซ้อน 29.1% รองลงมาคือ กฎหมายหรือระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป 25.0% และเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำผิดระเบียบ 18.8% ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการที่ภาคเอกชนเห็นว่าจะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นในการดำเนินธุรกิจได้มากที่สุด คือ การใช้ระบบดิจิทัล หรือ E-Government/E-Procurement เพื่อลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ ส่วนมาตรการที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและการทุจริต อันดับ 1 คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน หรือ Regulatory Guillotine
ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า จากการที่ภาคเอกชนต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต หรือหน่วยงานให้บริการ พบว่าแทบทุกแห่งมีปัญหาการเรียกรับสินบนเกิดขึ้น เพียงแต่ระดับความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป ทั้งนี้ หน่วยงานจำนวน 26 แห่งที่ปรากฏชื่อในการสำรวจ ถือเป็นกลุ่มหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดคอร์รัปชั่นและการเรียกรับสินบน โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สิ่งที่ประชาชนและนักธุรกิจพูดกันมาโดยตลอดว่า มีการเรียกรับสินบนนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหรือประณามหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องการตีแผ่ข้อเท็จจริงให้สังคม หน่วยงานภาครัฐ และรัฐบาลรับรู้ร่วมกัน เพื่อพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และลดอุปสรรคในการทำธุรกิจของประเทศ
ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าจะลดปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างไร เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ เพราะปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในประเทศ แต่ต่างชาติก็รับรู้เช่นเดียวกัน และสะท้อนผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI รวมถึงผลสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชั่นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
“คอร์รัปชั่น ภาครัฐ ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% ม.หอการค้าไทย เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด
ผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน ควรตระหนักและรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานของตนเอง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้การเรียกรับสินบนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พุ่งเป้าตรวจสอบหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง
“ตำรวจทางหลวง-จราจร” ขึ้นอันดับ 1 เสี่ยงสินบน
ผลสำรวจรอบนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านสินบนและการเรียกรับผลประโยชน์จากการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ การจัดอันดับครั้งนี้พิจารณาจาก 2 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ อัตราการถูกเสนอให้สิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ และมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งที่มีการเสนอให้ โดยพบว่าหน่วยงานที่มีอัตราการเสนอให้สิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
- อันดับ 1 ตำรวจทางหลวง/จราจร มีการติดต่อเฉลี่ย 1.69 ครั้งต่อปี และมีการเสนอให้สิ่งตอบแทนเฉลี่ย 1.69 ครั้ง คิดเป็น 100.0%
- อันดับ 2 กระบวนการยุติธรรม ยกเว้นศาล มีการติดต่อเฉลี่ย 1.06 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 94.4%
- อันดับ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ติดต่อเฉลี่ย 1.09 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 91.7%
- อันดับ 4 กรมเจ้าท่า ติดต่อเฉลี่ย 1.67 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.50 ครั้ง คิดเป็น 90.0%
- อันดับ 5 กรมทางหลวง ติดต่อเฉลี่ย 1.46 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.20 ครั้ง คิดเป็น 82.0%
- อันดับ 6 กรมโยธาธิการและผังเมือง ติดต่อเฉลี่ย 1.58 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 78.9%
- อันดับ 7 ตำรวจท้องที่ ติดต่อเฉลี่ย 1.60 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.24 ครั้ง คิดเป็น 77.7%
- อันดับ 8 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ติดต่อเฉลี่ย 1.32 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 76.0%
- อันดับ 9 กรมสรรพากร ติดต่อเฉลี่ย 1.49 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.06 ครั้ง คิดเป็น 71.0%
- อันดับ 10 กรมการขนส่งทางบก ติดต่อเฉลี่ย 1.80 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 69.4%
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
เปิด 10 หน่วยงาน มีมูลค่ารับสินบนสูงสุด
หน่วยงานที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” 10 อันดับแรก (จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง)
- 1. กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาท ต่อครั้ง
- 2. กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาท ต่อครั้ง
- 3. กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาท ต่อครั้ง
- 4. กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาท ต่อครั้ง
- 5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เฉลี่ย 88,750 บาท ต่อครั้ง
- 6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาท ต่อครั้ง
- 7. กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาท ต่อครั้ง
- 8. กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาท ต่อครั้ง
- 9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาท ต่อครั้ง
- 10. กรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาท ต่อครั้ง
ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค-10 เม.ย. 2569
บิ๊กเอกชน ชี้แก้คอร์รัปชันทุกภาคส่วนต้องจริงจัง
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้รวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ เสนอรัฐบาลนำไปปฏิบัติจริงในเชิงโครงสร้าง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใส แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน มีกำหนดเข้าพบนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ
การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยผู้พบเห็นการทุจริตหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ
อ่านข่าว:
ฟอกตัวต่างด้าว "สวมบัตรชมพู" เปิดเส้นทางทุจริต "ทองผาภูมิ สู่ วังน้อย"
กรมพัฒน์ฯล้อมคอก “นอมินี-บัญชีม้า” ผุด 5 แนวทางบังคับใช้จัดตั้งธุรกิจ
6 ธุรกิจเสี่ยง! พาณิชย์-มหาดไทยลุยตรวจต่างชาติครองที่ดินผิด กม.
