วันนี้ (17 ส.ค.2569) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีกำลังพลประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยระบุว่า เมื่อเวลา 09.00 น. หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร เข้าดำเนินการตามแผนในพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีอันตรายจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม หรือ (Suspected Hazardous Area : SHA)
พื้นที่ดังกล่าวมีขนาด 151,920 ตารางเมตร เป็นพื้นที่เตรียมใช้ประโยชน์ เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โดยหน่วยได้ดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิด และวัตถุระเบิดตกค้าง อย่างต่อเนื่อง และทำให้พื้นที่ปลอดภัยแล้ว 38,760 ตารางเมตร หรือ 25.51% ของพื้นที่ตามแผน
ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมฯ ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่าง รวมทั้งมีบาดแผลบริเวณขาซ้ายและมือขวา
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยสั่งยุติการปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทันที พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมพื้นที่ เพื่อป้องกันมิให้กำลังพล และประชาชนเข้าใกล้บริเวณที่อาจมีทุ่นระเบิดหรือวัตถุระเบิดตกค้างเพิ่มเติม
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือ และนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลน้ำยืน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยทีมแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ห้ามเลือด และตกแต่งบาดแผลในเบื้องต้น ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บยังรู้สึกตัวและมีสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ
จากนั้นได้ประสานการส่งต่อ เพื่อให้ได้รับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างเหมาะสม โดยนำส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อดำเนินการรักษาต่อ
กองทัพภาคที่ 2 กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลการรักษาพยาบาล และสิทธิของกำลังพลอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวของกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บ
กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน เป็นสิ่งที่กองทัพให้ความสำคัญสูงสุด เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงอันตรายจากทุ่นระเบิด และวัตถุระเบิดตกค้างในบางพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ และดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสำรวจพื้นที่โดยละเอียด พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง กำหนดเขตพื้นที่อันตราย และแจ้งเตือนประชาชนอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของทุ่นระเบิดและข้อเท็จจริงอื่น ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ และช่องทางที่เป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูล ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
อ่านข่าว :
จิตแพทย์ชี้อย่ารอจับสัญญาณก่อนเกิดเหตุ แนะคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยงดูแลต่อเนื่อง
กรมอุทยานฯ ชวนสัมผัสความอัศจรรย์ “ดวงตาพญานาคา” ที่ภูลังกา
โผนายพลโค้งสุดท้าย “ศรัณย์” ขึ้น ปลัด กห. ขยับ “ชาคริต” นั่งแม่ทัพภาค 4
