วันนี้ (11 มี.ค.2569) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เดินทางกลับหลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.พรรณิการ์ จำเลยในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จากกรณีเมื่อปี 2565 ที่จำเลยได้โพสต์ข้อความวิจารณ์การเมืองที่กล่าวถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในช่วงเหตุการณ์ กปปส.
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ใช้เวลาพิจารณา 2 ปี เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพทางการเมือง ไม่มีความผิดตามองค์ประกอบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ตามกฎหมายเมื่อคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องยืน กฎหมายบัญญัติไว้ว่า โจทก์ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ แต่เนื่องจากโจทก์ในคดีนี้เป็นพนักงานอัยการ ก็สามารถเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นฎีกาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน
ด้าน น.ส.พรรณิการ์ เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นคนเดียวที่ถูกศาลฎีกาตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ที่มีมูลเหตุเรื่องการละเมิดจริยธรรมร้ายแรง สส. แต่ในคดีอาญา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ก็ทำให้เห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาและคดีจริยธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกัน จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับตัวเองและผู้ถูกกระทำคนอื่น ๆ เพราะอยากให้ในอนาคตให้มีบรรทัดฐานจริยธรรมในการตัดสิน
อ่านข่าว :
ประชาชนยังคงแห่เติมน้ำมันช่วงเวลากลางคืน ปั๊มยืนยันยังมีน้ำมันเพียงพอ
ศาลยกฟ้อง "แอม สรารัตน์" คดีวางยาฆ่า "นิตยา" วิศวกรสาว นครปฐม ปี 63
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยมี 40 คำร้องปมเลือกตั้ง เหลือกรอบถก 30 วัน
