“ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่

ภูมิภาค
14:57
จำนวนผู้ชม 101
“ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่
วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางพ่นพิษ ส่งผลให้ปุ๋ยยูเรียราคาพุ่งเกือบเท่าตัว ทำให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องหันไปพึ่งปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งรวมกลุ่มซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมใช้เอง

ชาวนาและหมอดินบ้านพญาชมภู ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เข้าขุดเก็บตัวอย่างดินในนาข้าว เพื่อส่งตรวจยังสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อวางแผนใช้สูตรปุ๋ยให้ตรงตามลักษณะ ดิน และ ความต้องการของพืช หวังลดต้นทุนการปลูก หลังราคาปุ๋ยสูงขึ้นจากกระสอบกว่า 800 บาท เป็น 1,200-1,300 บาท

ลำดวน ไชยวงศ์ หมอดินบ้านพญาชมภู ต.ชมภู

ลำดวน ไชยวงศ์ หมอดินบ้านพญาชมภู ต.ชมภู

ลำดวน ไชยวงศ์ หมอดินบ้านพญาชมภู ต.ชมภู บอกว่า ดินในชุมชนบางส่วนมีปัญหาในเรื่องดินเป็นกรด เป็นดินเปรี้ยว วิธีการแก้ไขทำได้ด้วยปูนโดโลไมท์ ที่ทางกรมพัฒนาที่ดินจะนำมาให้ชาวบ้าน โรยในสวนที่มีดินเป็นกรด เป็นด่าง ก็จะช่วยปรับสภาพได้

ภาพประกอบข่าว “ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่

การปรับสภาพดิน เป็นหนึ่งในแนวทางการลดต้นทุนของเกษตรกร หลังราคาปุ๋ยแพง และ หาซื้อได้ยาก โดยเมื่อเกษตรกรมีผลการวิเคราะห์ดินที่ชัดเจน และ ทราบว่า สูตรปุ๋ย ที่เหมาะสม ก็จะมีการรวมกลุ่ม เพื่อสั่งซื้อ "แม่ปุ๋ย" มาผสมใช้เองผ่าน "ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนประจำอำเภอ" แทนการซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จจากร้านค้า

บัญชาการ พลชมชื่น สภาเกษตรกรอำเภอสารภี

บัญชาการ พลชมชื่น สภาเกษตรกรอำเภอสารภี

นายบัญชาการ พลชมชื่น สภาเกษตรกรอำเภอสารภี บอกว่าราคาปุ๋ยสูงขึ้นอย่างมาก จากเดิมกระสอบละประมาณ 800 กว่าบาท ปรับขึ้นเป็น 1,200 - 1,300 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 50% จึงมีการปรับตัวหันมาใช้น้ำหมักชีวภาพในการเตรียมดิน โดยข้าวนาปรังที่ผ่านมาเคยใช้ปุ๋ยเคมี 4 กระสอบ ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ 500 ลิตร สำหรับนา 7 ไร่ แต่ในการทำนาปี ปีนี้ จะเพิ่มน้ำหมักชีวภาพ ขึ้นเป็น 1,000 ลิตร เพื่อทดแทนการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง แต่ก็อาจจะใช้ปุ๋ยเคมีเสริม 1-2 กระสอบ หากข้าวมีอาการขาดสารอาหาร หรือต้องการเร่งการแตกกอ

ภาพประกอบข่าว “ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่
ภาพประกอบข่าว “ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่

ปุ๋ยเคมี จึงยังมีความจำเป็นสำหรับเกษตรกร เป็นที่มาของการรวมกลุ่มเกษตรกรใน อ.สารภี เพื่อสั่งซื้อ "แม่ปุ๋ย" มาผสมใช้เอง แทนการซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จจากร้านค้า โดยสิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ข้อมูลการวิเคราะห์ดิน เพื่อจะผสมแม่ปุ๋ยให้ตรงตามความต้องการของพืชและสภาพดิน ลดส่วนผสมที่ไม่จำเป็น และ ประหยัดงบประมาณ

เราจะใช้ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนในพื้นที่ทำหน้าที่รวบรวมความต้องการของสมาชิกว่าต้องการ "แม่ปุ๋ย" ชนิดใด ปริมาณเท่าไหร่ โดยภาครัฐอาจสนับสนุนแม่ปุ๋ย จัดหาแม่ปุ๋ยส่งตรงจากกรุงเทพฯ มายังกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่โดยตรง เกษตรกรอาจช่วยกันบริหารจัดการเรื่องค่าขนส่งเอง

สายัณห์ นามวงศ์ เกษตรกรต้นแบบ

สายัณห์ นามวงศ์ เกษตรกรต้นแบบ

ด้าน นายสายัณห์ นามวงศ์ เกษตรกรต้นแบบและประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ระดับตำบล ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ขณะนี้ ราคาแม่ปุ๋ยทั้ง 3 ตัวหลัก ปรับตัวสูงขึ้นเกือบเท่าตัว และ ยังขาดตลาดอย่างหนัก เกษตรกรจึงไม่สามารถลดต้นทุนผ่านการผสมปุ๋ยใช้เองได้ ​สุดท้ายเกษตรกรต้องจำใจกลับไปซื้อ "ปุ๋ยสูตรสำเร็จ" ตามท้องตลาด จึงเสนอให้ภาครัฐช่วยลดราคาแม่ปุ๋ยให้ต่ำลง เพื่อให้ราคาปุ๋ยผสมมีต้นทุนที่ถูกกว่าปุ๋ยสูตรสำเร็จอย่างแท้จริง

ภาพประกอบข่าว “ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่

อยากให้ภาครัฐ เช่น กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนแม่ปุ๋ยผ่าน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ในระดับตำบล หรือ อำเภอ โดยจัดสรรโควตาแม่ปุ๋ยในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง

ข้อมูลจากสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ระบุว่า จำนวนที่ดินในเชียงใหม่ 14 ล้านไร่ เป็นที่ดิน ที่อุดมสมบูรณ์สูง เพียง 1 แสนไร่ อุดมสมบูรณ์ปานกลาง 3 ล้านไร่ และอุดมสมบูรณ์ต่ำ 2 ล้าน 8 แสนไร่ ทางรอดของเกษตรกรในยุคปุ๋ยแพง จึงเน้นการ "บำรุงดิน" ก่อนการเพาะปลูก

นิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่

นิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่

นายนิลภัทร คงพ่วง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ บอกว่า ดินในเชียงใหม่ถูกเปรียบเปรยว่า เป็นเหมือน "คนแก่" เพราะเป็นดินที่เกิดมานาน ผ่านการผุพังและสลายตัวมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงบำรุงดินก่อนเพาะปลูก ขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว จะทำให้ดินเสีย หรือ "ดินเสื่อมโทรม" ดินมีความเป็นกรดมากขึ้น และเกิดอาการดินแข็ง

จากสถานการณ์ปุ๋ยเคมีราคาพุ่งสูงขึ้น กรมพัฒนาที่ดินจึงมีมาตรการเร่งด่วนในการจัดการดินและปุ๋ย ได้แก่ การตรวจวิเคราะห์ดินและการใช้สารเร่ง เมื่อทราบผลการตรวจดินแล้ว หากพบว่า ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ จะมีการแนะนำให้ใช้ สารเร่ง พด.1 และ พด.2 เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักใช้เองในพื้นที่, ให้เจ้าหน้าที่ทำงานเชิงรุกในระยะเวลา 3 เดือน เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบถึงลักษณะและชุดดินในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน

ภาพประกอบข่าว “ตรวจดิน-ผสมปุ๋ยเอง” ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพงของเกษตรกร จ.เชียงใหม่

การบูรณาการและสร้างเครือข่ายหมอดิน : ใช้กลไกของเครือข่ายหมอดินและศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร: ประสานงานผ่านเกษตรตำบลและเกษตรอำเภอ

กรมการข้าว : ประสานงานผ่านศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าว และ การรวมกลุ่ม: สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตปุ๋ยและทำกิจกรรมร่วมกันที่ศูนย์ถ่ายทอดฯ

เป้าหมายระยะยาวและการปรับปรุงบำรุงดิน คือ ลดการใช้สารเคมี มุ่งเน้นให้เกษตรกรค่อย ๆ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและหันมาเพิ่มการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ แทน เมื่อดินมีคุณภาพดีขึ้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี จะช่วยลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้โดยธรรมชาติ เพราะดินที่สมบูรณ์ คือ หัวใจของการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

อ่านข่าว:

ด่วน! ราชกิจจาฯ ประกาศใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤตพลังงาน

ทะลุ 1 แสนรายชื่อแล้ว 3 องค์กร ล่าชื่อจี้รัฐบาลทบทวน “แลนด์บริดจ์”

กรมการแพทย์ เผย ยังไม่พบ “ฮันตาไวรัส” ระบาดในประเทศไทย