นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.ย้ำชัดเมื่อ 23 มี.ค.2569 หลังนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เรียกหารือว่า นายกฯ ได้สั่งการ ภายในสัปดาห์นี้ ต้องไม่มีปั๊มน้ำมันใดบอกไม่มีน้ำมันขาย
เท่ากับน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ที่แทบทุกปั๊มแขวนป้ายน้ำมันหมด จะกลับมามีขายอีกครั้ง ตามบัญชานายกฯ ที่ได้เปิดไฟเขียวให้ผู้ค้าน้ำมัน นำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการได้
เพียงแต่จะเป็นการขายในราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะดีเซลปรับราคา 2 ครั้งต่อเนื่อง รวมแล้วอีกลิตรละ 2.60 บาท
หลังจากตั้งแต่ตี 5 วันที่ 24 มี.ค.เป็นต้นมา ราคาน้ำมันขายหน้าปั๊ม มีปรับขึ้นทันที โดยดีเซลขึ้นอีกลิตรละ 1.80 บาท ส่วนกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ ทุกชนิดขึ้นอีกลิตรละ 2 บาท
ทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ขยับเป็นลิตรละ 32.94 บาท แทบจะชนเพดานที่รัฐประกาศตรึงราคาวันก่อน ไว้ลิตรละไม่เกิน 33 บาท ส่วนเบนซินลิตรละ 43.64 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 35.05 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 34.68 บาท และแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 30.05 บาท
เป็นการขึ้นราคารอบใหม่ ทั้งที่ ศบก. โดยนายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงในวันเดียวกันว่า กระทรวงตรึงราคาดีเซลและเบนซินไว้อยู่หมัด แม้จะมีผลต่อแรงกดดันเรื่องราคาน้ำมันและพลังงานของไทย โดยใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยชดเชยให้ราคาน้ำมันในประเทศมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการใช้ไบโอดีเซล
ไม่เพียงเท่านั้น ยังระบุด้วยว่า คนไทยยังใช้น้ำมันราคาถูกกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์
แต่กระนั้น กลับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ไม่ได้เป็นไปตามถ้อยแถลงของคนในรัฐบาลและศบก. เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดมรรคผลดังที่กล่าวอ้าง
โดยก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์เคยค้างคาใจประเด็นน้ำมันล่องหน และบอกให้รอดูจะจับแก้ผ้าให้หมด ว่ามีใครแอบส่งออกหรือไม่ แต่ถึงขณะนี้คนทั่วไปก็ยังไม่เห็นว่ามีใครถูกจับเปลือยกายล่อนจ้อน
ไม่ต่างจาก "ไอ้โม่ง" ที่นายอนุทิน พูดถึงก่อนหน้านี้ ประกาศจะตามหา เพราะทำน้ำมันล่องหนนับหมื่นลิตร แต่สุดท้ายบอกว่าไม่มี ด้วยเหตุเกิดจากผู้คนกังวลออกมาเติมน้ำมันกันมากกว่า
กระทั่ง ปคบ. บุกไปตรวจค้นบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง แล้วพบมีกักตุนน้ำมันกว่า 3.3 แสนลิตร จึงค่อยยอมรับและพูดถึงเรื่องนี้ มีสั่งตรวจสอบเอาผิดข้อหากักตุนน้ำมัน และนายพิพัฒน์ สั่งลุยสอบทั่วประเทศ
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ล้วนมีต่อความศรัทธาเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ขณะที่หลายภาคส่วนเคลื่อนไหวและมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลหลายเรื่อง อาทิ ควรห้ามส่งออกน้ำมันไปยัง ส.ป.ป.ลาว และเมียนมา เพื่อนำมาใช้ภายในประเทศก่อน
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องและสนับสนุนให้เก็บภาษีลาภลอยจากค่าการกลั่น ตามแนวทางของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง
รวมทั้งปมสำคัญ เรื่องมี "ไอ้โม่ง" ที่ได้ผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้หรือไม่ อย่างไร
เพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในทุกคลัสเตอร์หรือทุกกลุ่ม ทำให้ประชาชนต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ประเดิมจากกลุ่มอาหาร ที่มีต้นทุนจากการปรับขึ้นราคาไข่ไก่ น้ำมันพืช สินค้าอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นได้ชัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายศักยภาพและความสามารถของรัฐบาล "อนุทิน 2" และรัฐมนตรีทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า ที่จะไม่มีเวลาสำหรับ "ฮันนีมูน พีเรียด"
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
แจ้งความเอาผิด "บริษัทน้ำมัน" ออกใบกำกับขนส่งไม่ถูกต้อง
“สภาพัฒน์” เผย “ปตท.- บางจาก” เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 9% ขายดีเซลเพิ่ม 35%
พลังงานจังหวัดให้ข้อมูล “ปคบ.” ตรวจสอบคลังน้ำมันอ่างทองปมสต็อกน้ำมัน 3 แสนลิตร
