เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงกิจการของอิหร่าน ในขณะที่สถานการณ์ระหว่าง 2 ประเทศยังตึงเครียดสูง หลังสหรัฐฯ ปัดตกข้อเสนอยุติสงครามล่าสุดของอิหร่าน
นอกจากนี้ยังระบุว่า การเจรจาจำเป็นต้องมีการประนีประนอม และวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ที่ผลักดันข้อเรียกร้องที่มากเกินไป ซึ่งท่าทีนี้มีขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ในสถานะที่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงชีพ แม้ว่ายังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แต่กำลังอ่อนแอที่สุด
ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตอบโต้ทรัมป์เช่นกันว่า สหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับสิทธิของประชาชนชาวอิหร่านตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอ 14 ข้อที่อิหร่านเสนอ พร้อมเตือนว่าการใช้แนวทางอื่นมีแต่จะประสบความล้มเหลว และยิ่งสหรัฐฯ ถ่วงเวลาออกไปนานเท่าไร ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันก็ยิ่งต้องแบรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนโฆษกรัฐบาลอิหร่านออกมาแถลงในวันเดียวกันว่า อิหร่านกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดฉากโจมตี แต่เป้าหมายหลักของอิหร่านยังอยู่ที่สันติภาพและการทูต
อ่านข่าว :
“อิหร่าน” ประจำการเรือดำน้ำพิทักษ์ ช่องแคบ “ฮอร์มุซ”
"ทรัมป์" เผยข้อตกลงหยุดยิง "สหรัฐฯ-อิหร่าน" อยู่ในภาวะวิกฤตหนัก
"ทรัมป์" เยือนจีน 13-15 พ.ค. คาดสงครามอิหร่านเป็นประเด็นหลักหารือ
