วันนี้ (1 มี.ค.2569) พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่มุ่งเน้น ให้จับกุมกวาดล้างยาเสพติดตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี มุ่งเน้นการทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดให้ครบทั้งวงจร ล่าสุด ช่วง 15 - 27 ก.พ.2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัติการร่วมกับ ทหาร และ ตำรวจ สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ จำนวน 3 คน คือ
บุคคลที่ 1 วันที่ 15 ก.พ.2569 จับกุม นายธัญพิสิษฐ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 73/2569 ลงวันที่ 22 ม.ค. 2569 บทบาท เป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในประเทศ จัดหาบริษัทเพื่อใช้อำพรางการนำเข้ายาเสพติด และจัดหาสถานที่เก็บพักยาเสพติด โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ กทม.
บุคคลที่ 2 วันที่ 15 ก.พ.2569 จับกุม นายภานุพงศ์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 74/2569 ลงวันที่ 22 ม.ค. 2569 บทบาท เกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับพิธีนำเข้าทางศุลกากรม (ม้วนฝ้ายที่ซุกซ่อนไอซ์) โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ กทม.
บุคคลที่ 3 วันที่ 27 ก.พ.2569 จับกุม นายจิณณวัตร (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 72/2569 ลงวันที่ 22 ม.ค.2569 บทบาท เป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าของยาเสพติดกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในประเทศ และจัดหาสถานที่เก็บพักยาเสพติด โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก วันที่ 17 ม.ค.2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือร่วมกับ ทหาร ตำรวจ และ ศุลกากร จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมไอซ์น้ำหนักประมาณ 1.65 ตัน (อยู่ม้วนฝ้าย 33 ม้วน) เหตุเกิดที่โกดัง ในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทม้วนใยฝ้ายที่ซุกซ่อนไอซ์ จากอินเดีย จำนวน 144 ม้วน (ซึ่งมียาเสพติดปะปนมา 33 ม้วน ม้วนฝ้ายดังกล่าวมีต้นทางมาจากทวีปแอฟริกา) เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวมีการประสานงานกันเชื่อมโยงกันหลายภูมิภาค ใช้ไทยเป็นประเทศทางผ่านเพื่อเตรียมลำเลียงต่อไปยังปลายทางประเทศที่สาม ชุดปฏิบัติการดำเนินการสืบสวนพบโกดังต้องสงสัย ในพื้นที่แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. ที่คาดว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติด กระทั่งนำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่เฝ้าโกดังรวม 4 คน และขยายผลจับกุมผู้สั่งกานอีก 1 คน ซึ่งเป็นหญิงชาวไทย มีบทบาท เป็นผู้เช่าโกดังเก็บพักยาเสพติด และเป็นผู้ประสานงานกับเครือข่าย
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- ก.พ. 2568 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 2 คน คือ น.ส.ปัณรา (สงวนนามสกุล) บทบาท เป็นผู้สั่งการ และเจ้าของยาเสพติด (อยู่ระหว่างหลบหนี) และ นายปัญจกิตต์ (สงวนนามสกุล) บทบาท ผู้ร่วมขบวนการ และจัดส่งยาเสพติด ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา ที่ 120/2568 ลงวันที่ 13 ก.พ. 2568 พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
- ม.ค.2569 ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 4 คน (เจ้าของยาเสพติด และผู้ประสานงาน) โดยสามารถจับกุมตัวได้ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 3 คน (นายธัญพิสิษฐ์ฯ, นายภานุพงศ์ฯ, นายจิณณวัตรฯ) พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท และบุคคลตามหมายจับอีก 1 คน ในฐานะผู้สั่งการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ปี สืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 6 คน ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 4 คน อยู่ระหว่างหลบหนี 2 คน ยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 31 ล้านบาท
พ.ต.ต. สุริยา กล่าวว่า ยังมีบุคคลในเครือข่ายอีก 2 คน ที่ถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคี สืบสวนติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ทั้งนี้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยหน่วยงานของรัฐ โดยร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด
อ่านข่าว
ทภ.2 แจงปลดล็อกส่งน้ำมันไปลาว แต่ยังเข้มสกัดส่งต่อประเทศที่ 3
ร้านทองรายใหญ่ งดซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ชั่วคราว เหตุโจมตีอิสราเอล-อิหร่าน
ถอดปลอกคอ GPS "สีดอปี๊ด" ช้างป่าเขาอ่างฤาไน เหลือปลดอีก 8 ตัว
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
