ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ภูมิภาค
10:22
จำนวนผู้ชม 430
ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด
Botnoi Voice
ครูโรงเรียนอนุบาลสันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นำเด็กๆ ออกจากห้องปลอดฝุ่นมาเล่นในสนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน หลังพบว่าสถานการณ์ฝุ่นควันเริ่มคลี่คลาย เหลือระดับสีส้ม และ สีเหลือง ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เด็กๆหลายคนยังสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยความเคยชิน

ขณะที่ภาพตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อมองจากจุดชมวิวบนดอยสุเทพ ก็สามารถมองเห็นอาคารบ้านเรือนได้อย่างชัดเจน จากทัศนวิสัยดีขึ้นมาก หลังฝุ่นควันหนาที่เคยบดบังตัวเมืองมามากกว่า 1 เดือนเริ่มจางลง

ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ระบุว่า ฝุ่นควันที่เริ่มคลี่คลาย เป็นเพราะฝนที่ตกลงมาทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ขณะที่การทำงานของภาครัฐที่ผ่านมา เห็นว่า ไม่มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เมื่อปัญหาฝุ่นควันเข้าขั้นวิกฤติ จึงเร่งหาทางแก้ปัญหา แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอระบุว่า เมื่อสถานการณ์ฝุ่นคลี่คลาย ภาครัฐก็ทิ้งปัญหาไว้ที่เดิม แล้วก็รอสถานการณ์ปีหน้าให้เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ได้มีการแก้ไขที่ยั่งยืน

มันไม่ใช่แค่ปีสองปี แต่เกิดขึ้นเป็นสิบปีแล้ว ที่เราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลมากี่ครั้ง เรื่องนี้ก็ไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องใหญ่ อย่างที่กรุงเทพฯ เพราะเป็นส่วนกลาง เมื่อเกิดปัญหารัฐบาลก็เต้นกัน แต่บ้านเราขนาดจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เขายังกลัวว่านักท่องเที่ยวจะไม่มา แล้วมันก็เป็นปัญหาซ้ำซ้อนอยู่อย่างนี้

นางเสาวคนธ์ ระบุอีกว่า ในฤดูฝุ่นควันพิษ คนที่มีเงินสามารถหนีไปเที่ยวทะเลได้ แต่คนที่มีรายได้น้อย ต้องทนอยู่กับสถานการณ์นี้ โดยที่รัฐบาลยังขาดการเตรียมพร้อมในระดับชุมชน เช่น "ห้องปลอดฝุ่น" ที่เพียงพอ

เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่

เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอดหลายปีส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ทำให้มีอาสาดับไฟป่าเสียชีวิตทุกปี ขณะที่ภาครัฐไม่มีเป้าหมายการแก้ปัญหาที่ชัดเจน เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงหวังให้รัฐบาลเร่งพลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

พ.ร.บ.อากาศสะอาด ถ้าประกาศใช้ก็น่าจะดีขึ้น แต่นี่เรายังไม่เห็นเป้าหมายระยะยาวเลยว่า 1 ปี 2 ปี หรือ 5 ปี จะจัดการเรื่องนี้ยังไง พอรัฐมนตรี หรือ นายกฯ มา ก็มาชี้นิ้วมือสั่ง เสร็จแล้วก็กลับไป แล้วก็รอแค่ให้ฝนตกอย่างเดียว

ด้านนายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ มองว่า สาเหตุที่ฝุ่นควันคลี่คลาย ปัจจัยหลักมาจาก "ฝนตก" และ การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นมาก จนเชื้อเพลิงเริ่มลดลง ขณะที่มาตรการของภาครัฐไม่มีอะไรใหม่ จึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้มากนัก และ บางมาตรการกลับกลายเป็นปัญหา เช่น การจับกุมชาวบ้านที่หาของป่า ซึ่งสร้างความขัดแย้งและผลกระทบทางจิตวิทยาระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ป่ากับหน่วยงานภาครัฐ

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่

สิ่งสำคัญหลังจากนี้ คือ รัฐบาลควรเร่งนำ พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณา ภายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เพราะกฎหมายที่ใช้อยู่ เช่น พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกฎหมาย "เชิงรับ" ซึ่งจะสามารถใช้งบประมาณ กำลังคน หรือ เครื่องจักรได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแล้ว จึงไม่สอดคล้องกับการรับมือปัญหา PM 2.5 ที่ต้องเตรียมการล่วงหน้า และ ควบคุมที่ต้นตอ

จุดเด่นของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นไปในรูปแบบเชิงรุก มีการควบคุมที่ต้นตอ กำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างชัดเจนทั้ง 7 แหล่ง มีคณะกรรมการและกลไกบริหารจัดการที่ชัดเจน ตลอดทั้งปีและตลอดเวลา มีการใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การจัดตั้งกองทุน และ บทลงโทษที่เหมาะสม หากผ่านกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยให้การแก้ปัญหาฝุ่นควันมีความยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเดิมๆ

ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ ยังเสนอให้รัฐบาลสรุปบทเรียนอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ ในช่วงที่ปัญหาฝุ่นควันสิ้นสุดลง หลังเดือนพฤษภาคม เนื่องจากปีนี้สถานการณ์มีความซับซ้อนและรุนแรง จึงต้องมีการศึกษาให้ชัดเจนว่า ไฟเกิดจากอะไร สาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงคืออะไร เลิกใช้การคาดเดาแบบเหมารวมว่าไฟป่าเกิดจากการหาของป่า หรือ ล่าสัตว์เพียงอย่างเดียว เพื่อหาแนวทางจัดการที่ตรงจุด

ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ฝนตกทำฝุ่นควันเชียงใหม่ใกล้จบ ภาคประชาชนทวงคืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด

โดยอาจใช้มาตรการที่หลากหลาย ไม่ควรใช้เพียงกฎหมายบังคับอย่างเดียว แต่ต้องมีทางเลือกและทางออก หากชาวบ้านมีทางเลือกอื่น ปัญหาการเผาก็จะลดลง รวมไปถึงการใช้มาตรการทางสังคม การสร้างกติกาชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการควบคุมการเผาด้วยตัวเอง หากมีงานวิจัยและข้อมูลที่ชัดเจนรองรับ จะช่วยลดการถกเถียงที่ไม่มีข้อยุติและทำให้การแก้ไขปัญหาในอนาคตมีความชัดเจนมากขึ้น

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโส ไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ