“สงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน” ผ่านไปแล้ว 12 วัน "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณ "สงครามอาจจะยืดเยื้อ" มีแนวโน้มจะส่งทหารรุกภาคพื้นที่เข้าไปในพื้นที่ตะวันออกกลาง แต่เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา กลับระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านจะยุติลงเร็วๆ นี้ และข้อความข้างท้ายที่ทรัมป์พูดเสมือนมีนัยยะ"ในหลาย ๆ ด้าน เราได้รับชัยชนะไปแล้ว แต่เรายังชนะไม่มากพอ เราจะเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่มากกว่าครั้งไหนๆ เพื่อบรรลุชัยชนะเบ็ดเสร็จ ที่จะหยุดภัยอันตรายที่ยืดเยื้อมานานตลอดกาล"
ทำให้ประเทศทั่วโลกต่างจับจ้องว่า เกมการสู้รบในครั้งนี้ จะกลับมาสู่โต๊ะเจรจาเพื่อสันติภาพได้อย่างไร ?
ดร.ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ผ่านรายการนิวส์รูม ไทยพีบีเอส ถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ "โดนัล ทรัมป์" ที่ต้องการให้ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) และยกเลิกด้วยการทำลายฐานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ให้เป็นศูนย์ทั้งหมด
ซึ่งแตกต่างจากสมัย ประธานาธิบดีบารัค โอบามา สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) ปี 2015 โดยอิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์และให้ตรวจสอบแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ถือเป็นความสำเร็จเชิงทูตที่สำคัญ ซึ่งในขณะนั้นทรัมป์ ก็โจมตีถึงการกำหนดนโยบายดังกล่าว และเข้ามายกเลิกข้อตกลงทั้งหมดหลังจากเข้ามาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง
สัญญาณสงครามเริ่มมา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.2569 หลังจาก "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ได้พูดถึงการแก้ปัญหาอิหร่าน เป็นเรื่องเดียวในการแถลงเรื่องต่างประเทศ สอดคล้องกับวันที่ 26 ก.พ.2569 รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ประกาศว่า "อิหร่านน่าจะยอมทำตาม ถ้าไม่ยอมทำตามก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย" กระทั่งวันที่ 28 ก.พ. ช่วงกลางวันประเทศตะวันออกกลางก็เกิดสงครามขึ้นมา ดังนั้นหากประเมินตามช่วงเวลาต่าง ๆ จะเห็นความเป็นไปได้ของสัญญาณที่จะเกิดสงครามตามลำดับ
ทรัมป์ เปิดทางเจรจาอิหร่าน จบบนโต๊ะ “สันติภาพ”?
อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า มีบทความและการแสดงออกทางความ เห็นของคนอเมริกันส่วนหนึ่ง ไม่ต้องการให้อิหร่านดำเนินเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ผลิตและขยายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ "แต่ไม่ต้องการสงคราม" ดังนั้นคะแนนของทรัมป์ ค่อนข้างตกลงมามาก จึงทำให้ทรัมป์มีเวลาไม่มากที่จะแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุดตามที่ขอไว้ 4-5 สัปดาห์ของปฎิบัติการ
แม้การประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ จะโหวตคว่ำมติบังคับ "ทรัมป์" ขออนุญาตสภาคองเกรส ก่อนโจมตีอิหร่านจากร่างที่ยื่นโดยพรรคเดโมแครต ด้วยคะแนนเสียง 53 ต่อ 47 เสียง ต้องยอมรับว่า พรรครีพับลิกันเป็นเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาและฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งสภาบนและสภาล่าง จึงถูกครอบคลุมโดยพรรครีพับลิกันทั้งหมด
"ต้องจับตามองหลังการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ในเดือน พ.ย. จะมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐฯ 35 ที่นั่ง และสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งก็จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อทิศทางการดำเนินนโนบายต่างประเทศ การสงครามต่าง ๆ ของทรัมป์ ที่อ้างว่าสร้างสันติภาพขึ้นมาให้เกิดขึ้น"
นักวิชาการหลายคนจึงมองว่า สงครามครั้งนี้น่าจะไม่เกินภายใน 60 วัน การเจรจาต้องเกิดขึ้น สไตล์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ใช้การรบของสหรัฐฯ ซึ่งมีขีดความสามารถสูงเป็นอำนาจกดดันต่อรองคู่เจรจา ส่วนเงื่อนไขที่สองก็คือการเจรจา เพื่อหาทิศทางนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิหร่าน โดย "ทรัมป์" ต้องการเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่ด้วยตัวเอง คุณสมบัติเป็นมิตรกับสหรัฐฯ
ในทางปฏิบัติยังไม่เกิดขึ้นจากการที่ผู้นำทางด้านความมั่นคง "อาลี ลาริจานี"เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (SNSC) คุมอำนาจปฏิบัติการต่าง ๆ ในการทำสงครามคราวนี้ ได้ประกาศว่า อิหร่านเตรียมทำสงครามระยะยาวมานานพอสมควร พร้อมที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ และพร้อมจะขยายสงครามออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านหากจำเป็น ซึ่งแตกต่างจากประธานาธิบดีคนปัจจุบัน "มาซูด เปเซชเคียน" ที่มีลักษณะประนีประนอมหลีกเลี่ยงการปะทะจากประเทศเพื่อนบ้าน เว้นแต่จะโดนโจมตีก่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน
"ผู้นำอิหร่านในขณะนี้มีหลายกลุ่ม ประเด็นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาในขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่มีความเห็นที่อยากให้สงครามสงบโดยเร็ว ในเชิงสันติภาพของสายเหยี่ยวก็เริ่มจะมีมาระยะหนึ่งแต่สายพิราบเองก็จะเริ่มแสดงบทบาทขึ้นมา เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า การเมืองภายในอิหร่านจะสามารถหาจุดที่จะนำไปสู่การเจรจาบนโต๊ะการเจรจาเพื่อสันติภาพตะวันออกกลางได้มากน้อยเพียงไร"
หาผู้นำอิหร่านคนใหม่ ถูกใจไม่ได้ สงครามจะยืดเยื้อ
ถ้าถามว่า การโจมตีในลักษณะนี้ของทรัมป์ ที่กินเวลาเกินกว่า 4-5 สัปดาห์ ตามที่ทรัมป์ได้บอกไว้หรือไม่ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา บอกว่า "มีความเป็นไปได้สูง" หากทรัมป์ยังไม่สามารถหาผู้นำอิหร่านคนใหม่ที่ตัวเองพอใจได้ และภาพจะชัดเจนขึ้นหลังจากสู้รบไปอีกระยะหนึ่ง
แต่ในขณะเดียวกันทั่วโลกก็อยากให้เกิดสันติภาพ เพราะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงระหว่างประเทศ จึงคาดว่าอีกสักระยะ จะเห็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการช่วยการหยุดสงครามเพื่อให้เกิดสันติภาพ โดยเฉพาะเริ่มเห็นท่าทีประเทศในแถบยุโรปที่ไม่ได้คล้อยตามแนวคิดของทรัมป์ และบางส่วนก็แตกหักรุนแรง อย่างกรณีของประเทศสเปน หลังจากนี้อาจต้องจับตามมองอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ที่จะมีบทบาทสำคัญมากทั้งสามประเทศ ในการใช้แนวทางการทูตเพื่อหาหนทางยุติสงคราม
"เป็นกลาง" บทบาทไทย กลางเขาควาย "สหรัฐฯ – อิหร่าน"
เมื่อถามว่า ภายใต้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น "ไทย" ควรปฏิบัติตัวอย่างไร? ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับสหรัฐฯ ในฐานะประเทศพันธมิตรเก่าแก่ มีข้อตกลงเรื่องความมั่นคงร่วมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่านมานานกว่า 100 ปี ในด้านของการค้า เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยจึงต้องมีบทบาทเป็นกลางในลักษณะที่ไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์กับทั้งสองประเทศ ไม่ทำให้ฝ่ายไหนมองว่าเกิดความไม่เป็นมิตร เนื่องด้วยเป็นเรื่องที่มีความละเอียด อ่อนสูง เชื่อว่าทุกรัฐบาลตระหนักดีถึงเรื่องนี้ว่าจะต้องทำอย่างไร ที่จะไม่ทำให้ประเทศไทยหลุดเข้าไปในวังวนของการสู้รบนี้
ที่มา : รายการนิวส์รูม ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
สงครามอิสราเอล-อิหร่าน เขย่าเงินเฟ้อโลก ราคาน้ำมันพุ่ง
ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สนค.หวั่น ราคาพลังงานพุ่งสูง กระทบต้นทุนผู้ส่งออก
รู้จัก "เกาะคาร์ก" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน ดินแดนที่สหรัฐฯ หวังเข้ายึดครอง
