ในเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรคการเมือง รวม 292 เสียง นำโดยพรรคภูมิใจไทย จะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบแต่งตั้ง ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ขณะที่ 5 พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน เตรียมเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน เป็นคู่ชิง
ซึ่งขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 มีดังนี้
1. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะถูกเสนอชื่อ ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และพรรคการเมืองนั้นต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 25 คน
2. บุคคลที่ถูกเสนอชื่อต้องมี สส. รับรองอย่างน้อย 50 คน (ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร) ปัจจุบันมี 498 คน
3. การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนแบบเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยใช้วิธีขานชื่อ สส. ตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงเป็นรายคน โดยลุกขึ้นกล่าวว่า โหวตให้ใครหรือหากมีการเสนอชื่อเพียงคนเดียว ให้ลงคะแนน "เห็นชอบ" , "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง"
4. บุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา ปัจจุบันมี สส. 498 คน จึงต้องได้คะแนนตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป
5. เมื่อสภาฯ มีมติเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ประธานรัฐสภา คือ นายโสภณ ซารัมย์ จะเป็นผู้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
หากวันที่ 19 มี.ค. สภาฯ โหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 แต่หากโหวตเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะหมายถึงการเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ซึ่งอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
อย่างไรก็ตาม หากยึดตามเสียงข้างมากของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค โอกาสดังกล่าวถือว่าเป็นไปได้ยาก และมีแนวโน้มว่านายอนุทินจะได้รับเสียงเห็นชอบเกิน 300 เสียง
จากพรรคการเมืองที่ประสงค์จะลงมติให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี รวมแล้วทั้งสิ้น 293 เสียง แต่เนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 กกต. ยังไม่ได้ประกาศรับรอง จึงทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือ 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง รวมกับพรรคเล็ก ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง
เกาะติดการโหวตเลือกนายกฯ ใน รายการพิเศษ “โหวตนายกฯ ฝ่าวิกฤตประเทศไทย” วันที่ 19 มี.ค.2569 เวลา 09.00 - 12.00 น. ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 | https://www.thaipbs.or.th/live และ ทุกช่องทางออนไลน์ Thai PBS และ Thai PBS News
อ่านข่าว :
เปิดขั้นตอนโหวตนายกรัฐมนตรี 19 มี.ค.นี้ ลงคะแนนโดยเปิดเผย-ขานชื่อทีละคน
โหวตนายกฯ ลุ้น "กล้าธรรม" เสนอ "ธรรมนัส"
พรรคประชาธิปัตย์ มีมติ “งดออกเสียง” โหวตเลือก นายกฯ พรุ่งนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
- โหวตนายก
- รัฐบาลอนุทิน2
- จัดตั้งรัฐบาล
- พรรคประชาชน
- คุณสมบัตินายก
- โควตารัฐมนตรี
- โหวตนายกรัฐมนตรี
- ครมอนุทิน2
- พรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคภูมิใจไทย
- อนุทินชาญวีรกูล
- ธรรมนัสพรหมเผ่า
- พรรคกล้าธรรม
- ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ
- พรรคประชาธิปัตย์
- ประชุมสภา
- นายกรัฐมนตรีคนที่ 32
- นายกรัฐมนตรีคนที่ 33
- ข่าวการเมืองวันนี้
- ข่าววันนี้
- ข่าวล่าสุด
- ข่าวล่าสุดวันนี้
