"พลพีร์-บิ๊กราญ" ทลายเครือข่ายนอมินีสมยุเฟส 7 พบผิดกฎหมาย 60 บริษัท

อาชญากรรม
12:20
จำนวนผู้ชม 82
Thai PBS
"พลพีร์-บิ๊กราญ" ทลายเครือข่ายนอมินีสมยุเฟส 7 พบผิดกฎหมาย 60 บริษัท

วันนี้ (15 ส.ค.2569) นายพลพีร์​ สุวรรณ​ฉวี​ รมช.​มหาดไทย​ พร้อมด้วย​ พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ ร่วมกันแถลงข่าวทลายนอมินี​สมุย เฟส​ 7

โดยนายพลพีร์​ ระบุว่า​ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการปกป้องชาติ ประชาชน และบริษัทที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย หรือประเด็นภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ บูรณาการงานร่วมกันและปฏิบัติร่วมกันมาโดยตลอด จะมาถึงวันนี้เป็นเฟส 7 ของเกาะสมุย​ ซึ่งบริษัทนิติบุคคลบนเกาะทั้งหมดมีประมาณ 12,000 บริษัท​ มีบริษัทต้องสงสัยประมาณ 8,000 บริษัท​ แต่ในมุมของกรมที่ดิน​ ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย บริษัทที่ครอบครองที่ดินใน อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีทั้งหมด 3,892 บริษัท เป็นบริษัทที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทย 138 บริษัท และมีบริษัทที่ถือครองที่ดินเข้าข่ายเป็นนอมินีอีก 2,579 บริษัท

พลพีร์​ สุวรรณ​ฉวี​ รมช.​มหาดไทย

พลพีร์​ สุวรรณ​ฉวี​ รมช.​มหาดไทย

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่งเรื่องนอมินีตนให้นโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า 138 บริษัท ที่ตรวจสอบกับทางกรมธุรกิจการค้าแล้ว​ มีความชัดเจนว่าผู้ถือครองบริษัทและที่ดินบนเกาะสมุยผิดกฎหมาย​ เพราะฉะนั้นคณะคณะกรรมการจังหวัดจะต้องเร่งนำทั้ง 138 บริษัท เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัดเพื่อบังคับใช้กฎหมาย​ และจำหน่ายต่อไป

ส่วนบริษัทที่ยังมีความสงสัย 2,000 กว่าบริษัท ได้มอบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด​ กรมที่ดิน​ พาณิชย์จังหวัดบูรณาการงานร่วมกัน ในการหาข้อมูลในเชิงลึกที่เกี่ยวข้องหากผิด​ จะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ในภารกิจวันนี้ต้องขอบคุณ รอง ผบ.ตร. ในเรื่อง​โครงข่ายหุ้นส่วน​ หนึ่งในนั้นเป็นสัญชาติอิสราเอล​ ซึ่งจากการสืบสวนในการพูดคุยกับต่างชาติ บริเวณด้านหน้าห้องประชุม​ ปรากฏว่ามีบริษัทถือครองที่ดิน สถานที่วันนี้มีหมายออกมา โดยต่างชาติครองที่ดินในการซื้อ เปลี่ยนเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี​ เพื่อหลีกเลี่ยงการครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย และมีการปล่อยเช่าที่พักอาคารหมู่บ้าน ที่เป็นบริษัทนอมินีตามหมายจริง และเป็นการจ่ายเงินสดส่วนหนึ่งให้กับชาวต่างชาติที่จะมารอรับเงิน วันเข้าพักและอีกส่วนหนึ่งเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศ​ ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ถือเป็นบริษัทที่ตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจ หรือประกอบการในสมุยโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​

พล.ต.อ.สำราญ​ นว​ลมา​ รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ​ ระบุว่า​ รายงานให้นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​ และ​ รมว.​มหาดไทย​ ทราบว่าวันนี้มีปฏิบัติการเรื่องนอมินี ที่สมุยเป็นเฟสที่ 7 ซึ่ง​นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนให้ดำเนินการให้สิ้นซาก และทางผู้การจังหวัดสุราษฎร์ธานีรายงานให้ทราบว่า คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 187 คดี ซึ่งประสานกันต่อในประเด็นนี้จะดำเนินการต่อผู้ช่วยเหลือ​ แนะนำ​ สนับสนุน ทางบริษัทด้านกฎหมายและการบัญชี เพื่อให้ดำเนินการมรรยาท​ทนายความและมรรยาทนักบัญชี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก​ จึงอยากเน้นย้ำไปที่บริษัทเหล่านี้ให้ชี้แนะ เพื่อให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย​

พล.ต.อ.สำราญ​ ยังระบุว่า​ นอกจากนี้​ วันนี้ผู้ต้องหาตน​ไม่อยาก​ระบุสัญชาติใดชาติหนึ่ง เพราะเป็นนานาชาติ ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามจับกุมเพียงอย่างเดียว​ แต่ต้องดูแลคุ้มครองในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรุงเทพฯ มีชาวญี่ปุ่นถูกทำร้าย โดยคนไทย 5 คนเราสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ครบ​ เพราะไม่อยากให้เห็นว่า​ พอเห็นตนและนายพลพีร์​มา ไม่ใช่เพียงแค่มาจับ​ มาปราบต่างชาติ​ แต่เราก็ต้องดูแลคุ้มครองเพราะเราสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะที่นี่เองก็มีบริษัทที่ทำถูกต้อง​ ซึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ถือเป็นต้นทางแม่แบบสำนวนการสอบสวนเรื่องนอมินี

โดยในพื้นที่สามารถออกหมายจับได้ถึง 101 หมาย ส่วนการจับกุม​ผู้ต้องหาที่เป็นต่างชาติ​ สามารถจับกุมได้​แล้ว 27 หมาย​

อ่านข่าว :

คุม 7 เยาวชนปล้นทรัพย์-ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ฝากขังศาลเยาวชนฯ

ปล่อยตัว "เล่าต๋า แสนลี่" วัย 86 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด-อาวุธปืน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

พบแล้ว 4 นักดำน้ำต่างชาติ ปลอดภัยทั้งหมด หลังรับแจ้งสูญหายทะเลแสมสาร