วันนี้ (18 พ.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้าน ทั้งมาตรฐานผู้ขับขี่ ระบบควบคุมราง ระบบแจ้งเตือน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลสอบเบื้องต้นได้ไม่เกินวันพุธที่ 20 พ.ค.นี้
จากรายงานเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถไฟมีใบอนุญาตขับรถไฟเดิมอยู่แล้ว แต่ตามพระราชบัญญัติกรมการขนส่งทางรางฉบับใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถไฟจะต้องยืนตัวตน และกำหนดระยะเวลาดำเนินการภายใน 120 วัน แต่ผู้ขับขี่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากกฎหมายใหม่ครอบคลุมผู้ถือใบอนุญาตเดิม
ส่วนของการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ตามปกติมีการตรวจแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวอยู่แล้ว แต่การตรวจสารเสพติดจะใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นรอบ แต่หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการให้ “ตรวจทั้งหมด” ทั้งในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขสมก. และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมถึงให้มีการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดอย่างเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ได้มีคำสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ควบคุมรางไว้ก่อน ตามขั้นตอนการสอบสวนเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยยืนยันว่า หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนก็จะไม่สามารถหาข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงฯกำลังเร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้นด้วยการบริหารจัดการ “คน” และลดความผิดพลาดจากปัจจัยมนุษย์ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันในระยะยาวจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากและต้องเร่งรัดโครงการก่อสร้างระบบป้องกันให้แล้วเสร็จ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบริหารจัดการภาพรวมอย่างเป็นระบบ แม้จะติดข้อจำกัดด้านระเบียบและขั้นตอนราชการก็ตาม
สำหรับมาตรการด้านการเดินรถสินค้า กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณาแนวทางจำกัดเวลาการเดินรถขนส่งสินค้าหนัก ให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางวันในลักษณะเดียวกับมาตรการรถบรรทุกของกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากรถสินค้ามีน้ำหนักมาก ใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ และต้องอาศัยทักษะในการควบคุมสูงกว่ารถทั่วไป โดยจะผลักดันให้เน้นวิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่การจราจรเบาบางแทน
ส่วนการเยียวยาผู้ประสบเหตุ เบื้องต้นกำหนดวงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต 1.5 ล้านบาท และกรณีทุพพลภาพ 500,000 บาท โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ รฟท. และ ขสมก. พิจารณานำเงินจากกองทุนที่เกี่ยวข้องมาสมทบเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
นิติเวชเก็บ DNA เหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว 7 ร่าง จนท.พบชิ้นส่วนมนุษย์อีก 1 ชิ้นส่วน
ราคา “ทองคำ” ลบ 100 บาท ตลาดคาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์พุ่ง
