"ป.ป.ท." จับมือ "ป.ป.ส." เอาผิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวข้องยาเสพติด

อาชญากรรม
15:41
จำนวนผู้ชม 630
"ป.ป.ท." จับมือ "ป.ป.ส." เอาผิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวข้องยาเสพติด
Botnoi Voice
ป.ป.ท. หารือ ป.ป.ส. เตรียมเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เกี่ยวข้องยาเสพติด ย้ำ "ผู้บังคับบัญชา" จะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีก หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิด จะต้องไม่มีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (18 มี.ค.2569) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นายภูมิวิศาล เกษมศุข

นายภูมิวิศาล เกษมศุข

นายภูมิวิศาล เปิดเผยภายหลังหารือว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเสพ การร่วมขบวนการ หรือการค้ายาเสพติด ซึ่งจำแนกข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาการดำเนินคดี มักมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะปฏิเสธความรับผิดชอบ

ดังนั้น จากนี้ไปจะยกระดับการตรวจสอบ โดยผู้บังคับบัญชาจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีก หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิด จะต้องชี้แจงให้ได้ว่า ไม่มีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อ้างว่าผู้ใต้บังคับบัญชาไปกระทำการเองไม่ได้ พร้อมย้ำว่าผู้บังคับบัญชามีหน้าที่โดยตรงกำกับดูแลในพื้นที่รับผิดชอบ แต่หากปล่อยปละละเลย ย่อมต้องถูกพิจารณา

หลังจากนี้หากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องรับผิดชอบร่วมด้วย ไปจนถึงการถูกโยกย้าย ทั้งนี้ การหารือจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 2.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ 3.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทำงานร่วมกันในระดับปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายได้เลยตั้งแต่วันนี้

"นอกจากนี้ ประสานงานกับเลขาธิการ ป.ป.ง. ซึ่งติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ เพื่อหารือถึงการติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยทั้ง 3 หน่วยงานพร้อมบูรณาการข้อมูลและดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบ" นายภูมิวิศาล กล่าว

นายภูมิวิศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีอุปสรรคด้านกฎหมายในการทำงานร่วมกัน แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากนี้จะนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้ระบบราชการ ไม่รวมถึงนักการเมือง โดยจะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎกระทรวง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ

"ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นนโยบายวาระเร่งด่วน การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขันน็อตให้แน่นขึ้นในพื้นที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์ยาเสพติดไม่ให้รุนแรง" นายภูมิวิศาล กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การหารือในครั้งนี้ เป็นเพราะจะมีการปฏิบัติการครั้งใหญ่ ในเร็วๆ นี้ ใช่หรือไม่ นายภูมิวิศาล ยอมรับว่ามีแผนดำเนินการอยู่จริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในตอนนี้ โดยระบุว่า การติดตามเส้นทางการเงินจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของ ปปง. ควบคู่ไปกับการปราบปรามของ ป.ป.ส. อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะยาว ยังจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน และป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดอีกต่อไป

อ่านข่าว

"ปากีสถาน" ถล่มศูนย์บำบัดยาเสพติดในคาบูล ตายพุ่ง 400 คน

สกัดก่อเหตุซ้ำ "คดีอุกฉกรรจ์" ครบรอบ 3 ปีกฎหมายเฝ้าระวัง "หลังพ้นโทษ"

ปปง.ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่ม 12 ล้าน กลุ่มหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน

กรมป่าไม้-ตร.ลุยหาดฟรีดอม พบบุกรุกตั้งร้านค้า-เรียกเก็บค่าบริการผิดกฎหมาย