ส่ง "อนุชา" ท้าชิง "ชัชชาติ" กลยุทธ์ "ประชาธิปัตย์" ทวงคืนเมืองหลวง ?

การเมือง
16:48
จำนวนผู้ชม 102
ส่ง "อนุชา" ท้าชิง "ชัชชาติ" กลยุทธ์ "ประชาธิปัตย์" ทวงคืนเมืองหลวง ?

เป็นมวยรองหลายขุม แทบไม่มีแต้มต่อ สำหรับสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. วันที่ 28 มิ.ย.2569 แต่ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ยังฮึดสู้ส่ง “อนุชา บูรพชัยศรี” ลงชิงตำแหน่งพ่อเมืองหลวง นอกจากต้องการรักษาฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ไว้แล้ว เป้าหมายสำคัญ คือ การเพิ่มเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ให้มากกว่าเดิม จากที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียง 9 ที่นั่งจากทั้งหมด 50 เขต

“กรุงเทพเมืองฟ้าอมร And more” หรือ "เมืองฟ้าอมร ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม“ เคมเปญเปิดตัว “อนุชา” หลังก่อนหน้านี้มีข้อมูลระบุว่า “ค่ายสีฟ้า” ทาบทาม “ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus และอดีตผู้บริหาร Google ประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” อดีตผู้ว่าฯกทม. ให้ลงสมัครผู้ว่ากทม. แต่ติดเงื่อนไขสัญญากับ LINE จึงไม่สามารถลงสมัครได้

ทำให้ประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจส่ง “อนุชา” ลงสู้กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ (18 พ.ค.2569) และจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง แม้การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในนามของ “ปชป.” ไม่ได้เรียกเสียงเสียง “ว้าว”จากคนเมืองหลวง แต่ว่าไปแล้ว “อนุชา” ก็ไม่ใช่หน้าใหม่การเมือง มีฐานและทุนทางการเมืองในระดับหนึ่ง

 ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

อนุชา เข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกในปี 2550 ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยแรกแบบเรียงเบอร์ ร่วมกับกรณ์ จาติกวณิช และสมเกียรติ ฉันทวานิช และได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 คน และในปี 2554 ลงสมัครสมาชิกสรับเลือกตั้งสส.กทม.อีกครั้งหนึ่งในเขตเลือกตั้งที่ 4 และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ก่อนพ่ายเลือกตั้งในปี 2562 และกลับเข้าสภา อีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2566 ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

“ประชาธิปัตย์มีความตั้งใจกับการเลือกตั้งกทม. ที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกับคนกทม.มายาวนาน สิ่งที่ต้องยืนยัน คือ พรรคฯมีบุคลากรจำนวนมาก ที่มีความเชี่ยวชาญและผูกพันกับคนกทม.การทำงานทุกเวที และทุกพื้นที่ ทำงานเป็นทีม ด้วยความรับผิดชอบร่วมกัน ใส่ใจการทำงานของบุคลากรในทุกระดับ แม้ระยะหลังประชาชนไม่ได้ให้โอกาส ทั้งเลือกตั้ง สส. หรือผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่าต้องห่างเหิน” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวช่วงหนึ่งในงานเปิดตัว “อนุชา” ผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

แม้จะยอมรับคะแนนนิยมของพรรค ฯในเมืองหลวงจะตกเป็นรอง แต่หากพลิกผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อปี 2565 พบว่า “ค่ายฟ้าที่แตกแขนง”ประกอบด้วย “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 254,723 คะแนน , “สกลธี ภัทธิยกุล”ได้ 230, 534 คะแนน และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมืองรองผู้ว่าราชการ กทม.(ในสมัยที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯกทม.) ต่อมาปี 2559 พล.ต.อ.อัศวิน ได้รับการแต่งตั้งจากคสช.เป็นผู้ว่าราชการ กทม. คนที่ 16 โดย ดำรงตำแหน่งจนลาออก เพื่อลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระได้คะแนน 214,825 คะแนน

 ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

อย่างไรก็ตาม หากนำคะแนนของอดีตคนคุ้นเคย “ค่ายสีฟ้า” ปี 2565 ทั้ง 3 คน รวมกันจะได้ 700,082 คะแนน ก็ยังแพ้ “ชัชชาติ” ซึ่งสมัครอิสระและคว้าไป 1,386,215 ถึง 686,133 คะแนน ขณะที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” พรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกล ที่ได้ 253,851 คะแนน สะระตะแล้ว “มัดรวม” ส่ง “อนุชา” สู้ศึกครั้งนี้ แม้จะแพ้ “ชัชชาติ” คะแนนนิยมคนเมืองหลวงจากอานิสงค์ “อภิสิทธิ์” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสีฟ้า แม้จะแพ้เลือกตั้งในสนามกทม.แต่ในทางยุทธศาสตร์ทางการเมืองมีประเมินแล้วว่า “ประชาธิปัตย์”น่าเรียกคะแนนได้กลับคืนมาเป็นกอบเป็นกำ หลังจากแพ้เลือกตั้งสนามใหญ่ให้ กับ “ค่ายส้ม” พรรคก้าวไกล -ประชาชน อย่างหมดรูป

 ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

หากนำคะแนนการเลือกตั้งปี 2565 ระหว่าง “สุชัชวีร์-วิโรจน์” มาบวกลบแพ้เพียง 872 คะแนน และหากนำตัวเลขข้างต้นมัดรวม เจมส์ “อนุชา” อาจมีชัยเหนือ ดร.โจ "ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. พรรคประชาชน และอาจทวงคืนพื้นที่เมืองหลวงในระยะยาวได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของเก้าอี้สก.

แม้การเลือกตั้งในปี 2569 “อนุชา” จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยร่วมกับ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน แต่การกลับมาร่วมกับประชาธิปัตย์อีกครั้ง ภายใต้การการันตีของ “อภิสิทธิ์” ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และพลังงาน มีประสบการณ์กอบกู้ธุรกิจครอบครัวจากหนี้พันล้านในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง

“เคยเป็นสส.กทม. 2 สมัยที่เข้าใจพื้นที่ทุกรูปแบบ ซื่อสัตย์สุจริตตามอุดมการณ์พรรค และโดดเด่นในการประสานงานกับทุกฝ่าย ท่ามกลางความขัดแย้งแบ่งขั้วทางการเมือง”

สำหรับสนามการเมืองระดับประเทศ “อนุชา” ถือได้ว่ามีประสบการณ์ไม่น้อย นอกจากเป็นสส. ปชป.2 สมัยแล้ว ยังเป็นอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือ และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) และอดีตสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

 ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

ส่ง “อนุชา”ท้าชิง “ชัชชาติ” กลยุทธ์ “ปชป.” ทวงคืนเมืองหลวง?

หลังผิดหวังหลายครั้ง “อนุชา” เคยตั้งใจจะวางมือจากการเมือง แต่การลงสมัครฯผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจและแพสชันจากทางพรรคฯ ให้เข้ามาขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ภายใต้อุดมการณ์ "การเมืองแบบสุจริต" แม้ผลโพลช่วงเริ่มต้นอาจจะเป็นรองก็ตาม

“พรรคประชาธิปัตย์ และตัวผมเอง อยากจะเห็น คือ กรุงเทพฯ จะเป็นเมือง ฟ้า อมร กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่เรียกว่า And More... ไม่ใช่เป็นแค่เมืองที่เรารัก แต่เป็นเมืองที่เราคิดว่า ทำให้มันน่าอยู่... สามารถที่จะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้กว่านี้...” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

การกลับมาสู้ศึกในสนามเลือกตั้งเมืองหลวงของ “ค่ายสีฟ้า” ครั้งนี้ “อนุชา” ยังเป็นแค่มวยรอง แต่ไม่สามารถดูแคลนยุทธศาสตร์ทางการเมือง โดยเฉพาะการทวงคืนเก้าอี้สก.ที่สูญเสียไปนาน ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง เป็นเดิมพันพลิกฟื้นท้องถิ่นกทม.ต่อยอดไปสนามเลือกตั้งใหญ่ที่ตกอยู่ในมือ “พรรคส้ม” ด้วย

อ่านข่าว

เจาะสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. “ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ”

พลิกปูม 7 รายชื่อผู้สมัคร สส. คำสั่งศาลฎีกา “ถอนชื่อ” ห้ามลงคะแนน

“รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราร่วง” สนามรบเมืองชล ใต้ชายคา “ภูมิใจไทย”