ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

สิ่งแวดล้อม
10:49
จำนวนผู้ชม 68
ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"
หลายปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่น PM2.5 และปัญหาหมอกควัน ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน และบางปีก็เกิดผลกระทบมาถึงกรุงเทพมหานคร

โดยเฉพาะในระยะ 4-5 ปีให้หลัง ปัญหานี้กลายเป็น “วิกฤตซ้ำซาก” ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ หลายช่วงเวลาค่าฝุ่นพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม

แม้รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จะออกมาตรการแก้ปัญหา แต่ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราวไป ทั้งการแจกหน้ากากอนามัย ขอความร่วมมืองดเผาพื้นที่การเกษตร การฉีดพ่นละอองน้ำ การป้องกันและดับไฟป่า การทำฝนเทียม รวมถึงการสร้างแรงจูงใจอย่างอื่น เช่น ประกาศรับซื้อผลผลิตการเกษตรที่ไม่เผาด้วยราคาพิเศษ ฯลฯ รวมไปถึงการประกาศ Work from Home แต่ปัญหาก็ยังกลับมาเกิดซ้ำแทบทุกปี

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

จึงเป็นที่มาของข้อเสนอ และความพยายามผลักดันจากหลายภาคส่วน ให้รัฐบาลเดินหน้า “พ.ร.บ.อากาศสะอาด พ.ศ....” ให้เกิดขึ้น และบังคับใช้ได้จริง เพราะหลายฝ่ายมองว่า อาจจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนการจัดการปัญหาฝุ่นของไทย จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การบริหารคุณภาพอากาศอย่างจริงจังในระยะยาว

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ได้กระทบแค่สุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อ การท่องเที่ยว การลงทุนต่างชาติ ความน่าอยู่ของเมือง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ทำให้หลายเมืองในโลกเริ่มแข่งขันกันด้วย “คุณภาพชีวิต” และ“สิ่งแวดล้อม” หากประเทศไทยจัดการคุณภาพอากาศได้จริง หรือ ทำให้คุณภาพอากาศดีได้ จะช่วยให้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น สามารถดึงดูดนักลงทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงรองรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลกได้

ทำไมประเทศไทยจึงต้องมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด?

ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ร.บ.ควบคุมมลพิษ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ฯลฯ

ยังไม่รวมกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ปัญหาคือ กฎหมายเหล่านี้กระจัดกระจาย และยังไม่มี “กฎหมายเฉพาะ” ที่กำหนดเรื่องสิทธิด้านอากาศสะอาดอย่างชัดเจน

ส่งผลให้การจัดการมลพิษอากาศยังมีปัญหา เช่น หน่วยงานรับผิดชอบซ้ำซ้อน, ขาดเจ้าภาพหลัก, บังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง, ขาดแผนระยะยาว, ประชาชนเข้าถึงข้อมูลยาก, ผู้ก่อมลพิษไม่มีความรับผิดชอบ

พ.ร.บ.อากาศสะอาดจึงถูกเสนอขึ้น เพื่อสร้าง “ระบบบริหารอากาศ” ที่ชัดเจนทั้งประเทศ

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

อากาศสะอาด = สิทธิพื้นฐานของประชาชน

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของกฎหมายนี้ คือการยกระดับ “อากาศสะอาด” ให้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ หมายความว่า ประชาชนจะไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบอีกต่อไป แต่สามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้ รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อมลพิษ ตรวจสอบการทำงานของรัฐได้ ใช้สิทธิเรียกร้องหรือฟ้องร้องได้หากรัฐละเลยหน้าที่ แนวคิดนี้คล้ายกับกฎหมาย Clean Air Act หรือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ของสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ควบคุมมลพิษอากาศมายาวนาน และช่วยลดมลพิษในหลายเมืองใหญ่ได้

เปลี่ยนจาก “แก้ฝุ่นรายวัน” สู่ “แผนระดับชาติ”

ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาฝุ่นของไทยมักเกิดขึ้นเฉพาะช่วงวิกฤต เช่น ในช่วงหน้าหนาว หรือในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร ทำให้เกิดไฟป่า การเผาวัชพืช ปัญหาหมอกควัน หรือปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน ทั้งจากประเทศเมียนมา กัมพูชา หรือบางปีจากประเทศอินโดนีเซีย รัฐบาลจึงจะมีมาตรการชั่วคราว หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นครั้งๆ ไป

แต่หากมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะผลักดันให้เกิดเป้าหมายลดมลพิษระยะยาว, แผนบริหารคุณภาพอากาศแห่งชาติ, ระบบติดตามและประเมินผล, งบประมาณเฉพาะด้าน, การทำงานร่วมกันของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทำให้การแก้ปัญหาเกิดความต่อเนื่องไม่ขึ้นกับรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง มีความต่อเนื่องมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในช่วงร้อยต่อของรัฐบาล หน่วยงานประจำก็ยังสามารถแก้ไขปัญหาได้

ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษได้จริงมากขึ้น

หากมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด พ.ศ. เกิดขึ้น ภาพของ “การควบคุม-การป้องกัน-การลงโทษ” จะมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึง “การบูรณาการ” ในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะไม่ทับซ้อนกัน เพื่อให้ส่วนต่าง ๆ ที่คาดว่าจะก่อผลกระทบจะเกิดความระมัดระวังมากขึ้น เช่น

1.ด้านเกษตรกรรม

หนึ่งในต้นตอสำคัญของ PM2.5 คือ การเผาในพื้นที่การเกษตร เช่น อ้อย ข้าวโพด และเศษวัสดุการเกษตร หากมี พ.ร.บ.อากาศสะอาด อาจมีมาตรการ เช่น ระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot), มีบทลงโทษชัดเจน, การตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน, การสนับสนุนเกษตรกรให้เปลี่ยนวิธีและรูปแบบการผลิต รวมถึงมาตรการกำหนดให้เกิดขึ้นกับบริษัทรับซื้อวัตถุดิบ ที่เกี่ยวข้องกับการเผา

2.ด้านอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมอาจถูกกำหนดให้ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษแบบเรียลไทม์ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และรายงานการปล่อยมลพิษอย่างโปร่งใส หากฝ่าฝืนมาตรฐานที่กำหนด จะมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น จริงจังขึ้น เช่นการจ่ายค่าปรับมากขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเขียนให้เกิดภาพลักษณ์สวยหรูในรายงานประจำปี หรือในรายงานเรื่องความยั่งยืนเท่านั้น

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

3.ด้านคมนาคม

พ.ร.บ.อากาศสะอาด อาจเปิดทางสู่มาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการปล่อยของเสียจากรถยนต์ ทั้งรถยนต์จากเครื่องยนต์ดีเซล และรถยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดมลิษทางอากาศ เช่น ควบคุมรถควันดำเข้มงวด, มาตรฐานน้ำมันที่สะอาดขึ้น, เขต Low Emission Zone หรือ เขตควบคุมมลพิษต่ำ, การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า, การพัฒนาขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากกว่ารถส่วนตัว ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางระบบคมนาคมของไทยในอนาคตด้วย

4.ลดภาระด้านสาธารณสุข

ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้กระทบแค่ระบบทางเดินหายใจ แต่เชื่อมโยงกับโรคร้ายจำนวนมาก เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็งปอด เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังคือกลุ่มเสี่ยงสำคัญ จากข้อมูลพบว่า ในปี 2568-2569 มีคนไทยที่ป่วยด้วยโรคปอดประมาณ 10-12 ล้านคน

หากคุณภาพอากาศดีขึ้น ประเทศจะได้รับประโยชน์มหาศาล เช่น ลดจำนวนผู้ป่วย ลดการใช้งบประมาณรักษาพยาบาล, ลดวันลาป่วย เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน ลดภาระระบบสาธารณสุขระยะยาว

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

5.ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย

เป็นประเด็นที่พูดกันมากกว่า 10 ปี และแม้จะมีบังคับในกฎหมายก็ตาม แต่ในความเป็นจริง แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ไม่มีผู้ก่อมลพิษที่เป็นผู้จ่ายจริง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานอุตสาหกรรม และเกิดควันดำหนาทึบ นานหลายชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อมมากมาย จะมีเพียงการดับไฟ และหาสาเหตุไฟไหม้ (จริงหรือไม่) ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายไป ทิ้งความสกปรกให้สิ่งแวดล้อมมากมาย ทั้งควันพิษ น้ำที่เกิดจากการดับไฟ ละลายสารเคมีลงในแหล่งน้ำสาธารณะ และแหล่งน้ำใต้ดิน แต่กลับไม่มีผู้รับผิดชอบ

ที่เป็นเช่นนี้ นอกจาก “ความไม่รับผิดชอบ” ของธุรกิจแล้ว ผู้ประกอบการมักมองว่า การรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้ทำให้เสียชื่อเสียง (ทั้งที่ตนเองเป็นคนทำหรือเป็นคนก่อ) และการทำเรื่องนี้เป็น “ต้นทุน” ที่เสียเงินมาก

ทำให้ “ความรับผิดชอบ” ในเรื่องนี้ของธุรกิจในประเทศไทยหลายแห่งยังต่ำ เช่น การเผา หรือปล่อยมลพิษจากโรงงาน มีต้นทุนถูกกว่าการปรับปรุงระบบการผลิต แต่หากมีกฎหมายใหม่ อาจเกิดมาตรการ เช่น ค่าปรับที่สูงขึ้น, มีกองทุนอากาศสะอาด, มีการเก็บภาษีมลพิษ การชดเชยความเสียหายต่อสังคม, ทำให้ต้นทุนการก่อมลพิษสูงขึ้น เป็นการบังคับให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว

ความท้าทายที่กฎหมายต้องเผชิญ

แม้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ แต่ก็มีความท้าทายสำคัญ เช่น ปัญหาการเผาข้ามแดน ความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การต่อต้านจากบางอุตสาหกรรม

ภาระต้นทุนของเกษตรกรรายย่อย การบังคับใช้กฎหมายที่อาจไม่เข้มงวด เพราะสุดท้าย “การมีกฎหมาย” ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาทุกอย่างจะหมดไปทันที หากไม่มีระบบตรวจสอบและการบังคับใช้อย่างจริงจัง

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

ประเทศไทยจะได้อะไร? ถ้ามี "พ.ร.บ.อากาศสะอาด"

มากกว่ากฎหมายลดฝุ่น คือการเปลี่ยนอนาคตประเทศ

ในภาพใหญ่ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ใช่แค่เรื่อง “ลดค่าฝุ่น PM2.5” แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาประเทศ จากการเติบโตที่แลกกับมลพิษ ไปสู่การพัฒนาที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนมากขึ้น

จากเดิมที่รัฐมัก “แก้ปัญหาฝุ่นเป็นฤดูกาล” สู่การ “บริหารคุณภาพอากาศเป็นนโยบายสาธารณะระยะยาว” และหากบังคับใช้ได้จริง กฎหมายฉบับนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ในการสร้างเมืองที่ประชาชนสามารถ “หายใจได้อย่างปลอดภัย” ในอนาคต

เรียบเรียง : เอมพงศ์ บุญญานุพงศ์ บรรณาธิการข่าว ไทยพีบีเอสออนไลน์

อ่านข่าว :

จับตา พ.ร.บ.อากาศสะอาด หวั่นถูกลดสาระสำคัญก่อนเข้าสภา

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย 31 ฉบับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด-ล้มละลาย ได้ไปต่อ

ชาวเชียงใหม่ เรียกร้องแก้ฝุ่น PM2.5 ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

สว.เหนือจี้รัฐกู้วิกฤตฝุ่น ฉะงบพันล้านแก้ปัญหาไร้ประสิทธิภาพ

ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

สภาลมหายใจเชียงใหม่จี้นายกฯ ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ขีดเส้นตาย 13 พ.ค.