สำเร็จครั้งแรกในไทย ฟักไข่ "ลูกนกตะกราม" จากตู้ หลังสูญพันธุ์จากธรรมชาติ 40 ปี

สิ่งแวดล้อม
14:00
จำนวนผู้ชม 171
สำเร็จครั้งแรกในไทย ฟักไข่ "ลูกนกตะกราม" จากตู้ หลังสูญพันธุ์จากธรรมชาติ 40 ปี
สำเร็จครั้งแรกในไทย หลังสูญพันธุ์จากธรรมชาติ 40 ปี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว นำไข่จากพ่อแม่พันธุ์ "นกตะกราม" ที่เหลือเพียงคู่เดียวมาฟักในตู้ฟัก-อนุบาลด้วยมือ ล่าสุดอายุ 38 วัน พร้อมตั้งชื่อน้อง "ท่วม"

วันนี้ (18 พ.ค.2569) เข้าสู่วันที่ 38 "ลูกนกตะกราม" ลืมตาดูโลก นับครั้งแรกในประวัติศาสตร์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ (อสส.) หลังเจ้านกยักษ์ชนิดนี้สูญพันธุ์จากธรรมชาติของไทย นาน 40 ปี โดยนำ "ไข่" จากพ่อแม่พันธุ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงคู่เดียวในสถานที่เพาะเลี้ยง มาฟักในตู้ในฟักได้สำเร็จ พร้อมตั้งชื่อว่า "ท่วม" ยังไม่ทราบเพศ

นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การเพาะฟักครั้งนี้เกิดจากการนำไข่นกตะกรามดังกล่าว มาฟักในตู้ฟัก และ "เลี้ยงด้วยมือ" เนื่องจากนกชนิดนี้มีพฤติกรรมออกไข่เพียงปีละ 1-2 ฟอง และมีอัตราการฟักสำเร็จต่ำ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการเซฟชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของลูกนก จนประสบความสำเร็จในที่สุด

ปกติแล้วพ่อแม่นกคู่นี้ออกไข่ปีละใบสองใบ แต่ก็ฟักบ้างไม่ฟักบ้างจนเจ้าหน้าที่ทีมงาน ลุ้นกันตัวโก่ง รอบนี้เลยเปิดปฏิบัติการเซฟชีวิต นำไข่มาช่วยฟักในตู้ฟัก จนรอดชีวิตได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ลูกนกตัวดังกล่าว ถือเป็นลูกนกตะกรามตัวแรก ที่เกิดจากการเพาะขยายพันธุ์ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ภายใต้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และยังเป็นลูกนกตัวแรกของสวนสัตว์สมาชิกสมาคมสวนสัตว์และอควาเรียมโลก รวมถึงสมาคมสวนสัตว์และอควาเรียมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถเพาะฟักได้สำเร็จ

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ยังนับเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงแห่งที่ 4 ของโลก ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์นกตะกรามในที่เลี้ยงได้อย่างเป็นทางการ ต่อจากสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ ประเทศไทย, สวนสัตว์รัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย และศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอังกอร์ ประเทศกัมพูชา

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพและความทุ่มเทของบุคลากรด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทย ทั้งองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว และทีมสัตวแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสัตว์ ที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด จนช่วยชีวิตลูกนกตะกรามได้อย่างปลอดภัย ทส.พร้อมสนับสนุนการวิจัยและการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศให้คงอยู่ต่อไป

พ่อแม่พันธุ์ "ลูกนกตะกราม"

พ่อแม่พันธุ์ "ลูกนกตะกราม"

“ลูกนกตะกราม” ยักษ์ใหญ่ในตระกูลนกกระสา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของภูมิภาคและของโลก มีสถานะทางการอนุรักษ์ตามบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) ในระดับ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง

ขนาดและรูปร่างความสูง เมื่อยืนประมาณ 145-150 เซนติเมตร ความกว้างของปีกขยายได้ถึง 250-270 เซนติเมตร สีสันลำตัวของนกชนิดนี้ โดยทั่วไปเป็นสีดำกระดานชนวน สีเทา และสีขาว ลักษณะเด่นบริเวณหัวและคอไม่มีขนปกคลุม เผยให้เห็นผิวหนังสีชมพูปนน้ำตาลชัดเจน มีจะงอยปากหนาและมีขนาดใหญ่ มี "ถุงลม" หรือถุงคอสีชมพูอมเหลืองห้อยลงมาทางด้านหน้าของลำคอ

เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะคล้ายกัน แต่เพศผู้มักมีขนาดตัวและจะงอยปากที่หนาใหญ่กว่าเพศเมีย โดยน้องนกชนิดนี้ มีอายุยืนประมาณ 35-40 ปี เมื่อโตเต็มวัยและสืบพันธุ์ให้กำเนิดลูกรุ่นต่อไป อยู่ที่ประมาณ 12.55 ปี เป็นนกที่อาจพบอยู่รวมกันเป็นฝูงตามแหล่งหากินต่าง ๆ

ไทม์ไลน์ "ลูกนกตะกราม" ตัวแรกขององค์การสวนสัตว์ฯ

ในประเทศไทย นกตะกรามมีสถานะสูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ มานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ มีนกตะกรามเพียงคู่เดียว ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ภายใต้การดูแลของศูนย์เพาะขยายพันธุ์นกน้ำ ซึ่งทำหน้าที่อนุรักษ์ประชากรนกกระสาฯ หายากในกรงเลี้ยงมานานเกือบ 20 ปี

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 ทีมงานตรวจพบไข่นกตะกรามจำนวน 1 ใบ แต่จากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมโดยคุณเวฟ (ทีมงานนกน้ำ) พบว่า พ่อแม่นกฟักไข่ไม่ต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเสียของตัวอ่อน จึงตัดสินใจแยกไข่ออกมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟักในตู้ฟัก

แต่​เนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ จึงได้ประสานงานนำไข่ไปเข้าตู้ฟัก ณ จุดเพาะเลี้ยงไก่ฟ้า (น้ำหนักไข่เริ่มต้น 125 กรัม) ซึ่งเป็นตู้ฟักระบบทั่วไปที่ไม่มีระบบกลับไข่อัตโนมัติ คุณแอ้ว (ทีมงานจุดไก่ฟ้า) จึงได้ใช้ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในการ "พลิกไข่ด้วยมือ" (Manual Turning) เพื่อจำลองสภาวะธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 34 วัน จนลูกนกสามารถฟักออกมาเป็นตัวได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569

ความสำเร็จครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของ อสส. และอาจเป็นครั้งแรกของประเทศ เนื่องจากเป็นการใช้ตู้ฟักไข่นกตะกรามได้ และอนุบาลมือตั้งแต่วันแรก ๆ (Day 0)

สำเร็จครั้งแรกในไทย ฟักไข่ "ลูกนกตะกราม" จากตู้ หลังสูญพันธุ์จากธรรมชาติ 40 ปี

สำเร็จครั้งแรกในไทย ฟักไข่ "ลูกนกตะกราม" จากตู้ หลังสูญพันธุ์จากธรรมชาติ 40 ปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงอายุประมาณสัปดาห์กว่า ๆ ลูกนกเริ่มมีอาการปากและขาบิด ทีมหัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย สัตวแพทย์ ของบส. - อว. จึงได้มาประชุมร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา และพบว่า ลูกนกเจริญเติบโตเร็วเกินไปจนโครงสร้างขาแบกรับน้ำหนักไม่ไหว ร่วมกับภาวะขาดแคลเซียม

​ทีมงานจึงได้นำข้อมูลงานวิจัยปี 2564-2565 เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะขยายพันธุ์นกกระสาของฝ่าย อว.มาเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงในการปรับโภชนาการและการดูแล โดยได้ย้ายลูกนกมาอนุบาลต่ออย่างใกล้ชิด ณ อาคารสำนักงานฝ่ายฯ เพื่อควบคุมพัฒนาการให้สมดุล โดยทีมงานจะบันทึกข้อมูล ตั้งแต่อุณหภูมิ ความชื้น ไปจนถึงสูตรอาหารอนุบาล เพื่อจัดทำเป็น "คู่มือมาตรฐาน" การฟักและอนุบาลมือนกตะกรามฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางหลักในการอนุรักษ์สายพันธุ์นกตะกรามของไทยในอนาคตต่อไป

อ่านข่าว :

มัลดีฟส์ ระดมนักดำน้ำระดับโลก ค้นหาร่างผู้สูญหายถ้ำใต้น้ำลึก 70 เมตร

"คมนาคม" สั่งตรวจเข้มคนขับรถไฟ เล็งจัดระเบียบรถสินค้าหนักวิ่งกลางคืน

เร่งตามมือยิง "เจ้าอาวาสวัดกระโจมทอง" ตั้งข้อสังเกตหมาไม่เห่า-กล้องเสีย