วันนี้ (2 ต.ค.2569) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง ยังคงเป็นพื้นที่ที่ กทม.เร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง หลังหลายจุดยังมีน้ำท่วมขังและระดับน้ำลดลงค่อนข้างช้า
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ฯ กทม. ร่วมหารือกับ ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองในการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดกระบัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
นายชัชชาติ ระบุว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะลาดกระบัง แต่ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก การรับฟังข้อมูลจากหลายฝ่าย รวมถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง จะช่วยให้ กทม.เห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขได้รอบด้านมากขึ้น
ขณะที่ ศ.สุชัชวีร์ สะท้อนสถานการณ์ในพื้นที่ว่า จุดที่ยังน่าเป็นห่วง ได้แก่ บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลลาดกระบัง หัวตะเข้ พื้นที่คลองขยายบึง ไปจนถึงบริเวณข้ามแพรก รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งขณะนี้ถูกใช้เป็นศูนย์อพยพ เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำล้อมรอบ ขณะที่คลองแขนงต่าง ๆ มีน้ำเอ่อล้น ทำให้น้ำกระจายเข้าพื้นที่และลดลงได้ช้า จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่
สำหรับแนวทางสำคัญที่ กทม.กำลังดำเนินการคือ การเร่งนำน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอน ซึ่งนายวิศณุ ระบุว่า ตัวแก้มลิงมีศักยภาพรองรับน้ำได้มากกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีอุโมงค์ระบายน้ำที่สามารถนำน้ำออกไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ข้อจำกัดในขณะนี้คือ น้ำไหลเข้าสู่บึงหนองบอนได้ช้า เนื่องจากปากทางและคลองสายรอง โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์ รวมถึงคลองที่เชื่อมต่อกัน มีขนาดจำกัด เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ต้องระบายออกจากพื้นที่
กทม.จึงเร่งแก้ปัญหาในระยะสั้น ด้วยการใช้เครื่องดันน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อช่วยผลักและเร่งการไหลของน้ำจากคลองประเวศฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ให้เข้าสู่บึงหนองบอนมากขึ้น จากนั้นจึงระบายผ่านระบบอุโมงค์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ในระยะยาว กทม.มีแนวคิดต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อให้สามารถรับน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบังและพื้นที่โดยรอบ
"ชัชชาติ-สุชัชวีร์" ถกทางระบายน้ำลาดกระบัง เร่งดันน้ำคลองประเวศฯ ลงบึงหนองบอน
ส่วนข้อเสนอเรื่องการพัฒนาแก้มลิงคลองคูบอน นายวิศณุ อธิบายว่า แนวคิดดังกล่าวถูกออกแบบไว้ตั้งแต่หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อรองรับน้ำหลาก แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะแตกต่างกัน โดยปัญหาสำคัญคือฝนตกหนักในพื้นที่ และมีน้ำสะสมตามจุดต่าง ๆ
ดังนั้น กทม.จึงมองว่าการทำแก้มลิงขนาดเล็ก กระจายตามจุดที่เป็นพื้นที่รับน้ำ เช่น การทำแก้มลิงย่อยร่วมกับหมู่บ้านจัดสรรหรือพื้นที่เอกชน อาจช่วยดึงน้ำจากจุดที่ท่วมขังลงสู่คลองใกล้เคียงได้รวดเร็วกว่า ขณะที่การทำแก้มลิงขนาดใหญ่ ต้องใช้งบประมาณและอาจเกี่ยวข้องกับการเวนคืนที่ดินจำนวนมาก
นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว กทม.ยังชี้แจงกรณีเครื่องสูบน้ำที่มีรายงานว่าเสียหายหลายสิบเครื่อง โดยระบุว่า สถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ยังสามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ แต่ปัญหาบางจุดเกิดจากน้ำยังไหลมาไม่ถึงสถานีสูบ ส่วนเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ตามแนวคลองและริมแม่น้ำ บางเครื่องถูกน้ำเอ่อท่วมถึงตัวเครื่อง รวมถึงกล่องควบคุม เนื่องจากระดับน้ำรอบนี้สูงกว่าที่ประเมินไว้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งกู้เครื่องขึ้นมาเป่าแห้งและซ่อมแซม เพื่อให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด
ส่วนกระแสเรื่องการนำ "เครื่องสูบน้ำท่อพญานาค" เข้ามาช่วยระบายน้ำ นายชัชชาติ ยืนยันว่า เป็นความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้ง สส.ในพื้นที่ และภาคเอกชน หรือสมาคมต่าง ๆ ที่ต้องการเข้ามาช่วยประชาชน โดย กทม.ไม่ได้ติดใจว่า ใครจะประสานงานก่อนหรือหลัง เพราะเป้าหมายสำคัญคือการเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ประเวศ สวนหลวง และสะพานสูง ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่จุดที่ยังต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ เคหะธานี 4 หมู่บ้านนักกีฬา และบางพื้นที่ของลาดกระบัง ซึ่ง กทม.เร่งเดินเครื่องสูบน้ำและดึงน้ำลงคลองทับช้าง ก่อนส่งต่อไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อระบายเข้าสู่ระบบปลายน้ำ
กทม. ยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน กทม. 1555 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการในพื้นที่
อ่านข่าว :
อุตุฯ เตือนหลายภาคฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. กทม.-ปริมณฑล 5-6 ต.ค.
น้ำท่วม กทม. "ท่อซิ่ง" ช่วยอย่างไร ทำไมต้องเร่งติดตั้งก่อนฝนระลอกใหม่
5-8 ต.ค.น้ำเหนือกำลังมา ดร.เสรี ชี้กรุงเทพฯแทบไม่เสี่ยง แต่จังหวัดริมน้ำเจ้าพระยามีท่วม
