"อนุทิน" ย้ำราคาน้ำมันตามกลไกตลาด คาดสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุปคุยลดค่ากลั่น

การเมือง
17:29
จำนวนผู้ชม 3,096
"อนุทิน" ย้ำราคาน้ำมันตามกลไกตลาด คาดสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุปคุยลดค่ากลั่น
นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น ชี้ต้องไม่บีบบังคับโรงกลั่นเกินไปหวั่นหยุดกลั่นจะทำให้เกิดปัญหาเพิ่ม ย้ำราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่สามารถอุ้มได้ตลอด

วันนี้ (4 เม.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการลดค่ากลั่น ว่า ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยพยายามเจรจากับโรงกลั่นและนำตัวเลขต่างๆ มาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงาน ทราบว่าทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยหวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มจะได้ลดราคาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ระหว่างดูตัวเลขและพยายามเจรจาลดราคา แต่ก็ต้องให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ ไม่ใช่บีบบังคับ หากเขารู้สึกว่าขายแล้วไม่คุ้มค่าการกลั่นแล้วหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา จะยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมามั่นใจว่าปริมาณน้ำมันจะเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์

ส่วนกรณีมีคนมาร้องเรียนขอให้ช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่บ่นเรื่องน้ำมันแพงนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า จริงๆ แล้วราคานี้กองทุนน้ำมันยังอุ้มอยู่ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่อุ้มตรงนี้ไปตลอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นเป็นอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากขอความร่วมมือจากประชาชน คือการใช้น้ำมันให้ประหยัดมากขึ้นในช่วงที่มีวิกฤตการณ์แบบนี้ เพราะไทยไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าน้ำมันและไม่มีทรัพยากรประเภทนี้อยู่ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100%

ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่จากที่เคยใช้รถคนละคัน อาจจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน บ้านไหนที่มีรถไฟฟ้าก็อาจต้องนำรถไฟฟ้าออกมาใช้มากขึ้น ส่วนการไปเติมน้ำมันก็ให้เติมแบบในภาวะปกติ ไม่ต้องขนแกลลอน​ไปกักตุนไว้ เพราะจะทำให้เกิดการขาดน้ำมันในระบบ

นอกจากนี้ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงานในช่วงที่โลกมีวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ส่งออกน้ำมัน รวมถึงการเตรียมพร้อมสภาวะ​ข​าดแคลนน้ำมันและสภาวะความผันผวนของราคาน้ำมัน

นายอนุทิน​ ยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร ว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการขยายผลและจะดำเนินคดีกับผู้ที่ค้ากำไรเกินควร รวมถึงผู้กักตุนน้ำมัน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การตรวจสอบพบถือเป็นการที่ทำให้ควบคุมปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น เพราะต้องการให้น้ำมันจากโรงกลั่นทุกลิตรไปถึงมือประชาชน และสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ไม่ใช่นำไปกักตุนไว้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่สามารถลงไปสืบได้ในเชิงลึก

"ที่ผมเงียบมาตลอด เพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิด ไม่ให้ข่าวรั่วออกไป เราทราบแม้กระทั่งว่า เรือลำไหนไปลอยลำอยู่กลางทะเล ใช้เวลามากเกินควรที่จะเดินทางจากจุดรับน้ำมันมาจุดส่งน้ำมันได้ แสดงว่า เป็นการถ่วงเวลา เพราะค่าน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่แล้วขึ้นทุกวัน เขาจึงใช้วิธีการถ่วงเวลา ซึ่งเราใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ สามารถติดตามเส้นทางของคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด เชื่อว่าจากนี้ไปการควบคุมปริมาณน้ำมันจะไม่มีการรั่วไหล ทั้งการลอยลำอยู่กลางทะเลและการถ่ายออกไปนอกประเทศผ่านทางช่องทางธรรมชาติ" นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเรื่องน้ำมันเข้าที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ ในวันที่ 6 เม.ย.ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีบ้างประเด็น เช่น การจัดตั้ง ศบก.ใหม่แทนชุดเดิมที่จะสิ้นสุดไปพร้อม ครม.เดิม หลังจากนี้จะเน้นเรื่องการควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงการหามาตรการอื่นๆ ในการช่วยเหลือประชาชน

ขณะนี้นายเอกนิติ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ และ​ รมว.คลัง ได้เสนอเป็นโมเดลคร่าวๆ แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางที่จะช่วยลดค่าครองชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก จะอุ้มด้วยการใช้กองทุนน้ำมันไปตลอดไม่ได้ จึงต้องนำมาตรการอื่นๆ มาช่วยเหลือประชาชนด้วยเช่นกัน

อ่านข่าว

"คาลเท็กซ์-บางจาก" ยืนยันภาครัฐตรวจสอบคลังน้ำมันไม่พบผิดปกติ

ใคร "ไอ้โม่ง-นายทุนใหญ่" DSI ขยายผลรับ "คดีพิเศษ" กักตุนน้ำมัน  

กพท.คาดหลังสงกรานต์ "สายการบิน" ปรับเที่ยวบินตามต้นทุนเชื้อเพลิง