WHO คาดรอ 9 เดือนวัคซีน "อีโบลา" พร้อมใช้ ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อพุ่ง 600 คน

ต่างประเทศ
06:03
จำนวนผู้ชม 36
WHO คาดรอ 9 เดือนวัคซีน "อีโบลา" พร้อมใช้ ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อพุ่ง 600 คน
องค์การอนามัยโลกเผยการพัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัส "อีโบลา" สายพันธุ์บุนดีบูโจ อาจใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าจะพร้อมใช้งาน ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มเป็น 600 คนและมีผู้เสียชีวิตเกือบ 140 คน

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาแล้ว 600 คนและเสียชีวิต 139 คนในดีอาร์ คองโก และยูกันดา ซึ่งการระบาดครั้งนี้เกิดจากเชื้อสายพันธุ์ "บุนดีบูโจ" ซึ่งพบได้ยากและยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรอง โดยมีศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่ จ.อิตูรี

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การระบาดของอีโบลาในคองโกและยูกันดาอาจเริ่มต้นมาแล้วราว 2 เดือน โดยยังอยู่ระหว่างสืบสวนหาต้นตอของห่วงโซ่การแพร่เชื้อ ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น

องค์การอนามัยโลก ระบุอีกว่า การพัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูโจ อาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนกว่าจะพร้อมใช้งาน ขณะนี้มีวัคซีน 2 ตัวที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ยังไม่ได้เริ่มทดสอบทางคลินิก โดยจะมี 1 ตัวที่เทียบเท่าวัคซีนสำหรับป้องกันอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ที่พบได้บ่อยกว่า แต่ยังต้องรอการพัฒนาร่วม 6-9 เดือน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้นับว่ายังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินในลักษณะของการระบาดใหญ่ ซึ่งนอกจากการรับมือและควบคุมการระบาด อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันคือการหาคำตอบว่าไวรัสเริ่มระบาดตั้งแต่เมื่อไร

ผู้ติดเชื้อคนแรกที่ได้รับการยืนยันคือพยาบาล เริ่มแสดงอาการและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ในเมืองบูเนีย เมืองหลวงของ จ.อิตูรี ก่อนที่ร่างจะถูกส่งกลับไปมองวาลู ซึ่งเป็น 1 ใน 2 เมืองเหมืองทองที่พบผู้ป่วยส่วนใหญ่

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก เชื่อว่า หลังการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อคนแรก เกิดเหตุการณ์แพร่เชื้อเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นงานศพหรือสถานพยาบาล จากนั้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค.พบสัญญาณการแพร่เชื้อครั้งใหญ่อีกครั้งจากรายงานบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการเสียชีวิตในชุมชน

เจ้าหน้าที่ขนถ่ายเวชภัณฑ์ขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำของหน่วยบริการขนส่งทางอากาศเพื่อมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNHAS) ที่สนามบินในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ไปยังคองโก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569

เจ้าหน้าที่ขนถ่ายเวชภัณฑ์ขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำของหน่วยบริการขนส่งทางอากาศเพื่อมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNHAS) ที่สนามบินในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ไปยังคองโก เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569

ดีอาร์ คองโกเดินหน้ารับมือ "อีโบลา" ระบาดหนัก

ขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เร่งมาตรการเตรียมพร้อมรับมืออีโบลา โรงพยาบาลหลายแห่งเพิ่มการเฝ้าระวังและคุมเข้มจากความกังวลว่าการระบาดล่าสุดอาจลุกลามเข้าสู่ จ.เซาท์คิวู

ส่วนโรงพยาบาลท้องถิ่นพบว่ามีการเตรียมความพร้อมรถพยาบาล ขณะที่แพทย์และนักระบาดวิทยาประชุมฉุกเฉิน ส่วนประชาชนต้องฆ่าเชื้อที่มือทุกครั้งก่อนเข้าออกบริเวณโรงพยาบาล ด้านเจ้าหน้าที่จัดตั้งระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาและติดตามประชากรที่จุดเข้าออกทุกแห่งของเมือง

แพทย์เตือนว่าข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์อาจฉุดรั้งการตอบสนองหากพบผู้ป่วย เนื่องจากตัวอย่างต่างๆ ต้องข้ามทะเลสาบคิวูทางเรือไปโกมา ซึ่งความล่าช้านี้ไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมโรค

สำหรับ "อีโบลา" แพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจากร่างกายและผ่านบาดแผลที่ผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการเลือดออกรุนแรงและอวัยวะล้มเหลว

อาการเริ่มต้นของอีโบลาคล้ายคลึงกับโรคมาลาเรียและไข้ไทฟอยด์ ซึ่งพบได้ทั่วไปในดีอาร์คองโก ขณะที่คองโกตะวันออกยังเผชิญกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายปี ซึ่งยิ่งเพิ่มความยากลำบากในการรับมือกับโรค โดยหลายคนมัก เชื่อว่าอาการจะแย่ลง แล้วค่อยๆ ดีขึ้น เนื่องจากในช่วงแรกไม่มีใครทราบว่าป่วยด้วยอีโบลา

อ่านข่าว

WHO หวั่น "อีโบลา" ระบาดเร็ว-กินเวลานานหลายเดือน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่าง กม. จำกัดอำนาจ “ทรัมป์” ทำสงครามกับ “อิหร่าน”

"ปูติน" พบ "สี จิ้นผิง" ยกระดับสัมพันธ์รัสเซีย-จีนในวันโลกป่วน