"ทรัมป์" เยือนจีน 13-15 พ.ค. คาดสงครามอิหร่านเป็นประเด็นหลักหารือ

ต่างประเทศ
06:54
จำนวนผู้ชม 438
"ทรัมป์" เยือนจีน 13-15 พ.ค. คาดสงครามอิหร่านเป็นประเด็นหลักหารือ
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13-15 พ.ค.นี้ หลายฝ่ายคาดสงครามอิหร่านอาจเป็นหนึ่งในประเด็นหลักในการหารือของ 2 ผู้นำ

วันนี้ (13 พ.ค.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีกำหนดเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค.นี้ ท่ามกลางการจับตามองถึงการพบหน้ากันครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือนระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

การเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกับอิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย การเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามประสบภาวะชะงักงัน ในช่วงที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐฯ ได้กดดันจีนให้ใช้อิทธิพลของตน ผลักดันให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านและเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายหลักจากอิหร่าน

ก่อนออกเดินทางไปจีน ทรัมป์ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ตนจะพูดคุยกับผู้นำจีนยาวๆ ในประเด็นสงครามอิหร่าน และคิดว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ จากจีนเกี่ยวกับอิหร่าน เพราะสหรัฐฯ จะชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยวิธีสันติหรือวิธีอื่นก็ตาม

ทรัมป์กล่าวถึงประธานาธิบดีจีนในเชิงบวก โดยเรียกสี จิ้นผิง ว่า เป็นเพื่อนและคนที่ทำงานร่วมกันได้ โดยระบุว่า ประเด็นหลักในการหารือกับผู้นำจีนจะเป็นเรื่องการค้า ไม่ใช่เรื่องสงคราม พร้อมแสดงความมั่นใจว่าสิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นในการเยือนครั้งนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ก่อนออกเดินทางไปจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ก่อนออกเดินทางไปจีน

"รูบิโอ-หวัง อี้" ค้านเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ก่อนการเดินทางเยือนจีนของทรัมป์ ว่า มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ต่อสายหารือกันเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาและเห็นพ้องว่า ไม่ควรอนุญาตให้ประเทศใดหรือองค์กรใด เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านน่านน้ำสากล เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า สหรัฐฯ และจีน กำลังพยายามหาจุดร่วมในการกดดันอิหร่าน ให้ยกเลิกการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้

สถานทูตเอกอัครราชทูตจีน ไม่ได้โต้แย้งรายงานของสหรัฐฯ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า หวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถทำงานร่วมกัน เพื่อฟื้นฟูการสัญจรตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNN รายงานอ้างแหล่งข่างวงในว่า ทรัมป์เริ่มหมดความอดทนกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความแตกแยกภายในอิหร่าน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการต่อรองเรื่องนิวเคลียร์ โดยทรัมป์ไตร่ตรองถึงการเปิดปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่มากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าการตัดสินใจสำคัญๆ ไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางไปเยือนจีน

ช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซ

ดัชนี CPI สหรัฐฯ พุ่ง 3.8% สูงสุดในรอบ 3 ปี

สงครามที่ยืดเยื้อมากว่า 10 สัปดาห์ ส่งผลให้หลายประเทศประสบวิกฤตด้านพลังงานและเงินเฟ้อพุ่งสูง รวมถึงสหรัฐฯ มีรายงานว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากอีกครั้งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และสร้างความยากลำบากให้กับชาวอเมริกันมากขึ้น

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค ประจำเดือน เม.ย.2569 ปรับตัวสูงขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี หากเปรียบเทียบแบบเดือนต่อเดือน ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือน เม.ย.ขยับขึ้น 0.6% จากเดือน มี.ค. โดยปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ดีดตัวขึ้นถึง 5.4%

แม้ราคาจะยังคงพุ่งสูง แต่มีสัญญาณชะลอตัวเล็กน้อย โดยอัตราการเพิ่มขึ้นรายเดือนพบว่า ชะลอตัวลงเล็กน้อย จากเดิมที่เคยพุ่งสูงถึง 0.9% ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความช็อกทางการเงินในช่วงเริ่มต้นของสงคราม

ประเด็นนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า นโยบายเศรษฐกิจของตนดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมชี้แจงว่า ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราวที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน และเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงทันทีเมื่อสงครามจบลง

อ่านข่าว :

สื่อนอกชี้ "ทรัมป์" เริ่มหมดความอดทนทบทวนโจมตีอิหร่านรอบใหม่

"ทรัมป์" เผยข้อตกลงหยุดยิง "สหรัฐฯ-อิหร่าน" อยู่ในภาวะวิกฤตหนัก

เกาหลีใต้แบล็กลิสต์ 4 จังหวัดไทย ระงับส่งแรงงานเกษตรวีซา E-8