ทำไมฟ้อง "ราอูล คาสโตร" เสี่ยงจุดชนวนสงครามสหรัฐฯ-คิวบา ?

ต่างประเทศ
09:54
จำนวนผู้ชม 33
ทำไมฟ้อง "ราอูล คาสโตร" เสี่ยงจุดชนวนสงครามสหรัฐฯ-คิวบา ?
สหรัฐฯ ตั้งข้อหาอดีตผู้นำคิวบาจากเหตุยิงเครื่องบินพลเรือน จุดกระแสตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่าง 2 ชาติ นักวิเคราะห์เตือนการปิดช่องทางเจรจาอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหาร ขณะที่คิวบาเริ่มเตรียมรับมือการโจมตี ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและแรงคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

วันนี้ (21 พ.ค.2569) แพทริค ออปป์แมนน์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของ CNN และหัวหน้าสำนักงานประจำกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและคิวบา กำลังเผชิญความตึงเครียดครั้งใหม่ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศตั้งข้อหาทางอาญาต่อ ราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบาวัย 94 ปี จากกรณีเหตุยิงเครื่องบินพลเรือนของกลุ่มอาสาสมัคร "Brothers to the Rescue" ตกเมื่อปี 2539 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน โดยเป็นพลเมืองอเมริกัน 3 คนในจำนวนนี้

นักวิเคราะห์และอดีตเจ้าหน้าที่การทูตหลายฝ่ายมองว่า การดำเนินคดีครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดัน 2 ประเทศเข้าสู่ภาวะเผชิญหน้ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

การประกาศตั้งข้อหาเกิดขึ้นที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวคิวบาพลัดถิ่นในสหรัฐฯ และตรงกับวันเฉลิมฉลองเอกราชของชาวคิวบาจากสเปน ทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลคิวบาออกมาแสดงความสนับสนุนอย่างชัดเจน หลายฝ่ายเชื่อว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์ในฮาวานากำลังอ่อนแอลงจากวิกฤตเศรษฐกิจและแรงกดดันระหว่างประเทศ และมองว่าการเพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำคิวบาอาจเร่งให้ระบอบการปกครองของตระกูลคาสโตรสิ้นสุดลง

มาเรีย เอลิฟรา ซาลาซาร์ สมาชิกสภาคองเกรสเชื้อสายคิวบา-อเมริกันจากพรรครีพับลิกัน ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า "ยุคของตระกูลคาสโตรจบลงแล้ว" สะท้อนมุมมองของชาวคิวบาพลัดถิ่นจำนวนมาก ที่ยังคงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปี 2539

อย่างไรก็ตาม ฝั่งรัฐบาลคิวบาและผู้สนับสนุนการปฏิวัติคิวบามองว่า ราอูล คาสโตร ยังคงเป็น "สัญลักษณ์ของการปฏิวัติ" และแทบไม่มีโอกาสที่เขาจะถูกส่งตัวขึ้นศาลในสหรัฐฯ โดย ริคาร์โด ซูนิญา อดีตนักการทูตสหรัฐฯ ซึ่งเคยร่วมเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลของ บารัก โอบามา กับคิวบา เตือนว่า การตั้งข้อหาครั้งนี้อาจย้อนกลับมาสร้างผลกระทบทางลบ

เขาระบุว่า หากสหรัฐฯ ใช้คดีนี้เป็นเครื่องมือกดดันรัฐบาลคิวบา อาจทำให้ช่องทางการสื่อสารระหว่าง 2 ประเทศถูกปิดตาย และความไม่พอใจของทั้ง 2 ฝ่ายอาจพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งทางทหารได้ในที่สุด

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ แม้จะแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อรัฐบาลคิวบา แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาสในการเจรจา กล่าวว่าคิวบากำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งไฟฟ้าดับ การขาดแคลนอาหาร และวิกฤตด้านมนุษยธรรม พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ของประชาชนคิวบาย่ำแย่ไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อคิวบาเริ่มแข็งกร้าวมากขึ้น หลังรัฐบาลใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม ทั้งการปิดล้อมด้านพลังงาน การลงโทษบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจกับคิวบา และการออกมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบา ส่งผลให้บางบริษัทเดินเรือที่นำเข้าอาหารมายังคิวบาประกาศยุติการดำเนินงาน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คิวบาเผชิญภาวะขาดแคลนสินค้าและไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ จนนำไปสู่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลเป็นระยะ ซึ่งรัฐบาลคิวบามักใช้มาตรการเข้มงวดควบคุมสถานการณ์ รายงานยังระบุว่า การเยือนคิวบาของ จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการ CIA เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า "เวลาของคิวบาใกล้หมดลง" หากไม่ยอมประนีประนอมกับวอชิงตัน

ด้านรัฐบาลคิวบา ภายใต้การนำของ มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา คนปัจจุบัน ยังคงยืนยันว่า จะปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมประกาศว่า หากสหรัฐฯ ใช้กำลังทางทหาร จะเกิดการนองเลือดอย่างแน่นอน โดยในช่วงที่ผ่านมา กองทัพคิวบาได้เริ่มฝึกซ้อมทางทหารและเตรียมประชาชนให้พร้อมรับมือกรณีถูกโจมตี

เปิดปม Brothers to the Rescue

สำหรับเหตุการณ์ต้นตอของความขัดแย้ง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2539 เมื่อเครื่องบิน 2 ลำของกลุ่ม Brothers to the Rescue ซึ่งเป็นองค์กรอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวคิวบา ถูกเครื่องบินขับไล่ MiG ของคิวบายิงตกใกล้ชายฝั่งคิวบาด้วยขีปนาวุธนำวิถี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ขณะที่อีก 1 ลำสามารถหลบหนีได้

รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องบินทั้งสองเป็นเครื่องบินพลเรือนไม่ติดอาวุธ และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อคิวบา ขณะที่รัฐบาลคิวบายืนยันว่า เครื่องบินดังกล่าวละเมิดน่านฟ้าของประเทศซ้ำหลายครั้ง และกล่าวหาว่า กลุ่ม Brothers to the Rescue มีพฤติกรรมต่อต้านรัฐบาล เช่น โปรยใบปลิวโจมตีรัฐบาลคอมมิวนิสต์เหนือกรุงฮาวานา

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว บิล คลินตัน ประธานธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ลงนามเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรคิวบา ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ต่อคิวบาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมา FBI พบว่า หน่วยข่าวกรองคิวบาได้แทรกซึมเครือข่ายสายลับเข้าไปในกลุ่มต่อต้านรัฐบาลในไมอามี และส่งข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินของ Brothers to the Rescue ให้กับรัฐบาลคิวบา ก่อนเกิดเหตุยิงเครื่องบินตกในปี 2539

ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยคำฟ้องต่อ ราอูล คาวโตร ในข้อหาฆาตกรรม สมคบคิดสังหารพลเมืองสหรัฐฯ และทำลายอากาศยาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแรงกดดันระดับใหม่ต่อรัฐบาลคิวบา และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ยากคาดเดาในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

น้ำป่าเทือกเขาสันตาเพียหลากท่วม "บ้านโตก" เพชรบูรณ์รอบ 3

ไฟไหม้ "ร้านอาหารอินเดีย" ชื่อดังพัทยา วอดทั้งหมด จนท.เร่งหาสาเหตุ

มหากาพย์ 30 ปี! สหรัฐฯ ฟ้อง "อดีตผู้นำคิวบา" ข้อหาฆาตกรรมพลเมืองอเมริกัน